สวัสดีครับ
กระทู้นี้ตั้งขึ้นมาเพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้ที่กำลังมีแพลนเดินทางไปฮ่องกงได้อัพเดทข้อมูลเกี่ยวกับตม.กันนะครับ หวังว่าคงมีประโยชน์แก่ผู้เดินทางไม่มากก็น้อยครับ
ครั้งนี้ผมเดินทางเข้าฮ่องกงเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2562 ที่ผ่านมา ผ่านทางเรือเฟอรี่จากมาเก๊า
ทุกคนคงได้ยินกิตติศัพท์ของตม.ฮ่องกงกันมาเยอะแล้ว โดยเฉพาะตม.ที่ท่าเรือ ที่บอกกันว่าโหดสุดๆ มาดูกันว่าผมเจออะไรบ้าง เผื่อใครจะเข้าทางนี้จะได้เตรียมพร้อม ไม่เด๋อด๋าแบบผมนะครับ
ผมเดินทางคนเดียว ข้ามจากท่าเรือ Macau-Outer Ferry มาลงที่ท่าเรือ China-Kowloon Ferry ฝั่งเกาะเกาลูนนะครับ
ขึ้นจากเรือมาก็เดินตามป้ายไปเรื่อยๆ จะมีโต๊ะเขียนใบผ่านเข้าเมืองก็กรอกข้อมูลไปตามปกติ
ต่อแถวเข้าคิวรอตรวจพาสปอร์ต คนไทยข้างหน้าประมาณ 5-6 คน อ่ะ เราก็ต่อแถวไป
พอถึงคิว ยื่นพาสปอร์ต โดนถามคำแรก
ตม: มาคนเดียวหรอ?
ผม: ใช่
ตม: Follow him. กวักมือเรียกตม.อีกคนด้านหลัง ให้มารับตัวผมไป
เราก็แบบเห้ย สภาพตูนักท่องเที่ยว แบกเป้ ห้อยกล้องมาเที่ยวขนาดนี้ นึกว่าจะรอด เปล่าจ้า พาสปอร์ตไทยทุกคนโดนกักหมด ย้ำว่าทุกคน มาครอบครัวหรือคู่รักก็ไม่รอด รวมถึงพวกแขกด้วย แต่พาสปอร์ตญี่ปุ่นกับจีนแผ่นดินใหญ่เดินผ่านสบาย ไม่มีใครถามอะไรซากกคำ
โอเค เรียกก็เรียก อย่าไปกลัว เดินตามเขาไป
ทีนี้ล่ะ ไม่ได้ปริ้นเอกสารอะไรมายืนยันเลย ไฟล์ทุกอย่างเซฟไว้ในโทรศัพท์หมด จะซวยมั้ยเนี่ยยย
คำถามทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษนะครับ สำเนียงฟังไม่ยากเท่าไร แต่เขียนไว้เป็นภาษาไทยเพื่อจะได้เข้าใจง่ายๆ
ตม: มาคนเดียว?
ผม: ใช่
ตม: มากี่วัน
ผม: 4
ตม: กลับวันไหน
ผม: 31 (บวกเลขไม่เป็นรึไง ปัดโธ่)
ตม: มีตั๋วขากลับไหม
ผม: มี E-Ticket
ตม: ขอดู
ผม: ยื่น Itinerary ในโทรศัพท์ให้ดู
ตม: มาจากกรุงเทพฯ หรอ
ผม: เอิ่มม คิดในใจ นี่มันท่าเรือป่ะ คงล่องมาจากเจ้าพระยามั้ง ตอบไป โนน ไอบินไปลงมาเก๊าเมื่อวาน แล้ววันนี้ก็ข้ามเรือมา
ตม: รู้จักใครที่นี่ไหม
ผม: ไม่รู้
ตม: ขอดูแพลนเที่ยว
ผม: เปิดไฟล์ pdf ในโทรศัพท์ให้ดู
ตม: จะไปไหนบ้าง
ผม: มาไหว้พระ และไปดิสนีย์
ตม: ที่ไทยทำอาชีพอะไร
ผม: Student
ตม: University student?
