อะแห่ม ๆ กระแอมฝุ่นควันระดับ Beyond AQI ก่อนเล็กน้อยครับ
สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน กระทู้เช่นเคยที่จะมาแชร์ประสบการณ์ของกิจกรรมสันทนาการ วาดภาพระบายสี ด้วยสีชอล์คน้ำมัน ครั้งนี้มาสาธยายการวาดภาพคลื่นทะเลซัดเข้าหาฝั่งครับ
เริ่มด้วยภาพต้นแบบก่อนนะครับ เริ่มชอบวาดภาพคุณ Samuel Earp ขึ้นมาแล้วหล่ะครับ หลังที่ลองชมศิลปินมา 2-3 ท่านแล้วลองวาดตามท่านนี้ คิดว่าเป็นแนวที่ชื่นชอบครับ

เพราะมีการอธิบายเป็นขั้นเป็นตอน ความซับซ้อนและรายละเอียดขององค์ประกอบต่าง ๆ มีความพอดีครับ สามารถนำมาปรับประยุกต์ตาม แล้วได้ภาพที่ดูเข้าใจง่าย เรียบง่ายและชัดเจนตรงไปตรงมาครับ โดยผลงานก่อนหน้าที่ศึกษา ทดลองตามศิลปินท่านนี้คือ ภาพภูเขา Talbot เชิญชมได้ตามลิ้งค์ด้านล่างนะครับ
https://pantip.com/topic/38532628
ขั้นตอนหลัก ๆ ของการวาดภาพในครั้งนี้ ก็คือ การออกแบบองค์ประกอบต่าง ๆ การระบาย underpainting การ block in ลงสีให้เต็ม และการใส่รายละเอียดต่าง ๆ จนเสร็จเป็นที่พอใจครับ
เริ่มด้วยการจัดองค์ประกอบควรวาดทดลอง 2 - 3 แบบว่า องค์ประกอบต่าง ๆ อยู่จัดไหน จะทำให้ภาพออกมาลงตัวที่สุด ขั้นตอนนี้ผู้วาดร่างในใจ (คือผ่าน ๆ ขั้นตอนนี้ไปหนะครับ) ซึ่งเป็นขั้นที่จำเป็นและควรทำเพื่อจะได้เห็นภาพสำเร็จคร่าว ๆ ก่อนที่จะลงวาดจริงครับ
สำหรับการ underpainting ใช้สีโทนส้มแดง ซ่อนไว้ด้านใต้สีฟ้าแกมขาวของผืนน้ำทะเลหนะครับ เพราะให้เกิดความสมดุลของโทนร้อนเย็นของสี ไม่ให้ภาพดูเย็นด้วยมีแต่สีฟ้ามากเกินไป (อันนี้ใช่เหตุผลที่ถูกต้องไหมครับ แสดงความเห็นเพิ่มเติมได้นะครับ เพราะส่วนใหญ่ ศิลปินจะลงสีเฉดน้ำตาลแดงไว้ก่อนการวาดภาพทัศนียภาพทั้งสิ้นครับ)

ภาพประกอบการ underpainting ครับ
ในขั้นตอนนี้ก็แทรกการกำหนดค่าสีไว้ไปด้วยนะครับ ว่าส่วนไหนที่เป็นค่าเข้ม ในภาพคือก้อนหินก้อนสูงฝั่งที่หลบแดด จะเป็นเงาทึบเป็นค่าสีที่เข้มสุดของภาพครับ สำหรับค่าสีที่อ่อนที่สุดของภาพจะเป็นส่วนของฟ้าสว่าง เลยลงสีพื้นด้วยสีเหลืองเพื่อกำหนดค่าความสว่างไว้ค่อนข้างสว่างครับ
พอเสร็จเรามาต่อกันที่การ block in ลงสีในส่วนต่าง ๆ ขององค์ประกอบแต่ละองค์ประกอบของภาพกันเลยนะครับ
ส่วนไหนเป็นก้อนหินก็ลงสีที่เตรียมไว้ ส่วนไหนที่เป็นน้ำ เป็นภูเขา เป็นเมฆ เป็นทราย ก็ใส่สีตามความเหมาะสมได้เลยครับ โดยขออธิขายหลักการที่ จขกท. ได้ระลึกเป็นแนวทางมาแนะนำเป็นข้อ ๆ ดังนี้ครับ
