ต้องทำอย่างไรดี? เมื่อถูกขับไล่จากที่ดินของ
เราเอง.ตาของเราทำนาและเลี้ยงควายที่นี่เมื่อกว่า70ปีมาแล้วแม่ของเราก้อเกิดที่บ้านหลังนี้ปี พ.ศ.2493จนถึงปลายปีพ.ศ.2560แม่อายุมากแล้วพอโดนทางการมาบอกให้ย้ายออกไปอยู่ที่อื่นที่รัฐฯจัดสรรให้ใหม่เลยตรอมใจตาย
โดนไล่,บีบบังคับ,ข่มขู่สารพัดให้รื้อบ้านและย้ายออกไม่ให้อยู่อาศัยบนที่ดินนี้เพราะไม่มีโฉนด,เพราะเจ้าของที่เดิมนั้นได้ขายกับตาของผมแล้วเพียงแต่ยังไม่ได้แบ่งแยกโฉนด จนภายในเวลาต่อมาได้ขายที่เพื่อสร้างหมู่บ้านจัดสรร ผมจำได้ว่าเมื่อปี พ.ศ.2528-29และก้อรั้งที่มารังวัดที่ดินเมื่อพ.ศ.2533,4เคยมีทางการมารังวัด,ตอกหลัก,หมุดที่ดินแล้วเพียงแต่รอออกโฉนดแล้วเรื่องก้อเงียบไป,บ้านใกล้เรือนเคียงกับบ้านเราถูกฟ้องร้อง ขึ้นโรงขึ้นศาลเสียค่าปรับกันบ้านละ60,000ขึ้นไปจนถึงหลักแสนด้วยข้อหาว่าบุกรุกที่สาธารณะและรุกล้ำคูคลอง เหลือเพียงบ้านของผมหลังเดียวที่ไม่ถูกดำเนินคดีรึว่ามีหมายศาลมาแปะอย่างบ้านอื่นเขา บ้านผมเป็นบ้านไม้หลังเล็กๆอยู่ใกล้ริมคลองแต่ว่ามีอาณาบริเวณบ้านกว้างเกือบๆไร่ หากทางราชการมีแผนการรึโครงการเพื่อประโยชน์แผ่นดินก็น่าจะแจ้งหรือบอกกล่าวรึอะไรก้อได้ที่ทีเหตุผลเพียงพอที่ทำให้ผมรื้อบ้านที่เพิ่งจะซ่อมแซมเสร็จได้ไม่นานเท่าไหร่น้ำก็ท่วมทำให้เอกสารต่างๆละลายหายไปเมื่อครั้งน้ำท่วมดอนเมืองปี2553-2554 หลังน้ำลดก้อมีคนจากหน่วยงานราชการมาเชิญชวนให้ลงชื่อกันแล้วจะได้ตังค์บ้านละ2,000บาทเพื่อเยียวยาหลังน้ำท่วมแต่คงเป็นเพราะเผอิญวันนั้นผมอยู่บ้านและที่สำคัญยังไม่แก่ชราสายตาฝ้าฟางจนอ่านเอกสารราชการไม่เห็นว่ามันคือแบบสอบถามข้อมูลเรื่องความเดือดร้อนที่อยู่อาศัยต่างหากไม่ใช่เพื่อลงชื่อรับเงินช่วยเหลือหลังน้ำท่วมจึงไม่ได้ไปลงชื่อเอาเงิน2,000อะไรกับเค้าเพราะเราไม่ได้เดือดร้อนที่อยู่อาศัยเพราะที่นี่คือบ้านที่ผมเกอดและเติบโตมา ความใจร้ายของคนมีสียังไม่ได้จบลงแค่นี้ ต่อมาไม่นานเท่าไหร่ก็เริ่มมึผู้นำหมายศาลมาแจกจ่ายให้กับชาวบ้านระแวกนี้ทั้งหมดด้วยกันกว่า10หลังคาเรือนทุกหลังยกเว้นบ้านของผมด้วยหมายเหตุแตกต่างกันไปแต่ละหลัง แม่ผมก็ยังแข็งแรงใช้ชีวิตหลังเกษึยณอายุทำงานด้วยกานปลูกต้นไม้,เลี้ยงหมา,เลี้ยงไก่,เลี้ยงสัตว์ทุกชนิดที่ได้อยุ่ภายใต้ชายคาบ้านหลังนี้ พอเริ่มเห็นพี่ๆน้องๆที่ถูกตร.