ผม: ใช่ Master's degree student
ตม: มี ID card ไหม
ผม: ยื่นบัตรให้ (โชคดีที่บัตรนักศึกษาผมเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด)
ตม: เอาบัตรยื่นให้อีกคน น่าจะเอาไปค้นข้อมูล
ตม: ไปมาเก๊าไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง
ผม: รอบๆ เมือง เซนาโดแสควร์
ตม: มีรูปในโทรศัพท์โชว์มั้ย
ผม: เปิดรูปเซลฟี่ในโทรศัพท์ให้ดู
ตม: พักที่ไหนในฮ่องกง
ผม: พักแถว Tsim Tsa Tsui
ตม: ขอดูใบจอง
ผม: เปิด pdf ไฟล์ให้ดู
ตม: เอาเงินมาเท่าไร
ผม: 2500 HKD ถ้าขอดูคือซวยแน่ ตายโหงง เงินอยู่ในบัตร Travel card ทั้งหมด ยังไม่ได้กดเงินสดออกมาเลย
ตม: อีกคนเดินเอาบัตรนักศึกษามาคืนพอดี
ตม: โอเค เชิญไปแสกนนิ้วได้
ผม: เย่ รอดแล้วโว้ย เดินไปปั๊มนิ้วแล้วก็รับบัตรผ่านเข้าเมืองใบเล็กๆ มา จากนั้น ต้าเจ่ย ไปหนึ่งที 555
จะเห็นได้ว่า ถามคำถามเยอะมาก และถามละเอียดเหมือนเราจะมาสมัครงาน ไปมาหลายที่ไม่เคยโดนถามอะไรเลย แต่ก็ถือเป็นประสบการณ์ดีดี
กระทู้นี้เลยตั้งขึ้นมาเพื่ออยากมาแชร์ประสบการณ์ให้ฟังกัน เผื่อจะได้เตรียมตัวตอบคำถามได้ สุดท้ายนี้ เท่าที่เห็นก็คือถ้าใครตั้งใจไปเที่ยวจริงๆ ก็ผ่านไปได้หมดทุกคนนะครับ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แค่เค้าถามอะไรมา เราก็ตอบไปตามตรงเท่านั้น อย่าไปแสดงอาการแพนิคหรือท่าทางแปลกๆ ผิดสังเกตก็พอครับ หวังว่าคงมีประโยชน์สำหรับคนที่กำลังจะไปเที่ยวไม่มากก็น้อยนะครับ


แชร์ประสบการณ์ตม.ฮ่องกง 2019 (ทางเรือ)
กระทู้นี้ตั้งขึ้นมาเพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้ที่กำลังมีแพลนเดินทางไปฮ่องกงได้อัพเดทข้อมูลเกี่ยวกับตม.กันนะครับ หวังว่าคงมีประโยชน์แก่ผู้เดินทางไม่มากก็น้อยครับ
ครั้งนี้ผมเดินทางเข้าฮ่องกงเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2562 ที่ผ่านมา ผ่านทางเรือเฟอรี่จากมาเก๊า
ทุกคนคงได้ยินกิตติศัพท์ของตม.ฮ่องกงกันมาเยอะแล้ว โดยเฉพาะตม.ที่ท่าเรือ ที่บอกกันว่าโหดสุดๆ มาดูกันว่าผมเจออะไรบ้าง เผื่อใครจะเข้าทางนี้จะได้เตรียมพร้อม ไม่เด๋อด๋าแบบผมนะครับ
ผมเดินทางคนเดียว ข้ามจากท่าเรือ Macau-Outer Ferry มาลงที่ท่าเรือ China-Kowloon Ferry ฝั่งเกาะเกาลูนนะครับ
ขึ้นจากเรือมาก็เดินตามป้ายไปเรื่อยๆ จะมีโต๊ะเขียนใบผ่านเข้าเมืองก็กรอกข้อมูลไปตามปกติ
ต่อแถวเข้าคิวรอตรวจพาสปอร์ต คนไทยข้างหน้าประมาณ 5-6 คน อ่ะ เราก็ต่อแถวไป
พอถึงคิว ยื่นพาสปอร์ต โดนถามคำแรก
ตม: มาคนเดียวหรอ?