1. ส่วนที่เป็นเงาหรือสีเข้ม จะเกิดจากการผสมสีที่ตรงข้ามกันบนวงล้อ เพื่อให้ได้สีเข้มที่ยังดูมีความนุ่มนวลแทนการใช้สีดำครับ
2. เรื่องความอิ่มตัวของสีต่าง ๆ ที่ใส่ไปในแต่ละองค์ประกอบ จะไล่จากอิ่มตัวมากในส่วนหน้าและค่อย ๆ อิ่มตัวน้อย (desaturate) ไปในวัตถุระยะไกล ๆ นะครับ เช่นสังเกตในค่าความอิ่มตัวของสีน้ำตาลในส่วนของหินด้านหน้า หินระยะกลาง และสีน้ำตาลที่อยู่บนสันเขาระยะไกลครับ ความอิ่มตัวของสีน้ำตาลในสันเขาระยะไกลจะถูกเจือจางไป ด้วยการป้ายสีขาวทับ หรือ สีอื่น ๆ ที่ทำให้สีน้ำตาลไม่อิ่มตัวมาก เพื่อแสดงว่าวัตถุอยู่ระยะไกลมาก ๆ สีที่ส่งมายังจุดที่เรามองจะไม่เข้มเท่าความอิ่มตัวของสีของวัตถุที่อยู่ใกล้ ที่สีจากส่งมาแบบเต็ม ๆ (saturate) ทำให้ได้รับรู้ว่าระยะของวัตถุแต่ละชิ้นไม่เท่ากันครับ
ทราบหลักการอย่างนี้ใส่สีไหนก็ใส่ไปโดยปรับความอิ่มตัวของสีให้เหมาะสมกับระยะวัตถุที่ต้องการครับ แล้วเรื่องของสีควรใช้ให้กระจายทั้งกระดาษใส่ในส่วนหน้า ( foreground ) แล้ว ใส่ในส่วนหลัง ( background ) ด้วยเพื่อความเข้ากันของสีโดยรวมทั้งภาพ ( harmonious ) โดยปรับความอิ่มตัวของสีไปตามระยะวัตถุที่ต้องการวางเช่นเดิมครับ

เติมองค์ประกอบต่าง ๆ ไปตามความคิดจินตนาการกับภาพที่ต้องการใส่ไปเรื่อยๆครับ ถึงตอนนี้เริ่มดูเป็นรูปเป็นร่างแล้วว่าคลื่นอยู่ตรงไหน หินอยู่ตรงไหนครับ ต่อไปเริ่มลงรายละเอียดกันครับ
การที่ขั้นตอนนี้จะเห็นเป็นรูปเป็นร่างได้เพราะเรากันสีที่มีค่าความเข้มสว่างสุดหรือเข้มสุดไว้ใส่ในขั้นตอนนี้นะครับ ส่วนใหญ่ก็คือส่วนขาว สีเหลือง ใช้ไฮไลท์ส่วนที่กระทบแสงหนะครับ จขกท.ก็เลยกดสีขาวลงบนริ้วคลื่นให้ประหนึ่งว่ามีละอองน้ำต้องแสงขณะกำลังโถมเข้าฝั่ง โดยความเร็วผิวน้ำและความเร็วในระดับลึดไม่เท่ากันทำให้เกิดคลื่นบนผิวน้ำ โค้งขึ้นมา ส่วนใต้โค้งก็ควรเป็นเงาให้เห็นถึงความลึก หรือ ส่วนที่ถูกเกลียวด้านบนบังแสงไว้ครับ
ส่วนหินก็เติมไฮไลท์ส่วนที่ถูกแดดเล็กน้อย โดยหิน 2 ก้อนหน้าหลบแดดหน่อย ๆ ความสว่างเลยไม่เท่าหินที่สูงกว่าที่อยู่ถัดเข้าหาทะเลเล็กน้อยที่มีมีสีของส่วนที่ถูกแสงสว่างกว่า สังเกตเห็นกันไหมครับ