จับด้วยข้อหารุกล้ำคูคลอง ต้องติดคุกติดตะรางทั้งๆที่อายุก้อปาเข้าไป65-70แล้ว้วทั้งนั้นก้อใจคอไม่ดีเริ่มหันกลับมาดูที่บ้านเราบ้างว่าผิดอะไรแบบเค้ามั่งรึป่าวจนถึงคิดว่าถึงเวลาไปถามโฉนดบ้านและที่ดินซึ่งทางหน่วยงานก้อได้แต่บอกว่ารอคิว,รอก่อนค่ะคุณยาย ,คุณยายจะซื่อมบ้านหรอคะไม่ต้องแจ้งอาไรกับทางอำเภอหรอกค่ะ,จะซ่อมรึว่าจะปลูกใหม่ก้อได้ค่ะไม่จำเป็นต้องมาขออนุญาตใครหรอกค่ะ
อยู่ได้แน่นอนๆไม่มีใครเค้ามาไล่ยายหรอกจนลุงที่เคยมาขอแบ่งที่ดินข้างบ้านผมนิดน้อยนึงเพื่อเลี้บงปลากัด แกชิงตายไปก่อนหน้าแม่ผมปีเดียว, สรุปนะครับว่าเอกสารอะไรไม่มีทั้งนั้นแต่ตัวผมเองจำหลักหมุดที่ดินบ้านผมได้แม่นยำจะมีเหตุผลเพียงพอที่จะได้โฉนดที่ดินรึป่าวคับ
ขอออกโฉนดที่ดิน
เราเอง.ตาของเราทำนาและเลี้ยงควายที่นี่เมื่อกว่า70ปีมาแล้วแม่ของเราก้อเกิดที่บ้านหลังนี้ปี พ.ศ.2493จนถึงปลายปีพ.ศ.2560แม่อายุมากแล้วพอโดนทางการมาบอกให้ย้ายออกไปอยู่ที่อื่นที่รัฐฯจัดสรรให้ใหม่เลยตรอมใจตาย
โดนไล่,บีบบังคับ,ข่มขู่สารพัดให้รื้อบ้านและย้ายออกไม่ให้อยู่อาศัยบนที่ดินนี้เพราะไม่มีโฉนด,เพราะเจ้าของที่เดิมนั้นได้ขายกับตาของผมแล้วเพียงแต่ยังไม่ได้แบ่งแยกโฉนด จนภายในเวลาต่อมาได้ขายที่เพื่อสร้างหมู่บ้านจัดสรร ผมจำได้ว่าเมื่อปี พ.ศ.2528-29และก้อรั้งที่มารังวัดที่ดินเมื่อพ.ศ.2533,4เคยมีทางการมารังวัด,ตอกหลัก,หมุดที่ดินแล้วเพียงแต่รอออกโฉนดแล้วเรื่องก้อเงียบไป,บ้านใกล้เรือนเคียงกับบ้านเราถูกฟ้องร้อง ขึ้นโรงขึ้นศาลเสียค่าปรับกันบ้านละ60,000ขึ้นไปจนถึงหลักแสนด้วยข้อหาว่าบุกรุกที่สาธารณะและรุกล้ำคูคลอง เหลือเพียงบ้านของผมหลังเดียวที่ไม่ถูกดำเนินคดีรึว่ามีหมายศาลมาแปะอย่างบ้านอื่นเขา