ผมนับเงินที่ถอนจากธนาคารออมสินสาขาอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีอย่างใจเย็น มันเป็นเงินทั้งหมดสี่แสนหนึ่งหมื่นบาทตามที่ผมต้องการ เมื่อนับเสร็จแล้วผมจึงเดินทางไปที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งใกล้กับโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
เมื่อผมมาถึงคอนโดมิเนียมแห่งนั้น ผมก็ตรงไปที่ชั้นห้าห้อง ๕๒๐ ผมเคาะห้องเพียงสองสามครั้งจึงมีคนเปิดประตู
"มาเล่นไพ่เหรอ" คนเปิดประตูถาม
"ใช่ครับ" ผมตอบ
"รู้ได้ไงว่าที่นี่เป็นบ่อน"
"เพื่อนผมแนะนำมาครับ เขาก็เป็นคนดูแลวงพนันนี่แหละ"
เขาทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ เนื่องจากสภาพของผมไม่ต่างกับโจรป่า ไว้หนวดเครารกรุงรัง ไว้ผมยาวไม่ผิดกับศิลปินเพื่อชีวิต เขาคนนั้นถามชื่อผมก่อนจะคุยโทรศัพท์ ชั่วครู่ก็พูดกับผมว่า
"เชิญครับคุณ ขอโทษที่ทำให้เสียเวลานะครับ ตอนแรกผมไม่เชื่อว่าคุณเป็นเพื่อนเจ้านายผม"
ผมยิ้มนิดหนึ่งแล้วเข้าไปในห้อง แลกชิปพนันด้วยเงินสี่แสนบาท จากนั้นจึงขึ้นไปชั้นสองแล้วนั่งบนเก้าอี้ตัวสุดท้ายที่ว่างริมโต๊ะโปกเกอร์ ในขณะนั้นสายตาของเพื่อนร่วมวงจับมาที่ผมคนเดียว
"โอ้โห กระเป๋าหนักนะคนนี้" ใครคนหนึ่งพูด
ผมเล่นพนันอยู่เกือบครึ่งวัน แต่ได้กำไรถึงห้าแสนบาท สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนในวงเนื่องจากผมชนะเพียงไม่กี่ตาแต่ได้เงินจำนวนมาก อย่างตาสุดท้ายที่สู้กับชายวัยกลางคน ผมได้เงินจากเขาถึงสองแสนบาท จากการชนะตานี้ทำให้เขาตกตะลึงและนั่งอึ้งคาเก้าอี้ ผมปล่อยให้เขาเป็นเช่นนั้นแล้วรีบลุกออกจากเก้าอี้ เอาชิปพนันไปแลกเงินทันที
ผมรีบออกจากคอนโดมิเนียมแห่งนั้นแล้วขึ้นรถสองแถวไปที่ห้องเช่าใกล้ ๆ กับสถานีขนส่งแห่งที่หนึ่งของนครราชสีมา (หลาย ๆ คนเรียกกันว่า บขส.เก่า) ในขณะที่ผมเดินทางนั้น ผมสังเกตเห็นว่ามีรถตำรวจวิ่งสวนกับรถสองแถวหลายคัน เมื่อมาถึงห้องพัก เพื่อนผมก็โทรศัพท์มาหา
"ไอ้ลูกมอญ อยู่ใหน" เขาพูดด้วยน้ำเสียงแบบตื่นตกใจ และเขาก็รู้ว่าผมเป็นชาวไทยเชื้อสายมอญ
"กูอยู่ห้องพักแถว ๆ บขส.เก่า มีอะไร" ผมฉงน
"ตำรวจไปบ่อนกู ลูกน้องกูโทรมาเมื่อกี้นี้ กูนึกว่าโดนตำรวจจับไปแล้วซะอีก"
"ตำรวจได้อะไรบ้าง"