เอาภาพแปะผนัง นั่งมาซักระยะ ก็มีความคิดว่าจากที่จุดสนใจของภาพเป็นคลื่นน้ำใหญ่ลูกหลังสุด ตอนนี้อาจจะไม่ใช่อย่างนั้น ด้วยตำแหน่งที่อยู่สูงไปหน่อย จึงอาจจะไม่ใช้ตำแหน่งที่จุดสนใจของภาพควรไปอยู่ตรงนั้นหน่ะครับ แล้วพอเห็นคลื่นน้ำหน้าสุดที่มีการยกตัวอยู่ แต่ยังไร้ซึ่งวี่แววของวัตถุได้นั้นที่สามารถบ่งบอกถึงที่มาของความกระเพื่อมของคลื่นได้อย่างชัดเจน จึงเกิดมโนภาพของการวาดก้อนหินแผ่นกว้าง ๆ มีความสูงพอให้น้ำปะทะแล้วเกิดฟุ้งละอองขึ้นได้ตามที่วาดไว้ก่อนหน้า และเป็นการสร้างความสมดุลในองค์ประกอบภาพมากยิ่งขึ้น เพราะคลื่นเด่น ๆ ตอนนี้อยู่ฝั่งซ้ายของภาพเป็นหลัก หากมีก้อนหินและการซัดเบา ๆ ของคลื่นน้ำบนหินนั้นเพิ่มเติมในจุดทีคิดไว้จะสร้างองค์ประกอบใหม่มาทางขวาทำให้ภาพสมดุลยิ่งขึ้น (ลองคิดและทายกันดูนะครับว่าตำแหน่งของหินกว้าง ๆ เตี้ย ๆ นั้นควรอยู่ตรงไหน คิดเหมือนกันไหมเอ่ย) เอาละลงมือละนะ

และแล้วก็เป็นภาพที่เสร็จสมบูรณ์ตามความรู้ ความสามารถและทักษะในตอนนี้นะครับ ในอนาคตหากมีความรู้ ความสามารถและทักษะเพิ่มเติมอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงภาพได้ ถึงตอนนี้ จขกท.คิดว่าเท่านี้ก็เหมาะกับความรู้ ความสามารถ ทักษะที่มีอยู่ตอนนี้แล้วหละครับ
หากจะวิจารณ์ภาพนี้นะครับ ก็ยังมีจุดที่คิดว่าถ้าปรับปรุงได้จะปรับปรุงคือคลื่น 3 ลูกเรียงกัน ลักษณะเดียวกันนั่นแหละครับ ที่ดูน่าจะทำให้ธรรมชาติกว่านี้ได้ ด้วยเป็นภาพแรก ๆ ที่วาดคลื่นจึงไม่คุ้นชินกับรูปร่างของคลื่นเท่าไหร่นัก หากเพิ่มเติมคงเป็นภายหลังครับ
ร่วมวิพากย์วิจารณ์ เสริมเติมแต่ง อย่างสร้างสรรค์ เพื่อเป็นความรู้สำหรับการพัฒนาต่อไปครับ
หากศัพท์หรือองค์ความรู้ใด ๆที่กล่าวมาไม่ถูกต้องตามหลักการ ชี้แนะได้นะครับเพื่อการศึกษาร่วมกัน
ขอบคุณที่เข้ามาติดตามครับ
แชร์ประสบการณ์กิจกรรมสันทนาการ วาดภาพระบายสีชอล์คน้ำมัน (Oil pastels) รูปคลื่นทะเล
สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน กระทู้เช่นเคยที่จะมาแชร์ประสบการณ์ของกิจกรรมสันทนาการ วาดภาพระบายสี ด้วยสีชอล์คน้ำมัน ครั้งนี้มาสาธยายการวาดภาพคลื่นทะเลซัดเข้าหาฝั่งครับ
เริ่มด้วยภาพต้นแบบก่อนนะครับ เริ่มชอบวาดภาพคุณ Samuel Earp ขึ้นมาแล้วหล่ะครับ หลังที่ลองชมศิลปินมา 2-3 ท่านแล้วลองวาดตามท่านนี้ คิดว่าเป็นแนวที่ชื่นชอบครับ
https://pantip.com/topic/38532628
ขั้นตอนหลัก ๆ ของการวาดภาพในครั้งนี้ ก็คือ การออกแบบองค์ประกอบต่าง ๆ การระบาย underpainting การ block in ลงสีให้เต็ม และการใส่รายละเอียดต่าง ๆ จนเสร็จเป็นที่พอใจครับ
