เรื่องสั้นเรื่องที่สอง "แผนการรับมือ" และ จขถม. ตั้งชื่อให้ตัวเองว่า "คนหัวใส" ครับ
เป็นเรื่องของกระทาชายนายหนึ่ง ซึ่งมาเล่าแผนการแปลกๆ ให้บรรณาธิการของนิตยสารชื่อดังฉบับหนึ่งฟัง และหลังจากฟังแล้วเขาก็อึ้ง ทึ่ง งืด !!!
มาดูกันครับว่า แผนที่ว่านี้ เป็นอย่างไร...
แผนการรับมือ
บรรณาธิการของนิตยสารชื่อดังมองชายหนุ่มผู้นั่งอยู่ที่เก้าอี้ตรงหน้าตนด้วยแววตาครุ่นคิด เขาคิดไม่ออกเลยว่าชายคนนี้จะเป็นผู้รับมือนักโจรกรรมในครั้งนี้ได้
เพราะหากมองจากภายนอกชายคนนี้ดูธรรมดาอย่างมาก แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าราคาถูก มองดูคล้ายกับคนทั่วไปแบบกลืนหายไปตอนกวาดตามอง ยิ่งถ้าไปยืนรวมกับผู้อื่นสักสิบคน ไม่มีความโดดเด่นอะไรขึ้นมาเลย
“จากข้อมูลที่ได้มา มีนักโจรกรรมต้องการจะชิงเอาแหวนเพชรประจำตระกูลของเพื่อนของคุณใช่ไหมครับ” บรรณาธิการเอ่ยถามนำเรื่อง
“ใช่ครับ” เขาพยักหน้ารับ “แหวนของเพื่อนของผมมีมูลค่ามากทีเดียว เป็นที่ต้องการของนักโจรกรรม”
“ถ้าเป็นแบบนั้น แสดงว่าคุณต้องเตรียมวิธีการมากมายในการรับมือนักโจรกรรมที่จะเข้ามาขโมยแหวนนี้ คงมีพวกระบบอินฟราเรด มีเซ็นเซอร์ต่าง ๆ มากมายแน่ ๆ ถึงสามารถรับมือนักโจรกรรมได้แบบนี้”
ชายหนุ่มแค่นยิ้ม
“ไม่ครับ ผมไม่ได้มีระบบอะไรขนาดนั้น”
“อ้าว! หากไม่มีระบบป้องกันที่ดีเยี่ยม แล้วคุณรับมือนักโจรกรรมด้วยวิธีใด” บรรณาธิการถาม
“ผมแค่เปลี่ยนแหวนเพชรเป็นกระดาษ”
“หือ? มันอย่างไร?” บรรณาธิการงง
เขายังไม่ตอบทันที เอียงหน้าขึ้นเล็กน้อย ค่อยเอ่ยต่อ
“จะว่ายังไงดี ผมก็แค่ขอเงินสำหรับค่าจ้างจากเพื่อนผมจำนวนหนึ่งส่วนสามของมูลค่าของแหวนเพชรนั้น แล้วผมก็นำแหวนไปเก็บยังที่ ๆ เหมาะสม และเปลี่ยนมันเป็นกระดาษก็แค่นั้น”
“เปลี่ยนเป็นกระดาษอีกล่ะ อะไรยังไงครับ ผมไม่เข้าใจ”
ชายหนุ่มยิ้มให้ ถามกลับว่า
“คุณคิดว่าแหวนเพชรสามารถเปลี่ยนเป็นกระดาษได้ไหมล่ะ?”