"ก็เงินที่ลูกค้าเอามาแลกชิป ไพ่ แล้วก็โต๊ะ นี่ยังโชคดีนะที่เขายึดแค่นั้น กูยังเหลือกำไรอีกเยอะ"
"เออ ก็โชคยังดี" ผมปลอบก่อนที่เขาวางสาย
หลังจากที่วางสายแล้วผมก็เข้าห้องน้ำ และพักอยู่ในห้องจนถึงเวลาเย็นก็เดินออกไปนอกห้องเพื่อจะรับประทานอาหาร แต่เมื่อเดินออกไปไม่กี่ก้าวก็นึกขึ้นได้ว่าลืมกระเป๋าสตางค์จึงกลับเข้าไปในห้อง ในขณะเดียวกันก็มีคนสามสี่คนเดินเข้าห้องข้าง ๆ กัน
เสียงแว่ว ๆ จากข้างห้องว่า
"โชคดีจริง ๆ เลยนะลูกพี่ ปล้นครั้งนี้ได้ตั้งสิบกว่าล้าน ไม่มีใครขัดขืนด้วย" ใครคนหนึ่งพูด
"เดี่ยวรอเรื่องเงียบ พวกเราจะได้ใช้เงินสะดวก ๆ"
"ไปฉลองกันก่อนมั้ยวันนี้"
"เอาสิ"
จากนั้นผมก็ได้ยินเสียงเปิดประตูจากข้าง ๆ ห้อง และเป็นขณะเดียวกันที่ผมได้ยินเสียงรถหลายคันเข้ามาในบริเวณห้องเช่า ชั่วอึดใจเดียวก็ได้ยินเสียงปืนดังลั่นหลายนัด และได้ยินเสียงโอดโอยแว่วมาหลังจากเสียงปืนสงบลง
เมื่อผมออกจากห้องก็พบว่า คนแปลกหน้าสามสี่คนถูกยิงโดยตำรวจ จากนั้นก็ถูกคุมตัวขึ้นรถตำรวจและแล่นออกไปอย่างรวดเร็ว ผมได้แต่พึมพำกับตนเองว่า เกือบไปนะเรา บ่นแล้วก็ไปที่ร้านอาหารข้างใน บขส.เก่า รับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยก่อนจะไปแทงสนุกเกอร์ จบเกมจึงกลับเข้าห้อง อาบน้ำแล้วนอนอย่างสบายใจ
หนึ่งวันในเมือง
เมื่อผมมาถึงคอนโดมิเนียมแห่งนั้น ผมก็ตรงไปที่ชั้นห้าห้อง ๕๒๐ ผมเคาะห้องเพียงสองสามครั้งจึงมีคนเปิดประตู
"มาเล่นไพ่เหรอ" คนเปิดประตูถาม
"ใช่ครับ" ผมตอบ
"รู้ได้ไงว่าที่นี่เป็นบ่อน"
"เพื่อนผมแนะนำมาครับ เขาก็เป็นคนดูแลวงพนันนี่แหละ"
เขาทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ เนื่องจากสภาพของผมไม่ต่างกับโจรป่า ไว้หนวดเครารกรุงรัง ไว้ผมยาวไม่ผิดกับศิลปินเพื่อชีวิต เขาคนนั้นถามชื่อผมก่อนจะคุยโทรศัพท์ ชั่วครู่ก็พูดกับผมว่า
"เชิญครับคุณ ขอโทษที่ทำให้เสียเวลานะครับ ตอนแรกผมไม่เชื่อว่าคุณเป็นเพื่อนเจ้านายผม"
ผมยิ้มนิดหนึ่งแล้วเข้าไปในห้อง แลกชิปพนันด้วยเงินสี่แสนบาท จากนั้นจึงขึ้นไปชั้นสองแล้วนั่งบนเก้าอี้ตัวสุดท้ายที่ว่างริมโต๊ะโปกเกอร์ ในขณะนั้นสายตาของเพื่อนร่วมวงจับมาที่ผมคนเดียว
"โอ้โห กระเป๋าหนักนะคนนี้" ใครคนหนึ่งพูด
