ว่าด้วยเรื่องฟุตบอล​ ไทยแลนด์​ เวย์​ และ​ เวียดนาม​ เวย์

หลังจากจบเกมส์ ที่ไทย u19 แพ้เวียดนาม u19 ไป 1-0

1.
ทำให้แอดมินได้นึกย้อนกลับไปในช่วง 5-10 ปีที่แล้ว เมื่อนึกถึงสภาพนักเตะเวียดนาม ที่ส่วนใหญ่แล้วรูปร่างก็ไม่ได้แตกต่างจากนักเตะทีมอื่นๆในอาเซียนนัก

2.
นักเตะเวียดนามในยุคก่อนๆตัวบางๆ รูปร่างไม่ค่อยสูง และมักจะมีสภาพจิตใจที่อ่อนแอเวลาที่เจอกับทีมชาติไทย โดยมีดีแค่ความฟิตเท่านั่นที่พอทดแทนได้

3.
แต่ในปัจจุบันแอดมินได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างของทีมชาติเวียดนาม แม้แต่ในระดับเยาวชนอย่างชุด u19 ก็เริ่มเห็นได้อย่างชัดเจน นั่นก็คือพละกำลังความฟิต ,สรีระศาสตร์ที่แข็งแกร่ง และการเล่นเพรสซิ่งที่เริ่มเป็นระบบ สปีดบอลที่เร็ว จ่ายบอลไม่มากจังหวะ และสภาพจิตใจที่มีความกระหายอยากจะชนะไม่กลัวเหมือนแต่ก่อน

4.
แม้จะยังไม่ชัดเจนเท่าพี่ๆรุ่น u23 ก็ตาม แต่มันก็ทำให้มองเห็นว่าทีมชาติเวียดนามตั้งแต่ชุด u19 ,u23 ไปจนถึงชุดใหญ่ มีรูปแบบการเล่นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันชัดเจน

5.
ณ เวลานี้มันได้กลายเป็นสไตล์ใหม่ที่เหมาะอย่างยิ่งกับฟุตบอลเวียดนามในเวลานี้ หรือจะเรียกว่าเป็นสูตร Vietnam Way ก็คงไม่ผิดนัก โดยผู้ที่คิดค้นสูตรผสมเหล่านี้คือ มิสเตอร์ ปาร์ค ฮัง ซอ เฮดโค้ชชาวเกาหลีใต้ ฮีโรของชาวเวียดนาม โดยมีประธานเทคนิคชาวเยอรมันมาช่วยวางรากฐานไว้ก่อนหน้านี้แล้วตั้งแต่ปี 2016

6. ส่วนทีมชาติไทยของเราเมื่อแพ้แล้วก็ต้องรีบนำจุดบกพร่องมาพัฒนาปรับปรุงให้เร็วที่สุด เพื่อหาแนวทางการเล่นในรูปแบบ Thailand Way ที่ชัดเจน และเหมาะสมสอดคล้องกับรูปแบบการเล่นของทีมชาติทุกชุดให้เจอ เพื่อรักษาช่องว่างระหว่างไทย กับเวียดนาม ไม่ให้ห่างกันเกินไป หรือ พัฒนาให้ดีขึ้นกว่านี้

7.
แม้ในอดีตเวียดนามจะผูกปีแพ้ไทยมาโดยตลอดแทบจะทุกชุด แต่ก็ไม่มีใครบอกได้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้ามองตามความเป็นจริงแล้ว ในตอนนี้ขุนพลทัพดาวทองได้พัฒนาจี้ไทยแทบจะหายใจรดต้นคออยู่แล้ว ถ้าไทยเรายังมีอีโก้สูงทั้งผู้เล่น และแฟนบอล และยังไม่สามารถหา Thailand Way เจอในเร็ววันได้ ก็คงไม่อาจมีเครื่องการันตีได้ว่าจ้าวฟุตบอลแห่งภูมิภาคอาเซียน ในอนาคตจะยังเป็นพี่เบิ้มอย่างไทยไทย หรือ ดาวรุ่งที่มีความกระหายอย่างเวียดนาม

เครดิต​  เพจฟุตบอลไทย​  https://www.facebook.com/1404323439810641/posts/2420052154904426/

    ปล. ยิ่งข้อ​ 5​  ทำให้คิดเลย​  เวียดนามใช้ประธานเทคนิคชาวเยอรมันวางรากฐาน​ปี​ 2016​   ปีเดียวกับที่โค้ชเฮงเป็นประธานเทคนิคฟุตบอลไทยเลย​  แต่ผลลัพธ์​ช่างต่างกันเหลือเกิน​ 555
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่