คนเราสามารถตกหลุมรักคนที่เจอกันครั้งแรกได้ไหมคะ?

สวัสดีค่ะ กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกของเรานะคะ หากมีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยค่ะ

เรื่องมีอยู่ว่า ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา เรามีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งก่อนที่จะเดินทางไปน้องสาวของเราได้ฝากซื้อหมวกกันน็อค พอดีนางเห็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยใช้ แล้วมันเก๋ดี นางเลยอยากได้บ้าง ตอนนั้นแม่เราก็บ่นค่ะจะอยากได้ไปทำไมอยู่ไทยก็มี ลำบากพี่หิ้วมาให้ แต่เราก็ตกปากรับคำค่ะ ซึ่งหมวกกันน็อคนี่แหละเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราว

เราออกเดินทางจากนครพนมเวลาตี 5 (05.00 น.)ผ่านด่านไทยลาว เดินทางผ่านประเทศลาวไปจนถึงด่านลาวบาวเข้าสู่ประเทศเวียดนาม ทำการแลกเงินกับซื้อซิม เราจำเวลาที่แน่นอนไม่ได้ว่าถึงไหนตอนกี่โมง แต่ระยะเวลาในการเดินทางจากจุดเริ่มต้นไปถึงเมืองเว้ ประมาณ 5 โมงเย็น(17.00 น.)ค่ะ ซึ่งเมืองเว้เป็นที่พักคืนแรกของเราที่เวียดนาม สถานที่ท่องเที่ยวแรกคือพระราชวัง เที่ยวเสร็จก็ไปกินข้าวที่ภัตตาคาร จากนั้นจึงเดือนทางเข้าที่พัก หลังจากเก็บกระเป๋าอะไรเรียบร้อยประมาณ 2 ทุ่มเรากับเพื่อนๆก็ชวนกันไปเดินชมเมืองค่ะ เป็นการเดินที่ไม่ได้อ่านรีวิวใดๆ คิดว่าจะเดินไปเรื่อยๆเหนื่อยก็กลับที่พัก ระหว่างทางก็แวะกินชานม แวะร้านค้าต่างๆไปเรื่อย จนเราไปเจอกับร้านหมวกกันน็อคเก๋ๆเราก็นึกขึ้นได้ว่าน้องฝากซื้อนี่หว่า จึงชวนเพื่อนแวะดู หมวกกันน็อคในร้านมีเยอะมากหลายแบบส่วนมากเป็นแบบแปลกๆที่ไม่ค่อยมีขายในไทย(หรืออาจจะมีแต่เราไม่เคยเจอก็ไม่รู้) แต่หมวกกันน็อคทุกอันราคาถูกมากนะคะ มีราคาตั้งแต่ 100,000-200,000 ด่ง เราคิดออกมาเป็นเงินไทยในตอนนั้นประมาณ 134-254 บาทนี่แหละค่ะ(แปลงสกุลเงินจาก application ในมือถือ) เราเห็นว่ามันถูกดี แบบสวยๆเก๋ๆก็เยอะจึงวีดีโอคอลไปหาน้อง ให้น้องเลือกว่าจะเอาแบบไหน เราก็เดินหยิบตัวนั้นตัวนี้ไปเรื่อย จนได้ตัวที่ถูกใจ จึงตัดสินใจที่จะจ่ายตังค์ค่ะ ปัญหาอยู่ที่ตรงนี้!!! ราคาที่เราบอกในข้างต้นนั้นกว่าจะสื่อสารกับทางร้านเข้าใจนั้นไม่ง่ายเลยแก เรามีพื้นฐานภาษาเวียดนามและภาษาอังกฤษแค่เล็กน้อย เจ้าของร้านไม่เข้าใจภาษาไทยและภาษาอังกฤษเลย เขาจึงให้ลูกชายที่กำลังเก็บของอยู่มาคุยกับเรา
