(1) การพยายามเป็นทุกอย่างของอฟช.
- การที่อฟชพยายามทำตัวเหมือนค่ายใหญ่คือมีศิลปินของตัวเองแล้วส่งไปในที่ต่างๆ ทุกสายงานเป็นผลเสียมากๆกับวง
ตัวอย่างผลเสีย
• งานแสดงที่อฟชหาได้ส่วนมากจะเป็น
การร่วมทุน หรือเป็นงานแสดงของวง
• งานถ่ายแบบ มีแค่ถ่ายเป็นวง
• ไม่มีงานสายอื่นเลย ถ้าอฟชไม่มีคอน
เน็คชั่น
- จากข้อแรกจะเห็นได้เลยว่ามันเป็นผลเสียมากๆ แทนที่จะยอมเสียผลประโยชน์แล้วส่งน้องๆ ไปอยู่ในค่ายต่างๆที่เน้นในสายงานต่างๆ
วิธีแก้ปัญหาในเรื่องนี้ เช่น
• ไปดีลกับโมเดลลิ่งต่างๆ อาจจะร่างสัญญาขึ้นมา ให้มีการแบ่งผลประโยชน์คล้ายๆ กับของรายการ Produce101 คือ ค่าย(BNK office) กินค่าตัว 30% โมเดลลิ่งกินค่าตัว 30% น้องๆได้ 40% และให้งานวงเป็นงานหลัก โดยมีงานนอกเป็นงานรอง
• ถ้าเราจะทำแบบวงพี่คือการส่งเด็กไปอยู่กับค่ายอื่น อันนี้จะไม่เวิร์คเนื่องจากจะทำให้แกรดได้ง่ายมากๆ เมื่องานนอกเริ่มแข็ง ชะนั้นวิธีที่บอกไปข้างต้นจะเป็นการส่งออกที่ดีที่สุด
(2) อฟชควรส่งน้องๆไปสายอื่นที่ไกลกว่าแค่นักแสดง
- ตลาดเพลงไอดอลในตอนนี้ค่อนข้างเล็กมาก และการหาเพลงที่ทำให้วงแมสไม่ใช่เรื่องง่าย ชะนั้นวิธีแก้คือการส่งออกไปยังสายงานต่างๆ
- จากที่น้องๆพูดมาในปัจจุบัน งานต่างๆคืออฟชจะถามน้องๆว่าอยากทำอะไร เช่น อร อยากเขียนหนังสือก็ให้ไป แต่อฟชควรเป็นคนหางานมาเยอะๆแล้วค่อยเลือกน้องหรือให้น้องเลือก
เช่นสายงานนางแบบ เดินแบบ ถ่ายแบบ
(3) ถ้าจะเน้นเรื่องงานแสดงในปีนี้ ควรหาคอนเน็คชั่น หรือส่งน้องๆไปแคสรัวๆ กับละครแมสของบ้านเรา เช่นละครช่อง 3 หรือละครช่องวัน,GMM25
ควรรีบส่งน้องๆไปแคสแบบรัวๆ เลยกับงานละครช่อง3 หรือ ช่องวันหรือGMM25 เพราะถ้าน้องสามารถเปรี้ยงจากละครช่องนี้ได้จะเป็นผลดีกับน้อง หรือไม่คือส่งน้องไปให้ช่องเลย เผื่อช่องจะถูกใจคนไหนแล้วให้เซ็นสัญญา
———————————————————
จากปัญหานาง12 เราก็ต้องมาดูกันว่าใคร จะเป็นดาวเด่นที่สามารถทลายกำแพงนี้ลงไปได้
การที่อฟชจะปลดนาง12 ทีละ1-2คนเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้มากๆ เพราะมันจะทำให้แฟนคลับของกลุ่มนี้ไม่พอใจเอามากๆ ชะนั้นถ้าจะปลดต้องปลดยกแผง
กรณีศึกษา คือซิง บากุเตะอี้จัง ของ HKT ที่ซัชชี่เป็นเซ็นเตอร์ จขกท. มองว่า วิธีนี้จะใช้ได้ดีถ้ามีการรับออรุ่น3แล้วโปรโมทหนักๆเลย คือปลดยกแผงให้เหลือแค่ท็อปมากๆ เช่น ให้เฌอเป็นซต ประกบด้วย สิค ปัญ แล้วเด็กดันรุ่น2 1-3คน ที่เหลือคือเด็กใหม่หมด
