●●กงกรรม "ธนาธร" ปมถือหุ้น วี-ลัค มีเดีย แค่ "ยอดภูเขาน้ำแข็ง" จับตา "ดาบพิฆาต" ที่แท้อยู่ที่เงื่อนงำโอนหุ้นไปมา
และเอกสารรายงานประชุม●●
ถ้า "เป็นเท็จ" ขึ้นมา...ฟ้าจะลมจับ แถมเจออีกดอก! พบปมรับรองลูกพรรคที่ติดบ่วงถือหุ้นสื่อ ศาลฎีกาตัดสินแล้ว
ยังให้ลงสมัคร ส.ส.
งานเข้าต่อเนื่อง ก้นร้อน แต่ยังทำทีใจดีสู้เสือ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เคลื่อนไหวผ่านคลิป
ส่งถึงแฟนๆ ขออย่าได้เป็นห่วง ตัวเองยังมีกำลังแรงใจดีเยี่ยม ... "ฟ้าของพ่อ" คงโล่งใจไปได้บ้าง แต่ก็คงแอบผวากันต่อ
เพราะช่วงนี้คดีความข้อกล่าวหาต่างๆ ของธนาธรไหลมาเทมา จริงๆ
"ดาบหนึ่ง" กกต.ฟันมา กระบวนท่ายังไม่ทันตั้งรับ ต้องรอธนาธรกลับจากยุโรป วันนี้ (25เม.ย.) ถึงจะเรียกทีมกฎหมาย
ประชุมหาแนวทางแก้ต่างอย่างไร ... ตามกรอบเวลาภายใน 7 วัน เริ่มนับหนึ่งนับตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. ธนาธรจะสามารถ
ชี้แจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งมีสิทธิที่จะไม่ให้ถ้อยคำ หรือมีหนังสือชี้แจงแสดงพยานหลักฐานแก้ข้อกล่าวหา และมีสิทธิที่จะให้
ทนายความ หรือบุคคลที่ไว้วางใจเข้าร่วมฟังการชี้แจงแสดงหลักฐานแก้ข้อกล่าวหาได้ โดยจะครบกำหนดใน วันที่ 1 พ.ค.นี้
วางท่าวางแนวอย่างไร อาจจะต้องคิดเผื่อไปถึงการตั้งรับ "ดาบสอง" กำลังจะตามติดๆไว้ด้วย อย่างเลี่ยงไม่ได้ ...
นั่นเพราะมีรายงานว่า "ธนาธร" ในฐานะหัวหน้าพรรค อาจจะถูกตรวจสอบกรณีลงนามเอกสารรับรองส่งผู้สมัครส.ส.
พรรคอนาคตใหม่ ที่ขาดคุณสมบัติในการสมัครรับเลือกตั้ง... เรื่องมีอยู่ว่า ลูกพรรคชื่อ"นายภูเบศวร์ เห็นหลอด"
อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 จังหวัดสกลนคร พรรคอนาคตใหม่ ได้ถูกศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำสั่งถอนชื่อออกจาก
ประกาศรายชื่อผู้สมัครส.ส. ข้อกล่าวหากระทำผิดถือครองหุ้นสื่อเหมือนกับหัวหน้าพรรคราวกับนัดกันมา
นายภูเบศวร์ คนนี้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของ "ห้างหุ้นส่วนจำกัด มาร์ส เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส" ซึ่งมีวัตถุประสงค์ใน
การประกอบกิจการสถานีวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ และ หนังสือพิมพ์ จึงถือว่าผู้สมัครของพรรคอนาคตใหม่คนดังกล่าว
มีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 และ กฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 42
โดยศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งนายภูเบศวร์ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมา
ดาบนี้น่ากลัวอยู่ไม่น้อย ความผิดเกิดขึ้นสำเร็จ ผิดพลาดในการตรวจสอบคุณสมบัติ และรู้ทั้งรู้ยังรับรองให้สมัครส.ส.
ธนาธรและพลพรรค ยากจะปัดความรับผิดชอบ คร่ำครวญว่า พ่อของฟ้า "นรกชัง สวรรค์กลั่นแกล้ง" คงไม่ใช่
นับแต่เริ่มจนกำลังจะถูกฟันผลั๊วะๆ ตอนนี้ ก็ต้องมองตัวเองก่อน กติกาการเลือกตั้งเดียวกัน อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน
แต่ตัวเองกลับเลินเล่อ ผิดพลาด ไม่สะสางอะไรต่างๆ ให้เป็นไปตามกติกา-กฎหมาย แล้วอย่างนี้จะโทษว่าใคร...
