เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาศไปเที่ยวเวียงจันทร์เป็นครั้งแรก โดยไป3วัน2คืน
วันแรกผมได้นั่งรถจาก อ.พนมสารคาม ไปยัง จ.หนองคาย เที่ยว22.00 วันที่12เมษา ถึงเลยประมาณ10โมงกว่าๆของวันที่13 จากนั้นก็ซื้อของแล้วก็นั่ง3ล้อไปยังด่าน

พอถึงด่านก็ต้องไปทำบัตรผ่านแดน ซึ่งใช้100บาทในการทำหนังสือผ่านแดน ซึ่งอยู่ได้3วันนับจากวันที่เราทำ จากนั้นก็ไปหน้าด่านต่อ ซึ่งคนต่อคิวเยอะมาก แฟนผมก็ไปทางช่องของพาสปอร์ต ผมก็ยืนต่อคิว จากนั้นก็มีคนลาวคนนึงมาถามว่า ให้ช่วยมั้ย จะได้ไม่ต้องต่อคิว ผมก็รับข้อเสนอทันที 5555 เขาทำให้ผมผ่านได้2ด่าน ผมก้ให้เงินเขาไปจำนวนนึง พอถึงด่านสุดท้ายก็เหมือนเอาใบเสร็จแล้วก็จ่ายเงินไป100บาท พอเสร็จจากด่านก็ได้เหมารถตู้จากด่านไปยัง หมุ่บ้านดอนฝ้าย ได้เห็นทั้งสะพานมิตรภาพ แล้วก็พวกดอกไม้ต่างๆนานา นั่งในรถผมก้งงซึ่งผมไม่เคยนั่งรถที่ขับทางขวา 5555 ทางเข้าซอยบ้านพี่สาวแฟน จะเป็นโรงงานผลิตเบียร์ลาว

มีลังพลาสติกวางสูงมากกกกหลายแถว พอถึงบ้านพี่สาวแฟน พี่ๆก็มาต้อนรับ คำแรกที่ได้ยินคือ สะบายดี ผมก้ตอบเหมือนกันแต่แบบเขินๆ ลงจากรถก็เข้าไปนั่งที่ไม้หินอ่อนหน้าบ้าน พี่สาวก็เอาถ้วยจาน อาหารมาเพิ่ม เมนูแรกก็คือเมี่ยงปลาน้ำโขง จะบอกว่าอร่อยมาก ตอนแรกผมก็ไม่กิน แฟนก็ได้ป้อนแล้วถามว่าแซ่บบ่ 5555 ผมก็ตอบว่าแซ่บหลาย แล้วก็กินเบียร์ลาว จากที่ผมสังเกต ก่อนจะกินแต่ละครั้ง เขาจะชนกันก่อนตลอด ผมก็พึ่งเคยเจอ น้องสาวของแฟนจะเป็นคนรินให้ พอจะชนกับผม เขาก็ทัก เบิ่ดแหมแล้วบ่ แล้วก็รินให้ผมต่อ แล้วก้ชนอีกรอบ 55555 เบียร์จะรสชาติคล้ายๆช้าง แต่เปอรืเซ็นต์แอกอฮอร์5เปอร์ เราก้นั่งกินกันยาว จากนั้น ประมาณ10โมงแลง หรือ4ทุ่ม ผมก็ภาพตัด จากนั้นพี่เขยก้พาไปส่งที่โรงแรม โดยที่จ่ายค่าห้องอะไรให้หมดเลย เพราะผมเมาหนักมาก 5555 จบวันแรก ...
วันที่2 14เมษา หลังจากตื่นนอนประมาณ 10โมง ผมก็ได้ถามแฟนว่า ค่าห้องอะไรใครจ่าย แฟนก็บอกว่าพี่จ่ายให้ ประมาณ400บาท เออผมก็ว่าราคาปกติดีนะมีครบทุกอย่างเลย จากนั้นเราก็อาบน้ำแต่งตัวไปหาอะไรกินกัน เราได้ไปหาซื้อซิมใส่โทรศัพท์ก่อนซึ่งไม่มีเน็ตหรือโทรออกได้เลย ไปเจอร้านขายของร้านนึง ลุงแกก็จัดการทำทุกอย่างให้ ทั้งเปิดเบอร์แต่ว่าต้องเป็นเจ้าของ ผมเลยให้แฟนผมเป็นคนคุยทั้ง2เบอร์ 5555 จากนั้นก็เจอร้านอาหาร ผมเลยถามว่ามีเฝอมั้ย ก็คือก๋วยเตี๋ยวทางบ้านเรานั้นเอง ซึ่งผมอยากกินมาก เขาก็บอกว่ามี ส่วนแฟนผมก็กินข้าวเปียก หรือก๋วยจั๊บยวนนั่นเอง อย่างที่มาตั้งคือตะกร้าผักกับน้ำจิ้มเฝอ

