สวัสดีค่ะ ถ้าย้อนกลับไปก่อนหน้านี้สัก 2-3 ปีจะมีกระทู้เก่าๆ ที่เกี่ยวกับโรคซึมเศร้า และปัญหาความรัก
>> ไม่ได้เข้ามาเขียนกระทู้นานมาก(ก.ไก่ ล้านตัว) <<
มาค่ะจะเล่าให้ฟังงงงงงง


ก่อนอื่นต้องบอกว่าตอนนี้ตัวเองหายจาก “โรคซึมเศร้า” แล้วค่ะ รู้สึกดีมากๆ ดีใจที่เราเอาชนะกับความเศร้าในใจและเอาชนะความคิดในแง่ลบของตัวเองได้และยังได้กำลังใจดีๆจากคนข้างๆ ที่บ้านก็เปิดใจและเข้าใจกันมากขึ้น พูดคุยกันมากขึ้น ครอบครัวได้กลับมาเป็นครอบครัวอีกครั้ง

และที่พีคสุดดดดดดดดดดดดด !!!!
“ ฉัน ได้ เป็น แฟน กับ คน ที่ ฉัน แอบชอบ เว้ย “
เขาเป็นคนดีมากๆ ตอนที่เราเศร้าหรือทุกข์ใจ แม้แต่ร้องไห้เราก็จะโทร. Line ส่งข้อความ หาเขาตลอดและเขาก็ตอบกลับมาทุกครั้ง(ตอบตามมารยาทรึเปล่าไม่รู้) ปีหนึ่งมี 365 วัน ฉันคุยกับเขาทุกวัน วันไหนไม่ได้คุยเหมือนขาดอะไรไป... จนกระทั้งเขาเริ่มค่อยๆห่างๆและหายไปแต่ก็ไม่ได้หายขาดนะ ก็มีติดต่อกันบ้างแต่ไม่ได้ทุกวันเหมือนเมื่อก่อนเพราะเขากำลังจะมีแฟน เอาจริงตอนนั้นก็เสียใจน่ะรู้สึกเหมือนตัวเองอกหักอ่ะทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกัน อยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียก ง่อว! แต่หึ่ยยยย มันมีอยู่ครั้งหนึ่งเราก็เสียใจเรื่องที่เลิกกับแฟนเรานี้แหละ และตอนนั้นเขาก็มีแฟนอยู่แล้ว เราก็ด้วยความนึกไรไม่ออกอ้ะ ทักเขาไปรัวๆๆๆๆ จนเขาพิมพ์กลับมา “หนูอย่าทักมาบ่อยแฟนพี่หึง” จ้า หน้าชา แขนชา มือชา ไอ้นั้นก็ชา 55555555555555 เราก็โอเค เคารพในความรู้สึกของเขาและแฟนเขาเพราะไม่อยากให้เขาต้องมีปัญหากัน



และแล้วเวลาผ่านไปสัก 2-3 เดือน เขาทักเรามา.. ตึ้ง ตึ้ง ! หนูแฟนพี่มันขอห่างสักพักว่ะ !! ไอ้เราก็แบบเอ้าไรว่ะ เอาเขาไปทำไม่ดูแลดีๆอ้ะ คิดในใจถ้าดูแลเขาไม่ได้จะขอคืนละน่ะ (เรามั่นใจว่าเราดูแลเขาได้ดีแน่ๆแค่เราไม่มีโอกาศในตอนนั่น) ในหัวคิดแบบนั้นๆจริงๆค่ะ คือ เรารู้จักและพูดคุยกับเขามาตลอดว่าเป็นยังไง การทำงาน สุขภาพ ครอบครัว หรือแม้แต่ความรักของเขา เรารักเขาแต่เราไม่ได้บอกเขาตอนนั้นค่ะ รักแบบไม่ได้อยากครอบครองแต่เรามีความรักความหวังดีให้เขาเสมอ ถึงเวลาถ้าเขาไม่มีใครหันกลับมาเขาก็จะยังมีเราอยู่เสมอ ง่อววววว!!!
เมื่อเวลาผ่านไปสรุปเขาจบความสัมพันธ์ที่งงงวยกับแฟนของเขาบริบูรณ์ เราไม่ได้เขาไปยุ่งเกี่ยวน่ะค่ะ เป็นกำลังใจและรับฟังเขาอยู่ห่างๆเท่านั้น !!!