ความผิดพลาดจากตัวเองนี้ ก็กำลังเปิดช่องให้ดาบอาญาทั้งหลายฟาดฟันลง มา...ดาบที่จะน่ากลัวที่สุดเป็น"ดาบตัดสินชะตา"
ในวงนักกฏหมายว่ากันว่า เป็นคดีอาญาที่จะต่อเนื่องจากปมถือครองหุ้นสื่อ วี-ลัค มีเดีย เรื่องถือครองก่อน หรือหลังตาม
กฎหมายกำหนดก็สำคัญ อุปมาก็คล้ายยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำมามองเห็นแต่บางส่วน สิ่งที่อยู่ใต้กว่านั้นต่างหาก
ที่เป็นของจริง
นั่นคือ รายละเอึยดของเรื่องรายการการประชุมกรรมการบริษัท ตามข่าวที่สื่อไล่ตามเช็ค และ"ธนาธร" เองให้สัมภาษณ์
กลับไปกลับมา เดี๋ยวมีประชุม เดี๋ยวไม่มี เดี๋ยวกรรมการมีเท่านั้น เดี๋ยวเท่านี้... ต่างๆเหล่านี้ ที่อาจจะพิสูจน์ในชั้นศาลได้
ภายหลังว่า "เป็นเท็จ" ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจำนวนกรรมการที่เข้าประชุม ที่มีจำนวนผิดปกติ และการโอนหุ้นไปมาหลายทอด
เพื่อกลบเกลื่อนจำนวนกรรมการที่เข้าประชุมแบบไร้เหตุผลที่ดีมารองรับ เงื่อนงำและเจตนาตรงนี้แหละที่มองกันว่า
ดาบนี้กราดเกรี้ยวหวาดเสียวยิ่งนัก ...
ไม่เพียงปมถือครองสื่อแล้วจะมีระวางโทษจำคุก 1-10 ปี และ ตัดสิทธิ์การเมือง 20 ปี ... ประเด็นเรื่อง "เอกสารที่เป็นเท็จ"
คดีจะพลิกไม่ใช่แค่พ่อของฟ้าคนเดียวแต่จะลากเอา "สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ" มารดาธนาธร ที่รับโอนหุ้น เข้าคุกไปด้วยก็เป็นได้...
สนุกและชวนติดตามกว่าละคร "กงกรรม" ก็กงล้อคดีของธนาธรนี่ล่ะ ว่าที่สุดจะไปหยุดลงที่ตรงไหน
Cr.
https://mgronline.com/politics/detail/9620000039955
●●ปมถือหุ้น วี-ลัค มีเดีย แค่"ยอดภูเขาน้ำแข็ง"จับตา"ดาบพิฆาต"ที่แท้อยู่ที่เงื่อนงำโอนหุ้นไปมา และเอกสารรายงานการประชุม●●
และเอกสารรายงานประชุม●●
ถ้า "เป็นเท็จ" ขึ้นมา...ฟ้าจะลมจับ แถมเจออีกดอก! พบปมรับรองลูกพรรคที่ติดบ่วงถือหุ้นสื่อ ศาลฎีกาตัดสินแล้ว
ยังให้ลงสมัคร ส.ส.
งานเข้าต่อเนื่อง ก้นร้อน แต่ยังทำทีใจดีสู้เสือ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เคลื่อนไหวผ่านคลิป
ส่งถึงแฟนๆ ขออย่าได้เป็นห่วง ตัวเองยังมีกำลังแรงใจดีเยี่ยม ... "ฟ้าของพ่อ" คงโล่งใจไปได้บ้าง แต่ก็คงแอบผวากันต่อ
เพราะช่วงนี้คดีความข้อกล่าวหาต่างๆ ของธนาธรไหลมาเทมา จริงๆ
"ดาบหนึ่ง" กกต.ฟันมา กระบวนท่ายังไม่ทันตั้งรับ ต้องรอธนาธรกลับจากยุโรป วันนี้ (25เม.ย.) ถึงจะเรียกทีมกฎหมาย
ประชุมหาแนวทางแก้ต่างอย่างไร ... ตามกรอบเวลาภายใน 7 วัน เริ่มนับหนึ่งนับตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. ธนาธรจะสามารถ
ชี้แจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งมีสิทธิที่จะไม่ให้ถ้อยคำ หรือมีหนังสือชี้แจงแสดงพยานหลักฐานแก้ข้อกล่าวหา และมีสิทธิที่จะให้
ทนายความ หรือบุคคลที่ไว้วางใจเข้าร่วมฟังการชี้แจงแสดงหลักฐานแก้ข้อกล่าวหาได้ โดยจะครบกำหนดใน วันที่ 1 พ.ค.นี้
วางท่าวางแนวอย่างไร อาจจะต้องคิดเผื่อไปถึงการตั้งรับ "ดาบสอง" กำลังจะตามติดๆไว้ด้วย อย่างเลี่ยงไม่ได้ ...
