คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
มาเลเซียเองมีปัญหาเรื่องสินค้าส่งออกพอสมควร เพราะตัวหลักอย่างน้ำมันปาล์มก็โดน EU แบน น้ำมันดิบตอนนี้ราคาตลาดโลกก็ตก
ซึ่งสภาวะปัจจุบันที่เศรษฐกิจมาเลเซียตกลงไปเรื่อยๆจะมามัวเลี่ยงจีนก็ไม่ได้แล้ว EU เองก็แบนน้ำมันปาล์ม อเมริกานี่ก็ไม่เบื่อไม้เมาของมหาเธร์มานาน รัสเซียช่วงนี้ก็เงียบๆ โลกมุสลิมเองก็ยังมีปัญหาเรื่องฮาลาลที่ไม่เป็นมาตรฐาน สภาพปัจจุบันก็มีเพียงจีนเท่านั้นที่มาเลเซียพอจะหวังให้เป็นตลาดระบายสินค้าส่งออกได้
ซึ่งสภาวะปัจจุบันที่เศรษฐกิจมาเลเซียตกลงไปเรื่อยๆจะมามัวเลี่ยงจีนก็ไม่ได้แล้ว EU เองก็แบนน้ำมันปาล์ม อเมริกานี่ก็ไม่เบื่อไม้เมาของมหาเธร์มานาน รัสเซียช่วงนี้ก็เงียบๆ โลกมุสลิมเองก็ยังมีปัญหาเรื่องฮาลาลที่ไม่เป็นมาตรฐาน สภาพปัจจุบันก็มีเพียงจีนเท่านั้นที่มาเลเซียพอจะหวังให้เป็นตลาดระบายสินค้าส่งออกได้
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
หน้าต่างโลก
รถไฟความเร็วสูง
การเมืองระหว่างประเทศ
ประเทศมาเลเซีย
ประเทศจีน
เลี่ยงแค่ค่าปรับจริงเหรอ
นายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด เผยเหตุผลที่ทำให้ต้องรื้อฟื้นโครงการรถไฟจีนว่า มาเลเซียจะต้องจ่ายค่าปรับถึง 21,780 ล้านริงกิต หรือราว 168,138 ล้านบาท หากยกเลิกโครงการที่เซ็นสัญญากันไว้สมัยอดีตนายกฯ นาจิบ ราซัค
สำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซียแถลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า มาเลเซียและจีนตกลงที่จะกลับมาเดินหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟ "เส้นทางรถไฟสายชายฝั่งตะวันออก" (อีซีอาร์แอล) โดยจีนยอมลดงบประมาณโครงการลง 30% อยู่ที่ 44,000 ล้านริงกิต หรือราว 339,386 ล้านบาท จากงบก่อสร้างเดิม 65,500 ล้านริงกิต ซึ่งมาเลเซียยังต้องกู้เงินเพื่อก่อสร้างโครงการนี้จากธนาคารของทางการจีน
โครงการก่อสร้างรถไฟสายนี้เป็นหนึ่งในโครงการที่มาเลเซียทำกับจีนในสมัยของอดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค แต่รัฐบาลภายใต้การนำของมหาเธร์ โมฮัมหมัด สั่งระงับเนื่องจากความกังวลเรื่องความโปร่งใส
โครงการรถไฟอีซีอาร์แอลความยาว 640 กิโลเมตร เป็นเส้นทางรถไฟเชื่อมฝั่งตะวันออกกับฝั่งตะวันตกของประเทศ เริ่มจากทางเหนือของมาเลเซียใกล้กับพรมแดนไทย มาสิ้นสุดที่ท่าเรือนอกกรุงกัวลาลัมเปอร์ เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญภายใต้โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีน
นายกรัฐมนตรีมหาเธร์เผยเมื่อวันจันทร์ที่ 15 เมษายน ว่า รัฐบาลมาเลเซียจำเป็นต้องเลือกระหว่างการเจรจาใหม่โครงการรถไฟจีน หรือต้องจ่ายค่าปรับราว 21,780 ล้านริงกิต หรือราว 168,138 ล้านบาท เป็นค่ายกเลิกสัญญา เราเลือกที่จะกลับไปสู่โต๊ะเจรจาและขอให้มีข้อตกลงที่ยุติธรรมมากกว่านี้ โดยถือประโยชน์ของประชาชนมาลำดับแรก
มหาเธร์กล่าวว่า บริษัท ไชน่า คอมมิวนิเคชั่นส์ คอนสตรัคชั่น ซึ่งเป็นบริษัทหลักในโครงการนี้ ตกลงที่จะช่วยในเรื่องการปฏิบัติการและการซ่อมบำรุงรถไฟสายนี้ ซึ่งช่วยบรรเทาภาระทางการเงินของมาเลเซีย.
เราสังเกต มหาเธอร์ มาสักพัก ตอนนั้นเขามีท่าทีแข็งกร้าวกับจีน คือ ไม่สนใจอะไรเลย ว่าจีนจะยังไง
แต่มาคราวนี้ มหาเธอร์ ผ่อนแรงลงไปมาก เหมือนไม่ใช่มหาเธอร์ที่รู้จัก
เราเลยสงสัยว่า มหาเธอร์ ไปเจออะไรเข้าถึงมีท่าทีเปลี่ยนไปขนาดนี้ ทั้งที่ไม่แคร์จีนเลย
ใครพอวิเคราะห์ได้บ้าง สนทนาดูกัน