วินาทีแรกที่เราได้คุยกับเขาคือรู้สึกสปาร์คเลยค่ะ คนอะไรหล่ออย่างกับพระเอกเกาหลี สูงขาวใบหน้าคมจมูกโด่งเป็นสันน้ำเสียงไพเราะ เขาพูดภาษาอังกฤษกับเราค่ะ จนทำการซื้อขายเสร็จ จากนั้นเขาก็ถามความเป็นมาของเรา ว่าเรามาจากไหน มาทำอะไรที่นี่ เราก็ตอบเขาไป ถามชื่อเสียงเรียงนามกันเรียบร้อย ได้ความว่าเขาชื่อ Vinh อายุ 21 เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยในเมืองเว้ ก็ล่ำลากันเรากับเพื่อนก็เดินไปที่ห้าง แต่คือในใจเราตอนนั้นนึกถึงแต่ผู้ชายคนนั้นไปแล้ว จนเราพูดกับเพื่อนเล่นๆว่าถ้าเดินกลับไปทางเดิมแล้วยังเจอเขาอยู่นะต้องรู้จักกันมากกว่านี้ให้ได้
เหมือนโชคชะตาเล่นตลกเลย เรากับเพื่อนใช้เวลาอยู่ห้างเกือบ 2 ชั่วโมง และพากันเดินกลับทางเดิมเพื่อกลับที่พัก พอใกล้ถึงร้านขายหมวกกันน็อคก็เจอเขานั่งอยู่บนรถมอเตอร์ไซค์ เหมือนกำลังจะออกไปข้างนอก เขาก็ยิ้มทักทายพวกเรานะคะ เราเลยถามเขาว่าจะออกไปไหน เขาว่าจะไปหาเพื่อนแถวนี้แหละ ตอนนั้นเรา 2 คนแลก Facebook กันค่ะ บอกว่าเอาไว้คุยเป็น friend กัน หลังจากคืนนั้นตื่นเช้ามาเราต้องเดินทางไปเมืองดานัง พักที่ดานังอีก 2 คืน จึงกลับมาที่เว้ เราก็คุยกันมาเรื่อยๆ วันที่เรากลับมาที่เว้ เพื่อนเราต้องการหมวกกันน็อคที่เราซื้อกับ Vinh เราก็ถามเขาว่าสามารถเอามาให้ฉันได้ไหม โดยนัดกันที่ร้านเบเกอรี่ เขาก็เอาหมวกกันน็อคมาให้เรา และคิดราคาถูกกว่าที่เราซื้อกับแม่เขา นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เราเจอกันค่ะ ก่อนจากกันเขาบอกเราว่าขอให้คุณโชคดี ถ้าฉันมีโอกาสไปประเทศไทยฉันสามารถไปพบคุณได้ไหม เราก็ตอบตกลง

วันต่อมาเราก็เดินทางกลับไทย เรื่องมันควรจะจบแค่นี้นะ แต่ความรู้สึกดีๆที่เรามีให้เขามันไม่หายไปเลยค่ะ ผ่านมา 2 เดือนแล้วเรายังนึกถึงผู้ชายคนนี้อยู่เลย คิดเล่นๆว่าทำไมเขาไม่เป็นคนไทยนะเราอาจจะมีโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์กันมากกว่านี้ก็ได้
คือตั้งแต่กลับมาเราก็ไม่ตอบ Facebook เขาเลยค่ะ เรากลัวว่าเราจะชอบเขาไปมากกว่านี้ ตอนนี้เรากับVinhเป็นแค่เพื่อนในfacebookของกันและกัน ติดตาม IG กัน และ ส่อง story กันไปมา

เราแค่อยากมาแชร์ประสบการณ์ความรู้สึกดีๆที่เกิดขึ้นในต่างแดนของเรานะคะ ตอนนี้เราก็ยังงงตัวเองว่าสามารถรักคนที่เจอกันครั้งแรกได้ด้วยหรอ ทั้งๆที่คุยกันก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ฮ่าๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่