เอกลักษณ์ของเฝอจะอยู่ที่น้ำซุปกับน้ำจิ้ม ซึ่งน้ำซุปจะไม่เหมือนทางบ้านเรา จะออกเปรี้ยวนิดนึง แล้วก็จะมีพวกเนื้อลูกชิ้น ที่สำคัญจะมีมะเขือเทศหั่นประมาณ3ชิ้น ผมชอบตรงใส่น้ำจิ้มนี่แหละ จะคล้ายๆน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะของบ้านเรา ผมก็ใส่หมดเลย 5555 ส่วนก๋วยจั๊บก็เหมือนของบ้านเรา ราคาก็40บาท พอเรากินเสร็จเราก็เดินกลับห้องพักเพื่อรอพี่มารับ ได้ผ่านกลุ่มวัยรุ่นที่กำลังกินเบียร์กันอยู่ เขาก็พูดแบบชวนกินแล้วก็ยิ้มให้ ผมก็หันไปมองแล้วก็ยิ้มเบาๆ ส่วนแฟนผมก็ตอบ บ่เป็นหยัง ขอบใจพร้อมกับยิ้มคืน 555 พอมาถึงห้องพักนึงพี่ก็มารับ ประตูแรกที่ผมเปิดคือหน้าซ้าย เปิดไปเจอพวงมาลัย ผมก็ตกใจ ลืมไปพวงซ้ายนี่นา เลยได้ย้ายอีกฝั่ง 55555 จากนั้นพี่ก็พาขี่รถไปวัดธาตุหลวง ซึ่งตอนนั้นก็ประมาณ 13โมง หรือบ่ายโมง แดดร้อนมากก เราก็ได้เดินชมวัด

ผมได้ซื้อผ้าซิ่นมาผืนนึงมาฝากแม่ คือมีหลายราคาเลย จากนั้นเราก็ไปยังประตูชัย


พอถึงเราก็เดินดูนู้นนี่ แล้วก็เดินขึ้นไปยังชั้นบนสุดของประตูชัย แต่ละชั้นก็มีของฝากขาย พอถึงชั้นบน เราก็ได้เห็นวิวของเมืองเวียงจันทร์ เป็นวิวที่สวยนะผมว่า

จากนั้นก็ลงไปข้างล่างคืน เอ้อลืมไปก่อนขึ้นต้องซื้อบัตรขึ้น ราคา15บาทต่อคน จากนั้นเราก็ไปดูช้างที่สร้างถ้วยชาของจีน ซึ่งเขียนว่า มิตรภาพระหว่าง ลาว-จีน ยืนยาว เป็นภาษาลาว

วันนั้นก็มีพวกทัวร์จีนมา มีคนนึงได้ขอให้แฟนผมถ่ายรูปให้ พอถ่ายเสร็จก็บอกขอบคุณ 5555 จากนั้นเราก็ไปยังบ้านพี่สาวของแฟน เมนูที่เขาเตรียมรอคือต้มเป็ด ปิ้งเป็ด แล้วก็เลือดแปง เลือดแปงนี่เด็ดสุด เพราะผมไม่เคยกินเลย พี่ก็บอกให้บีบมะนาวใส่หน่อย ผมก็ทำตาม ป๊าด แซ่บคักกก แล้วก็มีเบียร์กิน

ผมกินเลือดแปงเยอะมาก แฟนผมก็ถาม แซ่บบ่ ผมก็ตอบว่าแซ่บคัก ทุกอย่างเลย เบียร์ที่กินก็เป็นลังพลาสติกเหมือนลังเปลี่ยน ราคาน่าจะประมาณ400กว่าบาท จากนั้นเราก็พากันไปดูงานที่มีเวทีมาลง คนก็พอสมควรทั้งเมากัน แต่ไม่มีวี่แววจะทะเลาะหรือตีกันเลย