ผม: ใช่
ตม: Follow him. กวักมือเรียกตม.อีกคนด้านหลัง ให้มารับตัวผมไป
เราก็แบบเห้ย สภาพตูนักท่องเที่ยว แบกเป้ ห้อยกล้องมาเที่ยวขนาดนี้ นึกว่าจะรอด เปล่าจ้า พาสปอร์ตไทยทุกคนโดนกักหมด ย้ำว่าทุกคน มาครอบครัวหรือคู่รักก็ไม่รอด รวมถึงพวกแขกด้วย แต่พาสปอร์ตญี่ปุ่นกับจีนแผ่นดินใหญ่เดินผ่านสบาย ไม่มีใครถามอะไรซากกคำ
โอเค เรียกก็เรียก อย่าไปกลัว เดินตามเขาไป
ทีนี้ล่ะ ไม่ได้ปริ้นเอกสารอะไรมายืนยันเลย ไฟล์ทุกอย่างเซฟไว้ในโทรศัพท์หมด จะซวยมั้ยเนี่ยยย
คำถามทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษนะครับ สำเนียงฟังไม่ยากเท่าไร แต่เขียนไว้เป็นภาษาไทยเพื่อจะได้เข้าใจง่ายๆ
ตม: มาคนเดียว?
ผม: ใช่
ตม: มากี่วัน
ผม: 4
ตม: กลับวันไหน
ผม: 31 (บวกเลขไม่เป็นรึไง ปัดโธ่)
ตม: มีตั๋วขากลับไหม
ผม: มี E-Ticket
ตม: ขอดู
ผม: ยื่น Itinerary ในโทรศัพท์ให้ดู
ตม: มาจากกรุงเทพฯ หรอ
ผม: เอิ่มม คิดในใจ นี่มันท่าเรือป่ะ คงล่องมาจากเจ้าพระยามั้ง ตอบไป โนน ไอบินไปลงมาเก๊าเมื่อวาน แล้ววันนี้ก็ข้ามเรือมา
ตม: รู้จักใครที่นี่ไหม
ผม: ไม่รู้
ตม: ขอดูแพลนเที่ยว
ผม: เปิดไฟล์ pdf ในโทรศัพท์ให้ดู
ตม: จะไปไหนบ้าง
ผม: มาไหว้พระ และไปดิสนีย์
ตม: ที่ไทยทำอาชีพอะไร
ผม: Student
ตม: University student?
ผม: ใช่ Master's degree student
ตม: มี ID card ไหม
ผม: ยื่นบัตรให้ (โชคดีที่บัตรนักศึกษาผมเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด)
ตม: เอาบัตรยื่นให้อีกคน น่าจะเอาไปค้นข้อมูล
ตม: ไปมาเก๊าไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง
ผม: รอบๆ เมือง เซนาโดแสควร์
ตม: มีรูปในโทรศัพท์โชว์มั้ย
ผม: เปิดรูปเซลฟี่ในโทรศัพท์ให้ดู
ตม: พักที่ไหนในฮ่องกง
ผม: พักแถว Tsim Tsa Tsui
ตม: ขอดูใบจอง
ผม: เปิด pdf ไฟล์ให้ดู
ตม: เอาเงินมาเท่าไร
ผม: 2500 HKD ถ้าขอดูคือซวยแน่ ตายโหงง เงินอยู่ในบัตร Travel card ทั้งหมด ยังไม่ได้กดเงินสดออกมาเลย
ตม: อีกคนเดินเอาบัตรนักศึกษามาคืนพอดี
ตม: โอเค เชิญไปแสกนนิ้วได้
ผม: เย่ รอดแล้วโว้ย เดินไปปั๊มนิ้วแล้วก็รับบัตรผ่านเข้าเมืองใบเล็กๆ มา จากนั้น ต้าเจ่ย ไปหนึ่งที 555
จะเห็นได้ว่า ถามคำถามเยอะมาก และถามละเอียดเหมือนเราจะมาสมัครงาน ไปมาหลายที่ไม่เคยโดนถามอะไรเลย แต่ก็ถือเป็นประสบการณ์ดีดี
กระทู้นี้เลยตั้งขึ้นมาเพื่ออยากมาแชร์ประสบการณ์ให้ฟังกัน เผื่อจะได้เตรียมตัวตอบคำถามได้ สุดท้ายนี้ เท่าที่เห็นก็คือถ้าใครตั้งใจไปเที่ยวจริงๆ ก็ผ่านไปได้หมดทุกคนนะครับ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แค่เค้าถามอะไรมา เราก็ตอบไปตามตรงเท่านั้น อย่าไปแสดงอาการแพนิคหรือท่าทางแปลกๆ ผิดสังเกตก็พอครับ หวังว่าคงมีประโยชน์สำหรับคนที่กำลังจะไปเที่ยวไม่มากก็น้อยนะครับ