แต่แล้วเมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา เราเองค่ะที่รวบรวมความกล้าบอกรักเขาในวันเคาดาวน์ ซึ่งเราอยู่คนละที่กันนะค่ะแต่เราคุยไลน์กัน ไลน์กันไปกันมา.. เกือบๆเที่ยงคืนพูดเรื่องความรักนี้แหละค่ะ เขาบอกว่า หนูว่าใครมันจะมารักมาทนอยู่กับคนไม่มีเวลาแบบพี่ได้ว่ะ ไอ้เราก็รีบตอบไปแบบไม่ทันคิด “หนูไง! (ชูมือสุดแขนค่ะ55) หนูไงรักพี่” เท่านั้นแหละจ้าาาาาาา หน้านี้ชาไปหมดแบบเห่ยเราพิมพ์ไปแบบนั้นจริงหรอ!!

เขาเองก็อ่านและเงียบไปสักพักเราเลยบอกว่า “รักเขาก็ต้องระกการใช้ชีวิตของเขา เข้าใจเขาสิ่ ความรักถือจะยืนยาว” แบบพูดเขาข้างตัวเองสุดๆ เราก็ไม่ได้ตกใจรึอะไรจนเวลาผ่านไปหนึ่งเดือนเราก็คุยกันมาปกติทุกวัน จนมีเย็นวันหนึ่งเขาทักมาหนูจะไปกินข้าวกับพี่เปล่า ไอ้เราก็ด้วยความอยากเจอ คือ เราต่างคนต่างทำงานคนละทีเขาเองก็กลับบ้านทุกวันศุกร์แต่เขาก็มีธุรกิจที่บ้าน เราจะมีเวลาเจอกันคือ เย็นวันศุกร์ที่เขากลับบ้าน บ้านของเราอยู่ทางผ่านก่อนกลับบ้านเขาค่ะ และแล้วเย็นวันนั้นเราก็ไปกินข้าวที่ตลาดสด คือ นับเป็นเดทครั้งของเราแบบจริงจังค่ะ เราไม่เคยกินข้าวที่ตลาดสดนานถึง 3 ชั่วโมง ครั้งนั้นครั้งแรก! แบบกินไปคุยกันไปเรื่อยๆรู้ตัวกันอีกทีก็เกือบ 3 ทุ่ม เขาเป็นคนทัศนคติดี อยู่ด้วยแล้วสนุก ทำให้เราอยากคุยกับเขานานๆ หลังจากคืนนั้นแยกย้ายกันไป.. เราก็ไลน์หากันปกติ คุยกันทุกวัน เขาชอบแวะมาหาแม่เราที่บ้านค่ะ เขาน่ารักให้เกรียติที่บ้านเราเสมอ เราเองก็เคยเจอแม่เขาน่ะค่ะ แม่เขาน่ารักค่ะ คุยเก่ง ส่วนตัวตอนนี้เรามีความสุขดีค่ะ เรารู้จักกันมาก่อนหน้านี้ก็ราวๆ 2 ปีได้ เริ่มเขาปีที่ 3 เราเองที่เริ่มแน่ใจว่าเราชอบเขาแน่ๆล่ะ อยากได้คนแบบนี้มาสร้างครอบครัวแน่ๆ ตอนนี้เรารักกันดีคุยกันเข้าใจ วันไหนใครทำงานมาเหนื่อยๆเราก็ผลัดกันให้กำลังใจ เราจะชอบกอด เรารู้สึกว่ามันอบอุ่น มันซัพพอตความรู้สึกแย่ๆได้ดี และเขาเองก็เข้าใจเรา
เอาจริงๆ เป็นผู้หญิงบอกชอบผู้ชายก่อนไม่ผิดนะค่ะ
ส่วนตัวเป็นผู้หญิงลุยๆค่ะ ลุยไปหาผู้ชาย555 ถ้าไม่รุกก็ “นก” ต่อไปนะค่ะ สาวๆ อย่าไปกลัวการที่เราจะบอกรักผู้ชายก่อนค่ะ แต่การบอกรักก่อนนั้น เราทั้งคู่ต้องอยู่ในสถานะที่พร้อมเริ่มต้นใหม่ทั้งคู่นะค่ะ ไม่ใช่ไปแย่งของใครมา ไม่สนับสนุนค่ะ ผิดศีลธรรม
โปรดใช้วิจารณาในการอ่าน ขอบคุณค่ะ
เป็นคนลุยๆลุยไปบอกรักผู้ชายก่อนค่ะ
>> ไม่ได้เข้ามาเขียนกระทู้นานมาก(ก.ไก่ ล้านตัว) <<