พอดูเสร็จพี่ก็ไปแคมโขงหรือริมโขงที่เขาจัดคอนเสริตกัน รถติดมาก พอถึงก็ประมาณ 8โมงแลงหรือ2ทุ่ม เราไปทางบูทเบียร์ลาวซึ่งเป็นแบบดีเจ วัยรุ่นเยอะหน่อย แต่ก็ไม่มีแบบคนจะทะเลาะกันเลย

ดูได้พักนึงเราก็ลงไปข้างล่าง ซึ่งมีอีกเวทีนึง ผมก็ได้ลงน้ำโขงเป็นครั้งแรกโดยมีแฟนลงไปด้วย มีความสุขมาก 5555 แล้วเราก็ไปนั่งโต๊ะ แล้วก็เอาเบียร์มากินกัน

นั่งได้พักนึงเพราะไกล้เก็บของกันแล้ว จากนั้นก็พากันไปกินเฝอเรืออยุธยา ร้านนี้ผมคิดว่าคนไทยทำ เพราะเหมือนก๋วยเตี๋ยวน้ำตกของบ้านเรามาก ไม่มีน้ำจิ้มเหมือนที่กินตอนเเช้า 555

พอกินเสร็จเราก็ไป ตาเวนแดง หรือตะวันแดงนั่นเอง พี่ก็บอกว่าส่วนใหญ่จะเป็นนักร้องที่มากจากไทยด้วย เราก็กิน ร้อง สนุกไปพักนึง

แล้วเราก็ไปยังห้องพักที่พี่เป็นคนหาให้ตั้งแต่เราจะเที่ยวกันแล้ว พอถึงห้องพี่ก็นั่งคุยด้วยพักนึง ค่าห้อง400กว่าบาท ผมได้ยืนเงินให้พี่เป็นพวกค่าน้ำมัน แต่แกไม่เอาสักบาทเลย ผมเกรงใจแกมาก เพราะแกพาเที่ยวตั้ง2วัน เพื่อนแกก้โทรมาชวนตั้งแต่เย็น จากนั้นแกก็กลับ เราก็นอนกันเลย จบวันที่2 ..
วันสุดท้ายในเวียงจันทร์ 15เมษา เราได้ตื่นแล้วก็เตรียมตัวกลับ ออกจากหอไปนิดเดียวก็เจอ ป้ายรถเมล์ ผมได้จองรถกลับ 12.40 เป็นรถกลับหนองคายเลย ก่อนกลับผมก็ยังคงกินเฝอแฟนผมก็ข้าวเปียกเหมือนเดิม 5555