บ้านผมเป็นบ้านไม้หลังเล็กๆอยู่ใกล้ริมคลองแต่ว่ามีอาณาบริเวณบ้านกว้างเกือบๆไร่ หากทางราชการมีแผนการรึโครงการเพื่อประโยชน์แผ่นดินก็น่าจะแจ้งหรือบอกกล่าวรึอะไรก้อได้ที่ทีเหตุผลเพียงพอที่ทำให้ผมรื้อบ้านที่เพิ่งจะซ่อมแซมเสร็จได้ไม่นานเท่าไหร่น้ำก็ท่วมทำให้เอกสารต่างๆละลายหายไปเมื่อครั้งน้ำท่วมดอนเมืองปี2553-2554 หลังน้ำลดก้อมีคนจากหน่วยงานราชการมาเชิญชวนให้ลงชื่อกันแล้วจะได้ตังค์บ้านละ2,000บาทเพื่อเยียวยาหลังน้ำท่วมแต่คงเป็นเพราะเผอิญวันนั้นผมอยู่บ้านและที่สำคัญยังไม่แก่ชราสายตาฝ้าฟางจนอ่านเอกสารราชการไม่เห็นว่ามันคือแบบสอบถามข้อมูลเรื่องความเดือดร้อนที่อยู่อาศัยต่างหากไม่ใช่เพื่อลงชื่อรับเงินช่วยเหลือหลังน้ำท่วมจึงไม่ได้ไปลงชื่อเอาเงิน2,000อะไรกับเค้าเพราะเราไม่ได้เดือดร้อนที่อยู่อาศัยเพราะที่นี่คือบ้านที่ผมเกอดและเติบโตมา ความใจร้ายของคนมีสียังไม่ได้จบลงแค่นี้ ต่อมาไม่นานเท่าไหร่ก็เริ่มมึผู้นำหมายศาลมาแจกจ่ายให้กับชาวบ้านระแวกนี้ทั้งหมดด้วยกันกว่า10หลังคาเรือนทุกหลังยกเว้นบ้านของผมด้วยหมายเหตุแตกต่างกันไปแต่ละหลัง แม่ผมก็ยังแข็งแรงใช้ชีวิตหลังเกษึยณอายุทำงานด้วยกานปลูกต้นไม้,เลี้ยงหมา,เลี้ยงไก่,เลี้ยงสัตว์ทุกชนิดที่ได้อยุ่ภายใต้ชายคาบ้านหลังนี้ พอเริ่มเห็นพี่ๆน้องๆที่ถูกตร.จับด้วยข้อหารุกล้ำคูคลอง ต้องติดคุกติดตะรางทั้งๆที่อายุก้อปาเข้าไป65-70แล้ว้วทั้งนั้นก้อใจคอไม่ดีเริ่มหันกลับมาดูที่บ้านเราบ้างว่าผิดอะไรแบบเค้ามั่งรึป่าวจนถึงคิดว่าถึงเวลาไปถามโฉนดบ้านและที่ดินซึ่งทางหน่วยงานก้อได้แต่บอกว่ารอคิว,รอก่อนค่ะคุณยาย ,คุณยายจะซื่อมบ้านหรอคะไม่ต้องแจ้งอาไรกับทางอำเภอหรอกค่ะ,จะซ่อมรึว่าจะปลูกใหม่ก้อได้ค่ะไม่จำเป็นต้องมาขออนุญาตใครหรอกค่ะ
อยู่ได้แน่นอนๆไม่มีใครเค้ามาไล่ยายหรอกจนลุงที่เคยมาขอแบ่งที่ดินข้างบ้านผมนิดน้อยนึงเพื่อเลี้บงปลากัด แกชิงตายไปก่อนหน้าแม่ผมปีเดียว, สรุปนะครับว่าเอกสารอะไรไม่มีทั้งนั้นแต่ตัวผมเองจำหลักหมุดที่ดินบ้านผมได้แม่นยำจะมีเหตุผลเพียงพอที่จะได้โฉนดที่ดินรึป่าวคับ