มาค่ะจะเล่าให้ฟังงงงงงง
ก่อนอื่นต้องบอกว่าตอนนี้ตัวเองหายจาก “โรคซึมเศร้า” แล้วค่ะ รู้สึกดีมากๆ ดีใจที่เราเอาชนะกับความเศร้าในใจและเอาชนะความคิดในแง่ลบของตัวเองได้และยังได้กำลังใจดีๆจากคนข้างๆ ที่บ้านก็เปิดใจและเข้าใจกันมากขึ้น พูดคุยกันมากขึ้น ครอบครัวได้กลับมาเป็นครอบครัวอีกครั้ง
“ ฉัน ได้ เป็น แฟน กับ คน ที่ ฉัน แอบชอบ เว้ย “
เขาเป็นคนดีมากๆ ตอนที่เราเศร้าหรือทุกข์ใจ แม้แต่ร้องไห้เราก็จะโทร. Line ส่งข้อความ หาเขาตลอดและเขาก็ตอบกลับมาทุกครั้ง(ตอบตามมารยาทรึเปล่าไม่รู้) ปีหนึ่งมี 365 วัน ฉันคุยกับเขาทุกวัน วันไหนไม่ได้คุยเหมือนขาดอะไรไป... จนกระทั้งเขาเริ่มค่อยๆห่างๆและหายไปแต่ก็ไม่ได้หายขาดนะ ก็มีติดต่อกันบ้างแต่ไม่ได้ทุกวันเหมือนเมื่อก่อนเพราะเขากำลังจะมีแฟน เอาจริงตอนนั้นก็เสียใจน่ะรู้สึกเหมือนตัวเองอกหักอ่ะทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกัน อยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียก ง่อว! แต่หึ่ยยยย มันมีอยู่ครั้งหนึ่งเราก็เสียใจเรื่องที่เลิกกับแฟนเรานี้แหละ และตอนนั้นเขาก็มีแฟนอยู่แล้ว เราก็ด้วยความนึกไรไม่ออกอ้ะ ทักเขาไปรัวๆๆๆๆ จนเขาพิมพ์กลับมา “หนูอย่าทักมาบ่อยแฟนพี่หึง” จ้า หน้าชา แขนชา มือชา ไอ้นั้นก็ชา 55555555555555 เราก็โอเค เคารพในความรู้สึกของเขาและแฟนเขาเพราะไม่อยากให้เขาต้องมีปัญหากัน
เมื่อเวลาผ่านไปสรุปเขาจบความสัมพันธ์ที่งงงวยกับแฟนของเขาบริบูรณ์ เราไม่ได้เขาไปยุ่งเกี่ยวน่ะค่ะ เป็นกำลังใจและรับฟังเขาอยู่ห่างๆเท่านั้น !!!
แต่แล้วเมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา เราเองค่ะที่รวบรวมความกล้าบอกรักเขาในวันเคาดาวน์ ซึ่งเราอยู่คนละที่กันนะค่ะแต่เราคุยไลน์กัน ไลน์กันไปกันมา.. เกือบๆเที่ยงคืนพูดเรื่องความรักนี้แหละค่ะ เขาบอกว่า หนูว่าใครมันจะมารักมาทนอยู่กับคนไม่มีเวลาแบบพี่ได้ว่ะ ไอ้เราก็รีบตอบไปแบบไม่ทันคิด “หนูไง! (ชูมือสุดแขนค่ะ55) หนูไงรักพี่” เท่านั้นแหละจ้าาาาาาา หน้านี้ชาไปหมดแบบเห่ยเราพิมพ์ไปแบบนั้นจริงหรอ!!
เอาจริงๆ เป็นผู้หญิงบอกชอบผู้ชายก่อนไม่ผิดนะค่ะ
ส่วนตัวเป็นผู้หญิงลุยๆค่ะ ลุยไปหาผู้ชาย555 ถ้าไม่รุกก็ “นก” ต่อไปนะค่ะ สาวๆ อย่าไปกลัวการที่เราจะบอกรักผู้ชายก่อนค่ะ แต่การบอกรักก่อนนั้น เราทั้งคู่ต้องอยู่ในสถานะที่พร้อมเริ่มต้นใหม่ทั้งคู่นะค่ะ ไม่ใช่ไปแย่งของใครมา ไม่สนับสนุนค่ะ ผิดศีลธรรม
โปรดใช้วิจารณาในการอ่าน ขอบคุณค่ะ