“ไม่มีทาง แหวนไม่มีทางเปลี่ยนเป็นกระดาษได้เด็ดขาด” บรรณาธิการตอบเสียงแข็ง
“นั่นเพราะคุณยึดติดกับแหวน แต่สำหรับคนอย่างผม ยิ่งเป็นคนที่ดูทั่วไป มันมีอยู่หน่วยงานหนึ่งที่รับเปลี่ยนวัตถุเป็นกระดาษอยู่ แถมยังให้เงินเรากลับมาตอบแทนอีกด้วย”
บรรณาธิการนิ่งคิดตาม แต่แน่นอนว่าคิดไม่ออกหรอก จนชายผู้คนนี้กล่าวต่อ
“..ก็อย่างที่บอก ผมขอค่าจ้างจากเพื่อนผมหนึ่งส่วนสามจากมูลค่าของแหวนนั้น แล้วเอาแหวนเพชรไปให้หน่วยงานที่ผมว่า มันก็คือ โรงจำนำ ไงครับ ผมเอาแหวนนั้นไปจำนำที่โรงจำนำ แน่นอนว่าผมได้เงินจากโรงจำนำกลับมาด้วย แต่เป็นเงินจำนวนไม่มากเท่าไรหรอก น้อยกว่าค่าจ้างหนึ่งส่วนสามของมูลค่าแหวนเยอะเลย ผมก็แค่เก็บตั๋วจำนำที่โรงจำนำให้ไว้แค่นั้นเอง แล้วก็ค่อยให้ตั๋วจำนำนี้แก่เพื่อนของผม เพื่อให้เขาไปถ่ายแหวนคืนมาเองทีหลัง พวกนักโจรกรรมคงไม่มีใครคิดหรอกมั้งว่าเราจะซ่อนแหวนไว้ในที่แบบนี้”
บรรณาธิการอึ้งในคำตอบของเขาทันที ใครจะไปคิดเล่าว่าเขาจะเอาแหวนไปไว้ในโรงจำนำ
“นี่คุณคิดวิธีนี้ได้อย่างไร?”
ชายหนุ่มหัวเราะเล็ก ๆ ตอบกลับว่า
“ผมไม่ได้คิดหรอก ผมแค่อยากได้เงินเท่านั้นแหละ เลยหลอกเพื่อนผมว่าจะช่วยเหลือเขา ขอเงินค่าจ้างจากเขา แล้วพอได้แล้วผมก็เอาแหวนไปจำนำ ตรงนี้ผมจะได้เงินจากโรงจำนำอีกด้วย ผมที่ไม่ค่อยมีเงินอยู่แล้ว เข้าโรงจำนำเป็นประจำอีก แถมพวกในโรงจำนำก็จำได้ว่าไม่ค่อยมาถ่ายของจำนำคืนสักเท่าไร เมื่อเห็นผมเอาแหวนเพชรที่มีมูลค่ามาก ๆ มาจำนำ แล้วขอเงินน้อยกว่ามูลค่าแหวนแบบนี้
เขาต้องรับจำนำอยู่แล้ว เพราะถ้าของหลุดจำนำพวกเขาจะกำไรมาก ๆ ทั้งหมดมันเลยเข้าทางผม สบายเลยแหละครับ ฮ่ะ ฮ่า ฮ่า...”
/// จบ ///
ถุงมือ คนหัวใส
🌟✨😁 THE SUMMER GLOVES 2019 <ถุงมือเรื่องสั้น> #20 "แผนการรับมือ" โดย "ถุงมือคนหัวใส" 😁✨🌟
เป็นเรื่องของกระทาชายนายหนึ่ง ซึ่งมาเล่าแผนการแปลกๆ ให้บรรณาธิการของนิตยสารชื่อดังฉบับหนึ่งฟัง และหลังจากฟังแล้วเขาก็อึ้ง ทึ่ง งืด !!!
มาดูกันครับว่า แผนที่ว่านี้ เป็นอย่างไร...
เพราะหากมองจากภายนอกชายคนนี้ดูธรรมดาอย่างมาก แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าราคาถูก มองดูคล้ายกับคนทั่วไปแบบกลืนหายไปตอนกวาดตามอง ยิ่งถ้าไปยืนรวมกับผู้อื่นสักสิบคน ไม่มีความโดดเด่นอะไรขึ้นมาเลย
“จากข้อมูลที่ได้มา มีนักโจรกรรมต้องการจะชิงเอาแหวนเพชรประจำตระกูลของเพื่อนของคุณใช่ไหมครับ” บรรณาธิการเอ่ยถามนำเรื่อง
“ใช่ครับ” เขาพยักหน้ารับ “แหวนของเพื่อนของผมมีมูลค่ามากทีเดียว เป็นที่ต้องการของนักโจรกรรม”
“ถ้าเป็นแบบนั้น แสดงว่าคุณต้องเตรียมวิธีการมากมายในการรับมือนักโจรกรรมที่จะเข้ามาขโมยแหวนนี้ คงมีพวกระบบอินฟราเรด มีเซ็นเซอร์ต่าง ๆ มากมายแน่ ๆ ถึงสามารถรับมือนักโจรกรรมได้แบบนี้”
ชายหนุ่มแค่นยิ้ม
“ไม่ครับ ผมไม่ได้มีระบบอะไรขนาดนั้น”
“อ้าว! หากไม่มีระบบป้องกันที่ดีเยี่ยม แล้วคุณรับมือนักโจรกรรมด้วยวิธีใด” บรรณาธิการถาม
“ผมแค่เปลี่ยนแหวนเพชรเป็นกระดาษ”
“หือ? มันอย่างไร?” บรรณาธิการงง
เขายังไม่ตอบทันที เอียงหน้าขึ้นเล็กน้อย ค่อยเอ่ยต่อ
“จะว่ายังไงดี ผมก็แค่ขอเงินสำหรับค่าจ้างจากเพื่อนผมจำนวนหนึ่งส่วนสามของมูลค่าของแหวนเพชรนั้น แล้วผมก็นำแหวนไปเก็บยังที่ ๆ เหมาะสม และเปลี่ยนมันเป็นกระดาษก็แค่นั้น”
“เปลี่ยนเป็นกระดาษอีกล่ะ อะไรยังไงครับ ผมไม่เข้าใจ”
ชายหนุ่มยิ้มให้ ถามกลับว่า
“คุณคิดว่าแหวนเพชรสามารถเปลี่ยนเป็นกระดาษได้ไหมล่ะ?”
