รู้สึกดีกับพ่อน้อยลงเรื่อย ๆ

กระทู้สนทนา
ขอสรุปแบบหยาบๆ นะคะ พ่อกับแม่เราแยกทางกันค่ะ เราเลือกจะอยู่กับพ่อตอนนั้นเด็กมากประมาณ 5-6 ขวบ ไม่รู้ทำไม แต่จำได้แค่ว่าแม่บอกว่าทำถูกแล้วเพราะพ่อมีบ้านอยู่ ห้อมล้อมไปด้วยญาติ ๆ  แต่แม่ไม่มีถ้ามากับแม่ต้องลำบากมากแน่ๆ

สรุปตอนเด็ก

เราเจ็บปวดนะคะ ที่ต้องเขียนแบบนี้เพราะพ่อเลี้ยงเรามา ไปรับ-ส่งเราตั้งแต่ประถม-มัธยม แต่เท่าที่เราจำความได้คือ

1. พ่อไม่ช่วยลุงผ่อนค่าบ้านครอบครัวของลุงต้องเป็นคนผ่อน ค่าน้ำ ค่าไฟ พ่อเคยจ่าย แต่ไม่จ่ายมากว่า 15ปีแล้ว

2. ครอบครัวลุงต้องเลี้ยงเราส่งเสียเรา ตั้งแต่สมัครเรียนพิเศษ สมัครเรียนต่างๆ ไปจนถึงจ่ายค่าชุดนักเรียน นักศึกษาให้เรา ทำให้เราต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับครอบครัวลุง แต่ครอบครัวลุงพูดไม่เพราะ เช่น “อีนังนี่” “” “พ่อมันบ้า” เราไม่ชอบที่เค้าไม่ให้เกียรติพ่อเรา พ่อเราก็รู้ว่าเค้าพูดไม่เพราะกับเรา
แต่พ่อก็ไม่ทำอะไร ส่วนลุงเราคิดว่าน้ำเต็มปาก เพราะภรรยาและน้องภรรยาช่วยดูแลเราอยู่

3. เรากับพ่อทะเลาะกันบ่อย ไม่รู้เรื่องอะไร แต่จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ โดนทั้งสายยาง ไม้เรียว กระบี่กระบองฟาดมาที่หน้าตักจนเนื้อแตก 1 ครั้ง

4. พ่อเราชอบกินเหล้าแล้วพูดจาเสียงดัง พูดไม่รู้เรื่อง เราไม่ชอบเลย เราอายคนอื่นเค้า เราไม่อยากให้คนมองว่าพ่อไม่ดี

5. พ่อบอกแต่ก่อนมีเงิน ญาติๆ ก็พากันนับถือ เดี๋ยวนี้เดินผ่านเรียกบ้าง ไม่เรียกบ้าง (ไม่ใช่บ้านลุงนะคะ) แต่เราก็ไม่เห็นว่าพ่อจะทำอะไรให้คนอื่นนับถือเลย ยกเว้นเวลากินเหล้าถึงจะออกไปคุยกับญาติ นอกจากนั้นถ้าไม่กินพ่อก็เข้าบ้าน หลัง ๆ พ่อไม่ออกไปอีกเลย แต่เราก็มีญาติฝ่ายพ่อช่วยสอนทำกับข้าว
เลี้ยงเราตอนพ่อต้องไปทำงานมาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่ก็ไม่ได้พูดต่อว่าพ่อเราเหมือนบ้านลุงเราเข้าใจว่าอีกฝั่งเป็นครอบครัวใหญ่ เป็นพี่น้อง มีอะไรเค้าคุยกันเองเด็กๆไม่ต้องรับรู้

6. เรารับรู้มาตลอดว่าฐานะทางการเงินของพ่อไม่ดี และไม่เคยดี พ่อชอบตัดพ้อ พ่อเคยให้เราไปขอเงินลุงเงินป้า เวลาไปขอก็จะโดนเขาด่าฝากมาประจำ เราเครียดมากที่ต้องมารับรู้อะไรแบบนี้