เริ่มด้วยการจัดองค์ประกอบควรวาดทดลอง 2 - 3 แบบว่า องค์ประกอบต่าง ๆ อยู่จัดไหน จะทำให้ภาพออกมาลงตัวที่สุด ขั้นตอนนี้ผู้วาดร่างในใจ (คือผ่าน ๆ ขั้นตอนนี้ไปหนะครับ) ซึ่งเป็นขั้นที่จำเป็นและควรทำเพื่อจะได้เห็นภาพสำเร็จคร่าว ๆ ก่อนที่จะลงวาดจริงครับ
สำหรับการ underpainting ใช้สีโทนส้มแดง ซ่อนไว้ด้านใต้สีฟ้าแกมขาวของผืนน้ำทะเลหนะครับ เพราะให้เกิดความสมดุลของโทนร้อนเย็นของสี ไม่ให้ภาพดูเย็นด้วยมีแต่สีฟ้ามากเกินไป (อันนี้ใช่เหตุผลที่ถูกต้องไหมครับ แสดงความเห็นเพิ่มเติมได้นะครับ เพราะส่วนใหญ่ ศิลปินจะลงสีเฉดน้ำตาลแดงไว้ก่อนการวาดภาพทัศนียภาพทั้งสิ้นครับ)
ในขั้นตอนนี้ก็แทรกการกำหนดค่าสีไว้ไปด้วยนะครับ ว่าส่วนไหนที่เป็นค่าเข้ม ในภาพคือก้อนหินก้อนสูงฝั่งที่หลบแดด จะเป็นเงาทึบเป็นค่าสีที่เข้มสุดของภาพครับ สำหรับค่าสีที่อ่อนที่สุดของภาพจะเป็นส่วนของฟ้าสว่าง เลยลงสีพื้นด้วยสีเหลืองเพื่อกำหนดค่าความสว่างไว้ค่อนข้างสว่างครับ
พอเสร็จเรามาต่อกันที่การ block in ลงสีในส่วนต่าง ๆ ขององค์ประกอบแต่ละองค์ประกอบของภาพกันเลยนะครับ
ส่วนไหนเป็นก้อนหินก็ลงสีที่เตรียมไว้ ส่วนไหนที่เป็นน้ำ เป็นภูเขา เป็นเมฆ เป็นทราย ก็ใส่สีตามความเหมาะสมได้เลยครับ โดยขออธิขายหลักการที่ จขกท. ได้ระลึกเป็นแนวทางมาแนะนำเป็นข้อ ๆ ดังนี้ครับ
1. ส่วนที่เป็นเงาหรือสีเข้ม จะเกิดจากการผสมสีที่ตรงข้ามกันบนวงล้อ เพื่อให้ได้สีเข้มที่ยังดูมีความนุ่มนวลแทนการใช้สีดำครับ
2. เรื่องความอิ่มตัวของสีต่าง ๆ ที่ใส่ไปในแต่ละองค์ประกอบ จะไล่จากอิ่มตัวมากในส่วนหน้าและค่อย ๆ อิ่มตัวน้อย (desaturate) ไปในวัตถุระยะไกล ๆ นะครับ เช่นสังเกตในค่าความอิ่มตัวของสีน้ำตาลในส่วนของหินด้านหน้า หินระยะกลาง และสีน้ำตาลที่อยู่บนสันเขาระยะไกลครับ ความอิ่มตัวของสีน้ำตาลในสันเขาระยะไกลจะถูกเจือจางไป ด้วยการป้ายสีขาวทับ หรือ สีอื่น ๆ ที่ทำให้สีน้ำตาลไม่อิ่มตัวมาก เพื่อแสดงว่าวัตถุอยู่ระยะไกลมาก ๆ สีที่ส่งมายังจุดที่เรามองจะไม่เข้มเท่าความอิ่มตัวของสีของวัตถุที่อยู่ใกล้ ที่สีจากส่งมาแบบเต็ม ๆ (saturate) ทำให้ได้รับรู้ว่าระยะของวัตถุแต่ละชิ้นไม่เท่ากันครับ
ทราบหลักการอย่างนี้ใส่สีไหนก็ใส่ไปโดยปรับความอิ่มตัวของสีให้เหมาะสมกับระยะวัตถุที่ต้องการครับ แล้วเรื่องของสีควรใช้ให้กระจายทั้งกระดาษใส่ในส่วนหน้า ( foreground ) แล้ว ใส่ในส่วนหลัง ( background ) ด้วยเพื่อความเข้ากันของสีโดยรวมทั้งภาพ ( harmonious ) โดยปรับความอิ่มตัวของสีไปตามระยะวัตถุที่ต้องการวางเช่นเดิมครับ