“ไม่มีทาง แหวนไม่มีทางเปลี่ยนเป็นกระดาษได้เด็ดขาด” บรรณาธิการตอบเสียงแข็ง
“นั่นเพราะคุณยึดติดกับแหวน แต่สำหรับคนอย่างผม ยิ่งเป็นคนที่ดูทั่วไป มันมีอยู่หน่วยงานหนึ่งที่รับเปลี่ยนวัตถุเป็นกระดาษอยู่ แถมยังให้เงินเรากลับมาตอบแทนอีกด้วย”
บรรณาธิการนิ่งคิดตาม แต่แน่นอนว่าคิดไม่ออกหรอก จนชายผู้คนนี้กล่าวต่อ
“..ก็อย่างที่บอก ผมขอค่าจ้างจากเพื่อนผมหนึ่งส่วนสามจากมูลค่าของแหวนนั้น แล้วเอาแหวนเพชรไปให้หน่วยงานที่ผมว่า มันก็คือ โรงจำนำ ไงครับ ผมเอาแหวนนั้นไปจำนำที่โรงจำนำ แน่นอนว่าผมได้เงินจากโรงจำนำกลับมาด้วย แต่เป็นเงินจำนวนไม่มากเท่าไรหรอก น้อยกว่าค่าจ้างหนึ่งส่วนสามของมูลค่าแหวนเยอะเลย ผมก็แค่เก็บตั๋วจำนำที่โรงจำนำให้ไว้แค่นั้นเอง แล้วก็ค่อยให้ตั๋วจำนำนี้แก่เพื่อนของผม เพื่อให้เขาไปถ่ายแหวนคืนมาเองทีหลัง พวกนักโจรกรรมคงไม่มีใครคิดหรอกมั้งว่าเราจะซ่อนแหวนไว้ในที่แบบนี้”
บรรณาธิการอึ้งในคำตอบของเขาทันที ใครจะไปคิดเล่าว่าเขาจะเอาแหวนไปไว้ในโรงจำนำ
“นี่คุณคิดวิธีนี้ได้อย่างไร?”
ชายหนุ่มหัวเราะเล็ก ๆ ตอบกลับว่า
“ผมไม่ได้คิดหรอก ผมแค่อยากได้เงินเท่านั้นแหละ เลยหลอกเพื่อนผมว่าจะช่วยเหลือเขา ขอเงินค่าจ้างจากเขา แล้วพอได้แล้วผมก็เอาแหวนไปจำนำ ตรงนี้ผมจะได้เงินจากโรงจำนำอีกด้วย ผมที่ไม่ค่อยมีเงินอยู่แล้ว เข้าโรงจำนำเป็นประจำอีก แถมพวกในโรงจำนำก็จำได้ว่าไม่ค่อยมาถ่ายของจำนำคืนสักเท่าไร เมื่อเห็นผมเอาแหวนเพชรที่มีมูลค่ามาก ๆ มาจำนำ แล้วขอเงินน้อยกว่ามูลค่าแหวนแบบนี้ เขาต้องรับจำนำอยู่แล้ว เพราะถ้าของหลุดจำนำพวกเขาจะกำไรมาก ๆ ทั้งหมดมันเลยเข้าทางผม สบายเลยแหละครับ ฮ่ะ ฮ่า ฮ่า...”