7. เราคุยกับแม่เรื่องพ่อ แม่บอกว่า “พ่อก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร ขาดความอบอุ่น ให้เรารักพ่อมากๆ เพราะพ่อก็รักเรามากเช่นกัน พ่อน่าสงสาร พ่อเสียอย่างเดียวเวลากินเหล้า” ตรงนี้เราว่าไม่จริง เรารู้สึกว่าอะไรแบบนี้มันกำลังกลายให้เราเป็นคนเหมือนพ่อ และรู้สึกผิดตลอดเวลา สิ่งที่เรารู้สึกคือ พ่อไม่กล้าพอจะพูดอะไรตอนไม่เมา ไม่กล้าทำอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างมีเราทำให้หมด ซื้อบุหรี่ ซื้อเบียร์ ยืนเงินลุงกับป้า ติดบัญชีร้านขายของชำ แม้ว่าตอนนี้พ่อจะไม่ใช้ให้เราทำอะไรแบบนี้แล้วแต่มันรู้สึกแย่ที่สุด

สรุปตอนมหา’ลัย - ปัจจุบัน

1. พ่อให้เงินเราไปมหาลัยน้อยลง บางอาทิตย์ไม่ให้เลยก็มี แต่โชคดี เราได้ทุน และเราเป็นติวเตอร์ ประกอบกับมีงานนอกจากเพื่อนต่างชาติให้เราไปเป็น

MC เป็นล่ามให้ เลยพอเลี้ยงตัวเองได้ บางทีก็มีให้พ่อ

2. เราได้งานประจำในออฟฟิศช่วงปิดเทอม เราเริ่มซื้อของเข้าบ้านเองได้ โดยที่ไม่ต้องรบกวนบ้านลุง ผงซักฟอก สบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม น้ำยาล้างจาน ของสด แต่ก่อนบ้านลุงจะพาเราไปซื้อแต่ตอนนี้แม่ออกให้ค่ะ บางทีเราก็ออกเอง

3. เราทะเลาะกับพ่อบ่อยไม่รู้เรื่องอะไร แต่เคยจำได้ว่า พ่อไปกินเหล้าบ้านเพื่อน เมามากเราบอกให้ขับดีๆ เพราะมอไซที่พ่อขี่เริ่มไม่เป็นเส้นตรง

ผลสรุปคือล้ม แต่ไม่เจ็บ ไม่อะไรเลย แถมหันมาด่าเราอีกว่า เป็นเพราะเราพูดมาก ที่หลังให้มาขับเอง คืนนั้นกลับบ้านมาทะเลาะกันบ้านแทบแตก แต่พ่อไม่ถามเลยว่าเราเจ็บตรงไหนไหม วันรุ่งขึ้นรองเท้าพ่อขาด พ่อไม่มีเงินซื้อใหม่ เราเห็นแล้วอดไม่ได้ที่คนเป็นพ่อของเราจะไม่มีแม้กระทั่งรองแตะใส่ได้ยังไง เราเลยพาไปซื้อ คิดในว่าเรื่องเมื่อคืนต้องเป็นครั้งสุดท้ายที่ทะเลาะกัน

4. เราได้งานประจำเงินเดือนประมาณ 25K ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ แม้งานจะหนักบางทีต้องเอากลับมาทำที่บ้าน แต่เรามีความสุขที่ไม่ต้องเห็นตัวเองเครียดเรื่องทำวิจัย หรือ เรื่องที่บ้าน ทั้งยังไม่ต้องให้แม่มารับภาระซื้อของเข้าบ้านให้อีกแล้ว เรารับผิดชอบส่วนนี้เอง

5.ช่วงนี้พ่อขอเงินเราไปซื้อไม้ปิงปองกับรอกตกปลาประมาณ 1000-2000 เราเห็นว่าไม่เยอะ เพราะส่วนตัวเราก็ไม่ได้ให้เงินพ่อมากกว่าเดือนละ 2 พันอยู่แล้ว และเราเห็นว่า พ่อเราเริ่มซื้อข้าวเย็นมารอเราหลังจากกลับมาทำงาน ทั้งๆที่ตอนเรียนมหาลัย จะไม่ค่อยมี และยิ่งถ้าเราอยู่บ้านช่วงมหาลัยเราชอบทำกับข้าว ก็จะเตรียมไว้ให้พ่อ วันไหนกลับมาไม่มีข้าว พ่อก็จะตำหนิว่า กลับมาไม่มีอะไรเตรียมให้เลย ตรงนี้เราฉุนที่สุด ทีเราไปเรียนกลับมามืดๆ เรายังต้องไปหาไรกินเองเลย แต่ก็ข่างมัน ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว

6. พ่อชอบมาอ้อนให้เราซื้ออุปกรณ์การตีปิงปองกับตกปลาให้บางที 100-200 พ่อก็จ่ายเอง

7.พอทำงานครบ 1 ปี เราลาออกจากงานเพราะต้องการทำวิจัยให้เสร็จ แต่ยังมีรับงานฟรีแลนซ์อยู่บ้าง เราไม่ได้บอกที่บ้านว่าออกจากงานแล้ว เพราะกลัวเค้าเครียดและหันมากดดันเราอีก เราพยายามสมัครงานที่มีเวลางานชัดเจน เพื่อที่เราจะได้แบ่งเวลาและหาเงินไปจ่ายค่าเทอม
เทอมสุดท้ายได้ แต่ บ.ต่างๆ เห็นว่ายังเรียนไม่จบเลยยังไม่รับ

8. เราเริ่มประหยัด พ่อขอเงินเราเริ่มไม่ให้ แต่ล่าสุดพ่อยืมไป 2พัน ยังไม่คืน เมื่อวานพ่อเราจะไปตกปลาเล่น (เราไม่ติดใจเรื่องตกปลานะคะ
มันเป็นความสุขที่พ่อหาได้ แต่พ่อทำเรารู้สึกไม่ดีเลยตอนนี้) พ่อเราเห็นว่าเงินวางที่โต๊ะ เค้าทำเสียงอ้อนว่า ขอได้ไหม เราบอกไม่ได้ เดือนนี้หนูให้พ่อไปตกปลาเยอะแล้ว เค้าก็ถามเราอยู่อย่างนี้อีก2-3 รอบ จนเราบอกว่า “ไม่เอาแล้วพ่อเคยตัว” เค้าหันมาทำตาขวางใส่เราแล้วพูดว่า “ดูพูด” พร้อมทำเสียง ฮึ! ใส่เรา เราเลยบอกว่า “พ่อก็เป็นแบบนี้ทุกที พอให้ก็ดีไปวันพ่อไม่ให้ก็หันมาด่า หันมางอน” แล้ววันนี้พ่อไม่พูดกับเราเลยค่ะ
เราเห็นเค้าซื้อข้าวมาก็เก็บไว้กินคนเดียว แอบไว้ในเก๊ะด้วยนะคะ  เราเห็นงั้นเราเลยรู้สึกแย่ไปอีกเพราะเมื่อวาน เราก็เป็นคนซื้อข้าว ซื้ออะไรมาให้กินด้วยกัน  ตกเย็นก็เปิดเบียร์กินหน้าบ้าน มีเพื่อน VDO Call มาหาพ่อ พ่อก็พูดเสียงดังแนวๆ ประชดประชันว่า อยู่ทำไม ตายห่าไปเลยดีกว่า อยู่ไปก็มีแต่ความยาก จะเป็น ห_ยิ้ม เป็น ส_อัตว์ อะไรก็ช่าง ม_แอ้ง  เหอะ  

9. เราเคยเป็นโรคซึมเศร้าตอนเรียนมหาลัย แต่ตอนนี้หายแล้วค่ะ เราห่วงว่าพ่อจะเป็นรึเปล่า หรือพ่อแค่เอาแต่ใจ เรียกร้องความสนใจ เพราะเค้าเคยบอกเราว่า คนแสดงอาการส่วนมากไม่เป็นหรอก อย่างพ่อนี่สิ เราก็สงสัย แล้วตัวเรามีอาการอะไร มาพูดกับพ่อ พ่อยังถามเลย กินยาแก้บ้ารึยึง (พ่อล้อเล่น) ส่วนบ้านลุง ก็พูดซ้ำๆ อยู่ได้ว่า ทำงานแบบนี้เดี๋ยวก็เครียดตาย ยิ่งเป็นโรคแบบนี้อยู่ ทั้งๆที่เราโอเคมากค่ะ ตอนทำงานอยู่ พอเราลาออกมาอยู่บ้าน วิจัยที่คิดจะทำก็ไม่ได้ทำ รู้สึกว่าบ้านไม่น่ารักสำหรับเราอีกต่อไปแล้ว เราเคยรัก เคยหวงบ้านนี้มาก แต่ตอนนี้เราอยากออกไปให้พ้นๆ จากทุกคน
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่