ผมเล่นพนันอยู่เกือบครึ่งวัน แต่ได้กำไรถึงห้าแสนบาท สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนในวงเนื่องจากผมชนะเพียงไม่กี่ตาแต่ได้เงินจำนวนมาก อย่างตาสุดท้ายที่สู้กับชายวัยกลางคน ผมได้เงินจากเขาถึงสองแสนบาท จากการชนะตานี้ทำให้เขาตกตะลึงและนั่งอึ้งคาเก้าอี้ ผมปล่อยให้เขาเป็นเช่นนั้นแล้วรีบลุกออกจากเก้าอี้ เอาชิปพนันไปแลกเงินทันที
ผมรีบออกจากคอนโดมิเนียมแห่งนั้นแล้วขึ้นรถสองแถวไปที่ห้องเช่าใกล้ ๆ กับสถานีขนส่งแห่งที่หนึ่งของนครราชสีมา (หลาย ๆ คนเรียกกันว่า บขส.เก่า) ในขณะที่ผมเดินทางนั้น ผมสังเกตเห็นว่ามีรถตำรวจวิ่งสวนกับรถสองแถวหลายคัน เมื่อมาถึงห้องพัก เพื่อนผมก็โทรศัพท์มาหา
"ไอ้ลูกมอญ อยู่ใหน" เขาพูดด้วยน้ำเสียงแบบตื่นตกใจ และเขาก็รู้ว่าผมเป็นชาวไทยเชื้อสายมอญ
"กูอยู่ห้องพักแถว ๆ บขส.เก่า มีอะไร" ผมฉงน
"ตำรวจไปบ่อนกู ลูกน้องกูโทรมาเมื่อกี้นี้ กูนึกว่าโดนตำรวจจับไปแล้วซะอีก"
"ตำรวจได้อะไรบ้าง"
"ก็เงินที่ลูกค้าเอามาแลกชิป ไพ่ แล้วก็โต๊ะ นี่ยังโชคดีนะที่เขายึดแค่นั้น กูยังเหลือกำไรอีกเยอะ"
"เออ ก็โชคยังดี" ผมปลอบก่อนที่เขาวางสาย
หลังจากที่วางสายแล้วผมก็เข้าห้องน้ำ และพักอยู่ในห้องจนถึงเวลาเย็นก็เดินออกไปนอกห้องเพื่อจะรับประทานอาหาร แต่เมื่อเดินออกไปไม่กี่ก้าวก็นึกขึ้นได้ว่าลืมกระเป๋าสตางค์จึงกลับเข้าไปในห้อง ในขณะเดียวกันก็มีคนสามสี่คนเดินเข้าห้องข้าง ๆ กัน
เสียงแว่ว ๆ จากข้างห้องว่า
"โชคดีจริง ๆ เลยนะลูกพี่ ปล้นครั้งนี้ได้ตั้งสิบกว่าล้าน ไม่มีใครขัดขืนด้วย" ใครคนหนึ่งพูด
"เดี่ยวรอเรื่องเงียบ พวกเราจะได้ใช้เงินสะดวก ๆ"
"ไปฉลองกันก่อนมั้ยวันนี้"
"เอาสิ"
จากนั้นผมก็ได้ยินเสียงเปิดประตูจากข้าง ๆ ห้อง และเป็นขณะเดียวกันที่ผมได้ยินเสียงรถหลายคันเข้ามาในบริเวณห้องเช่า ชั่วอึดใจเดียวก็ได้ยินเสียงปืนดังลั่นหลายนัด และได้ยินเสียงโอดโอยแว่วมาหลังจากเสียงปืนสงบลง
เมื่อผมออกจากห้องก็พบว่า คนแปลกหน้าสามสี่คนถูกยิงโดยตำรวจ จากนั้นก็ถูกคุมตัวขึ้นรถตำรวจและแล่นออกไปอย่างรวดเร็ว ผมได้แต่พึมพำกับตนเองว่า เกือบไปนะเรา บ่นแล้วก็ไปที่ร้านอาหารข้างใน บขส.เก่า รับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยก่อนจะไปแทงสนุกเกอร์ จบเกมจึงกลับเข้าห้อง อาบน้ำแล้วนอนอย่างสบายใจ