แต่วิธีก็ยังไม่ใช่วิธีที่เป็นไปได้นัก เพราะตอนนี้เราไม่รู้สัญญา พรีเซ็นเตอร์ว่าตรงนี้มีบังคับอะไรไว้รึเปล่า
ทีนี้ก็กลับมาสู่วิธีปกติ คือเลือกดันใครสักคนให้ติดตลาด ถ้าเรามาดูทรัพยากรของวงตอนนี้ คนที่เป็นดาวเด่นแล้วยังไม่เปล่งแสงก็พอมีอยู่บ้าง
1) จขกทมองว่า แบมบู คือดาวเด่นที่น่ากลัวพอสมควร ในความเห็นจขกท มองว่าอฟชคิดผิดมากๆ ที่ดันน้องฟ้อนท์ขึ้นซต. ในอัลบั้มนี้ การที่ดันน้องฟ้อนท์ขึ้นมาไม่ต่างอะไรกับการที่ดัน วีขึ้นมาในซิง 5 เลย มันดูเป็นการดันคนที่กำลังติดตลาดให้ยิ่งพุ่งซึ่งวิธีนี้มันทำให้คนที่ไม่ค่อยได้ตามหรือแฟนคลับในวงเองก็ตามไม่รู้สึกว้าว
ถ้าจะพูดให้เห็นภาพขึ้นก็ต้องยกตัวอย่าง เช่น วี เราจะเห็นว่าวีนั้นเป็นดาวเด่นมาสักพัก แล้วอฟชก็ดัน วี ขึ้นมาในซิงที่5 จากตรงนี้ มันไม่ได้ว้าวอะไรเลย
จขกท มองว่า นอกจากแบมบูตอนนี้แทบไม่มีใครเปล่งออร่าพอที่จะทำให้น่าดันเลย กราฟของรุ่น2 หลายๆคนมันตรงมากก โดยเฉพาะตัวท็อปรุ่น2มันดูคงที่เกินไป ของแนทรสว่าน้องเป็นคนเก่งนะ แต่น้องยังมช้สเน่ห์ของตัวเองไม่เป็น เวลาพูดยิ่งไม่มีสเน่ห์เลย ถ้าน้องพัฒนาตรงนี้ได้ น้องจะเป็นอีก1ตัวเลือกเลย
ปัญหา จากกระทู้นาง12
- การที่อฟชพยายามทำตัวเหมือนค่ายใหญ่คือมีศิลปินของตัวเองแล้วส่งไปในที่ต่างๆ ทุกสายงานเป็นผลเสียมากๆกับวง
ตัวอย่างผลเสีย
• งานแสดงที่อฟชหาได้ส่วนมากจะเป็น
การร่วมทุน หรือเป็นงานแสดงของวง
• งานถ่ายแบบ มีแค่ถ่ายเป็นวง
• ไม่มีงานสายอื่นเลย ถ้าอฟชไม่มีคอน
เน็คชั่น
- จากข้อแรกจะเห็นได้เลยว่ามันเป็นผลเสียมากๆ แทนที่จะยอมเสียผลประโยชน์แล้วส่งน้องๆ ไปอยู่ในค่ายต่างๆที่เน้นในสายงานต่างๆ
วิธีแก้ปัญหาในเรื่องนี้ เช่น
• ไปดีลกับโมเดลลิ่งต่างๆ อาจจะร่างสัญญาขึ้นมา ให้มีการแบ่งผลประโยชน์คล้ายๆ กับของรายการ Produce101 คือ ค่าย(BNK office) กินค่าตัว 30% โมเดลลิ่งกินค่าตัว 30% น้องๆได้ 40% และให้งานวงเป็นงานหลัก โดยมีงานนอกเป็นงานรอง
• ถ้าเราจะทำแบบวงพี่คือการส่งเด็กไปอยู่กับค่ายอื่น อันนี้จะไม่เวิร์คเนื่องจากจะทำให้แกรดได้ง่ายมากๆ เมื่องานนอกเริ่มแข็ง ชะนั้นวิธีที่บอกไปข้างต้นจะเป็นการส่งออกที่ดีที่สุด
(2) อฟชควรส่งน้องๆไปสายอื่นที่ไกลกว่าแค่นักแสดง
- ตลาดเพลงไอดอลในตอนนี้ค่อนข้างเล็กมาก และการหาเพลงที่ทำให้วงแมสไม่ใช่เรื่องง่าย ชะนั้นวิธีแก้คือการส่งออกไปยังสายงานต่างๆ