การที่ขั้นตอนนี้จะเห็นเป็นรูปเป็นร่างได้เพราะเรากันสีที่มีค่าความเข้มสว่างสุดหรือเข้มสุดไว้ใส่ในขั้นตอนนี้นะครับ ส่วนใหญ่ก็คือส่วนขาว สีเหลือง ใช้ไฮไลท์ส่วนที่กระทบแสงหนะครับ จขกท.ก็เลยกดสีขาวลงบนริ้วคลื่นให้ประหนึ่งว่ามีละอองน้ำต้องแสงขณะกำลังโถมเข้าฝั่ง โดยความเร็วผิวน้ำและความเร็วในระดับลึดไม่เท่ากันทำให้เกิดคลื่นบนผิวน้ำ โค้งขึ้นมา ส่วนใต้โค้งก็ควรเป็นเงาให้เห็นถึงความลึก หรือ ส่วนที่ถูกเกลียวด้านบนบังแสงไว้ครับ
ส่วนหินก็เติมไฮไลท์ส่วนที่ถูกแดดเล็กน้อย โดยหิน 2 ก้อนหน้าหลบแดดหน่อย ๆ ความสว่างเลยไม่เท่าหินที่สูงกว่าที่อยู่ถัดเข้าหาทะเลเล็กน้อยที่มีมีสีของส่วนที่ถูกแสงสว่างกว่า สังเกตเห็นกันไหมครับ
เอาภาพแปะผนัง นั่งมาซักระยะ ก็มีความคิดว่าจากที่จุดสนใจของภาพเป็นคลื่นน้ำใหญ่ลูกหลังสุด ตอนนี้อาจจะไม่ใช่อย่างนั้น ด้วยตำแหน่งที่อยู่สูงไปหน่อย จึงอาจจะไม่ใช้ตำแหน่งที่จุดสนใจของภาพควรไปอยู่ตรงนั้นหน่ะครับ แล้วพอเห็นคลื่นน้ำหน้าสุดที่มีการยกตัวอยู่ แต่ยังไร้ซึ่งวี่แววของวัตถุได้นั้นที่สามารถบ่งบอกถึงที่มาของความกระเพื่อมของคลื่นได้อย่างชัดเจน จึงเกิดมโนภาพของการวาดก้อนหินแผ่นกว้าง ๆ มีความสูงพอให้น้ำปะทะแล้วเกิดฟุ้งละอองขึ้นได้ตามที่วาดไว้ก่อนหน้า และเป็นการสร้างความสมดุลในองค์ประกอบภาพมากยิ่งขึ้น เพราะคลื่นเด่น ๆ ตอนนี้อยู่ฝั่งซ้ายของภาพเป็นหลัก หากมีก้อนหินและการซัดเบา ๆ ของคลื่นน้ำบนหินนั้นเพิ่มเติมในจุดทีคิดไว้จะสร้างองค์ประกอบใหม่มาทางขวาทำให้ภาพสมดุลยิ่งขึ้น (ลองคิดและทายกันดูนะครับว่าตำแหน่งของหินกว้าง ๆ เตี้ย ๆ นั้นควรอยู่ตรงไหน คิดเหมือนกันไหมเอ่ย) เอาละลงมือละนะ
หากจะวิจารณ์ภาพนี้นะครับ ก็ยังมีจุดที่คิดว่าถ้าปรับปรุงได้จะปรับปรุงคือคลื่น 3 ลูกเรียงกัน ลักษณะเดียวกันนั่นแหละครับ ที่ดูน่าจะทำให้ธรรมชาติกว่านี้ได้ ด้วยเป็นภาพแรก ๆ ที่วาดคลื่นจึงไม่คุ้นชินกับรูปร่างของคลื่นเท่าไหร่นัก หากเพิ่มเติมคงเป็นภายหลังครับ
ร่วมวิพากย์วิจารณ์ เสริมเติมแต่ง อย่างสร้างสรรค์ เพื่อเป็นความรู้สำหรับการพัฒนาต่อไปครับ
หากศัพท์หรือองค์ความรู้ใด ๆที่กล่าวมาไม่ถูกต้องตามหลักการ ชี้แนะได้นะครับเพื่อการศึกษาร่วมกัน
ขอบคุณที่เข้ามาติดตามครับ