พอกินเสร็จ ผมก็ได้พาเดินพาแฟนไปขึ้นวินเพราะแฟนผมต้องกลับบ้านที่เมืองไชยะบุรี จากนั้นเราก็แยกกัน ผมก็นั่งรอรถ ผมก็ทัก วีดีโอคอลถามแฟนว่าขึ้นรถยังตลอด เพราะเป็นห่วงมากก พอรถผมมาก็ได้ขึ้น แล้วก็ไปยังด่าน รอบนี้ผมไปคนเดียว งงสิครับ ไม่รู้จะไปทางไหน 5555 เลยได้ถามคนนึงเรื่องต่อคิว เพราะต่อคิวของพาสปอร์ต แกเลยบอกช่องทางขวาสุด แล้วก็มีคนลาวมาถามเหมือนเดิม รอบนี้ผมปฏิเสธ เพราะผมอยากรู้ 555 ได้เสียเงินด่านที่2 50บาท รถทัวร์ที่ขึ้นมายังคงจอดรอจนกว่าคนจะครบ จากนั้นก็ถึงหนองคายโดยสวัสดิภาพ ...จบทริป3วัน
***เป็นทริปที่มีความสุขมากเพราะไปกับแฟนด้วย เจอพวกพี่ๆของแฟนคอยดูแลเทคแคร์เป็นอย่างดี คนลาวก็น่าฮักกก 5555 ปีหน้าผมจะไปอีก ปีหน้าผมจะไปบ้านแฟนของผมเลย ไปดูวัฒนธรรมของฝั่งเหนือ
*** สุดท้ายนี้ขอขอบใจ๋ เอื้อยม๊อด เอื้อยต้าร์ การ์ตูน อ้ายพงศ์ อ้ายเลย์ และก็อ้ายโจ้คนพาเที่ยวเวียงจันทร์ ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ก๊อตหรือแหวน แฟนของผมเอง ที่ทำให้ผมได้มา ฮักหล๊ายหลายเด้อ รอบหน้าผมจะทำพาสปอร์ตไปหลวงพระบางแล้วก็ลงมาเมืองไชยะบุรีต่อ
*** ขอจบเพียงเท่านี้นะครับ สะบายดี
ขออภัยที่ภาพน้อยหรือรายละเอียดน้อยไปนะครับ ผมพึ่งจะทำการรีวิวเป็นครั้งแรก
เที่ยวเวียงจันทน์ครั้งแรก 3วัน2คืน
วันแรกผมได้นั่งรถจาก อ.พนมสารคาม ไปยัง จ.หนองคาย เที่ยว22.00 วันที่12เมษา ถึงเลยประมาณ10โมงกว่าๆของวันที่13 จากนั้นก็ซื้อของแล้วก็นั่ง3ล้อไปยังด่าน
วันที่2 14เมษา หลังจากตื่นนอนประมาณ 10โมง ผมก็ได้ถามแฟนว่า ค่าห้องอะไรใครจ่าย แฟนก็บอกว่าพี่จ่ายให้ ประมาณ400บาท เออผมก็ว่าราคาปกติดีนะมีครบทุกอย่างเลย จากนั้นเราก็อาบน้ำแต่งตัวไปหาอะไรกินกัน เราได้ไปหาซื้อซิมใส่โทรศัพท์ก่อนซึ่งไม่มีเน็ตหรือโทรออกได้เลย ไปเจอร้านขายของร้านนึง ลุงแกก็จัดการทำทุกอย่างให้ ทั้งเปิดเบอร์แต่ว่าต้องเป็นเจ้าของ ผมเลยให้แฟนผมเป็นคนคุยทั้ง2เบอร์ 5555 จากนั้นก็เจอร้านอาหาร ผมเลยถามว่ามีเฝอมั้ย ก็คือก๋วยเตี๋ยวทางบ้านเรานั้นเอง ซึ่งผมอยากกินมาก เขาก็บอกว่ามี ส่วนแฟนผมก็กินข้าวเปียก หรือก๋วยจั๊บยวนนั่นเอง อย่างที่มาตั้งคือตะกร้าผักกับน้ำจิ้มเฝอ
วันสุดท้ายในเวียงจันทร์ 15เมษา เราได้ตื่นแล้วก็เตรียมตัวกลับ ออกจากหอไปนิดเดียวก็เจอ ป้ายรถเมล์ ผมได้จองรถกลับ 12.40 เป็นรถกลับหนองคายเลย ก่อนกลับผมก็ยังคงกินเฝอแฟนผมก็ข้าวเปียกเหมือนเดิม 5555
***เป็นทริปที่มีความสุขมากเพราะไปกับแฟนด้วย เจอพวกพี่ๆของแฟนคอยดูแลเทคแคร์เป็นอย่างดี คนลาวก็น่าฮักกก 5555 ปีหน้าผมจะไปอีก ปีหน้าผมจะไปบ้านแฟนของผมเลย ไปดูวัฒนธรรมของฝั่งเหนือ
*** สุดท้ายนี้ขอขอบใจ๋ เอื้อยม๊อด เอื้อยต้าร์ การ์ตูน อ้ายพงศ์ อ้ายเลย์ และก็อ้ายโจ้คนพาเที่ยวเวียงจันทร์ ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ก๊อตหรือแหวน แฟนของผมเอง ที่ทำให้ผมได้มา ฮักหล๊ายหลายเด้อ รอบหน้าผมจะทำพาสปอร์ตไปหลวงพระบางแล้วก็ลงมาเมืองไชยะบุรีต่อ *** ขอจบเพียงเท่านี้นะครับ สะบายดี
ขออภัยที่ภาพน้อยหรือรายละเอียดน้อยไปนะครับ ผมพึ่งจะทำการรีวิวเป็นครั้งแรก