- จากที่น้องๆพูดมาในปัจจุบัน งานต่างๆคืออฟชจะถามน้องๆว่าอยากทำอะไร เช่น อร อยากเขียนหนังสือก็ให้ไป แต่อฟชควรเป็นคนหางานมาเยอะๆแล้วค่อยเลือกน้องหรือให้น้องเลือก
เช่นสายงานนางแบบ เดินแบบ ถ่ายแบบ
(3) ถ้าจะเน้นเรื่องงานแสดงในปีนี้ ควรหาคอนเน็คชั่น หรือส่งน้องๆไปแคสรัวๆ กับละครแมสของบ้านเรา เช่นละครช่อง 3 หรือละครช่องวัน,GMM25
ควรรีบส่งน้องๆไปแคสแบบรัวๆ เลยกับงานละครช่อง3 หรือ ช่องวันหรือGMM25 เพราะถ้าน้องสามารถเปรี้ยงจากละครช่องนี้ได้จะเป็นผลดีกับน้อง หรือไม่คือส่งน้องไปให้ช่องเลย เผื่อช่องจะถูกใจคนไหนแล้วให้เซ็นสัญญา
———————————————————
จากปัญหานาง12 เราก็ต้องมาดูกันว่าใคร จะเป็นดาวเด่นที่สามารถทลายกำแพงนี้ลงไปได้
การที่อฟชจะปลดนาง12 ทีละ1-2คนเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้มากๆ เพราะมันจะทำให้แฟนคลับของกลุ่มนี้ไม่พอใจเอามากๆ ชะนั้นถ้าจะปลดต้องปลดยกแผง
กรณีศึกษา คือซิง บากุเตะอี้จัง ของ HKT ที่ซัชชี่เป็นเซ็นเตอร์ จขกท. มองว่า วิธีนี้จะใช้ได้ดีถ้ามีการรับออรุ่น3แล้วโปรโมทหนักๆเลย คือปลดยกแผงให้เหลือแค่ท็อปมากๆ เช่น ให้เฌอเป็นซต ประกบด้วย สิค ปัญ แล้วเด็กดันรุ่น2 1-3คน ที่เหลือคือเด็กใหม่หมด
แต่วิธีก็ยังไม่ใช่วิธีที่เป็นไปได้นัก เพราะตอนนี้เราไม่รู้สัญญา พรีเซ็นเตอร์ว่าตรงนี้มีบังคับอะไรไว้รึเปล่า
ทีนี้ก็กลับมาสู่วิธีปกติ คือเลือกดันใครสักคนให้ติดตลาด ถ้าเรามาดูทรัพยากรของวงตอนนี้ คนที่เป็นดาวเด่นแล้วยังไม่เปล่งแสงก็พอมีอยู่บ้าง
1) จขกทมองว่า แบมบู คือดาวเด่นที่น่ากลัวพอสมควร ในความเห็นจขกท มองว่าอฟชคิดผิดมากๆ ที่ดันน้องฟ้อนท์ขึ้นซต. ในอัลบั้มนี้ การที่ดันน้องฟ้อนท์ขึ้นมาไม่ต่างอะไรกับการที่ดัน วีขึ้นมาในซิง 5 เลย มันดูเป็นการดันคนที่กำลังติดตลาดให้ยิ่งพุ่งซึ่งวิธีนี้มันทำให้คนที่ไม่ค่อยได้ตามหรือแฟนคลับในวงเองก็ตามไม่รู้สึกว้าว
ถ้าจะพูดให้เห็นภาพขึ้นก็ต้องยกตัวอย่าง เช่น วี เราจะเห็นว่าวีนั้นเป็นดาวเด่นมาสักพัก แล้วอฟชก็ดัน วี ขึ้นมาในซิงที่5 จากตรงนี้ มันไม่ได้ว้าวอะไรเลย
จขกท มองว่า นอกจากแบมบูตอนนี้แทบไม่มีใครเปล่งออร่าพอที่จะทำให้น่าดันเลย กราฟของรุ่น2 หลายๆคนมันตรงมากก โดยเฉพาะตัวท็อปรุ่น2มันดูคงที่เกินไป ของแนทรสว่าน้องเป็นคนเก่งนะ แต่น้องยังมช้สเน่ห์ของตัวเองไม่เป็น เวลาพูดยิ่งไม่มีสเน่ห์เลย ถ้าน้องพัฒนาตรงนี้ได้ น้องจะเป็นอีก1ตัวเลือกเลย