นั่นเพราะมีรายงานว่า "ธนาธร" ในฐานะหัวหน้าพรรค อาจจะถูกตรวจสอบกรณีลงนามเอกสารรับรองส่งผู้สมัครส.ส.
พรรคอนาคตใหม่ ที่ขาดคุณสมบัติในการสมัครรับเลือกตั้ง... เรื่องมีอยู่ว่า ลูกพรรคชื่อ"นายภูเบศวร์ เห็นหลอด"
อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 จังหวัดสกลนคร พรรคอนาคตใหม่ ได้ถูกศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำสั่งถอนชื่อออกจาก
ประกาศรายชื่อผู้สมัครส.ส. ข้อกล่าวหากระทำผิดถือครองหุ้นสื่อเหมือนกับหัวหน้าพรรคราวกับนัดกันมา
นายภูเบศวร์ คนนี้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของ "ห้างหุ้นส่วนจำกัด มาร์ส เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส" ซึ่งมีวัตถุประสงค์ใน
การประกอบกิจการสถานีวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ และ หนังสือพิมพ์ จึงถือว่าผู้สมัครของพรรคอนาคตใหม่คนดังกล่าว
มีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 และ กฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 42
โดยศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งนายภูเบศวร์ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมา
ดาบนี้น่ากลัวอยู่ไม่น้อย ความผิดเกิดขึ้นสำเร็จ ผิดพลาดในการตรวจสอบคุณสมบัติ และรู้ทั้งรู้ยังรับรองให้สมัครส.ส.
ธนาธรและพลพรรค ยากจะปัดความรับผิดชอบ คร่ำครวญว่า พ่อของฟ้า "นรกชัง สวรรค์กลั่นแกล้ง" คงไม่ใช่
นับแต่เริ่มจนกำลังจะถูกฟันผลั๊วะๆ ตอนนี้ ก็ต้องมองตัวเองก่อน กติกาการเลือกตั้งเดียวกัน อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน
แต่ตัวเองกลับเลินเล่อ ผิดพลาด ไม่สะสางอะไรต่างๆ ให้เป็นไปตามกติกา-กฎหมาย แล้วอย่างนี้จะโทษว่าใคร...
ความผิดพลาดจากตัวเองนี้ ก็กำลังเปิดช่องให้ดาบอาญาทั้งหลายฟาดฟันลง มา...ดาบที่จะน่ากลัวที่สุดเป็น"ดาบตัดสินชะตา"
ในวงนักกฏหมายว่ากันว่า เป็นคดีอาญาที่จะต่อเนื่องจากปมถือครองหุ้นสื่อ วี-ลัค มีเดีย เรื่องถือครองก่อน หรือหลังตาม
กฎหมายกำหนดก็สำคัญ อุปมาก็คล้ายยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำมามองเห็นแต่บางส่วน สิ่งที่อยู่ใต้กว่านั้นต่างหาก
ที่เป็นของจริง
นั่นคือ รายละเอึยดของเรื่องรายการการประชุมกรรมการบริษัท ตามข่าวที่สื่อไล่ตามเช็ค และ"ธนาธร" เองให้สัมภาษณ์
กลับไปกลับมา เดี๋ยวมีประชุม เดี๋ยวไม่มี เดี๋ยวกรรมการมีเท่านั้น เดี๋ยวเท่านี้... ต่างๆเหล่านี้ ที่อาจจะพิสูจน์ในชั้นศาลได้
ภายหลังว่า "เป็นเท็จ" ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจำนวนกรรมการที่เข้าประชุม ที่มีจำนวนผิดปกติ และการโอนหุ้นไปมาหลายทอด
เพื่อกลบเกลื่อนจำนวนกรรมการที่เข้าประชุมแบบไร้เหตุผลที่ดีมารองรับ เงื่อนงำและเจตนาตรงนี้แหละที่มองกันว่า
ดาบนี้กราดเกรี้ยวหวาดเสียวยิ่งนัก ...
ไม่เพียงปมถือครองสื่อแล้วจะมีระวางโทษจำคุก 1-10 ปี และ ตัดสิทธิ์การเมือง 20 ปี ... ประเด็นเรื่อง "เอกสารที่เป็นเท็จ"
คดีจะพลิกไม่ใช่แค่พ่อของฟ้าคนเดียวแต่จะลากเอา "สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ" มารดาธนาธร ที่รับโอนหุ้น เข้าคุกไปด้วยก็เป็นได้...
สนุกและชวนติดตามกว่าละคร "กงกรรม" ก็กงล้อคดีของธนาธรนี่ล่ะ ว่าที่สุดจะไปหยุดลงที่ตรงไหน
Cr. https://mgronline.com/politics/detail/9620000039955