ไม่รู้จะเลือกใคร ระหว่างคนที่รักเรา กับคนที่เรารัก

ตอนนี้รู้สึกสับสนมากค่ะ
        เป็นผู้หญิงที่ดูแลตัวเองได้ โดยที่น้อยมากที่จะขอความช่วยเหลือจากคนอื่น หน้าที่การงานก็ถือว่ามั่นคงเลี้ยงตัวเองและแม่ได้ เป็นผู้หญิงที่บ้างาน (อาชีพนักบัญชีค่ะ) วันๆ ก็มีแต่งาน เลิกงานกลับห้องนอน  เลยทำให้ชีวิตงานมาเป็นที่ 1  ส่วนเรื่องความรักมาเป็นอันดับรอง หรือพูดได้เลยว่าไม่เคยสนใจเรื่องความรักก็ว่าได้ค่ะ  คือเราอายุ 26 ปี แล้ว  แต่ยังไม่เคยมีแฟนที่คบจริงจังเลย  ส่วนตัวไม่ค่อยซีเรียสเท่าไหร่  แต่ประเด็นคือแม่อยากให้มีแฟน แต่งงาน แล้วมีหลานให้  เพราะแม่บอกแก่แล้วอยากเลี้ยงหลาน คือตั้งแต่พ่อเสียแม่ก็อยู่บ้านคนเดียว เห็นเพื่อนๆมีหลานน่ารักๆ  ก็อยากมีอย่างเขาบ้าง ก็เลยมากดดันเรา  ไอ้เราก็คิดหนัก  ถามว่ามีคนคุยด้วยมั้ยตอนนี้ก็มีนะ แต่คือก็คุยเหมือนเป็นเพื่อน แต่ก็รู้ว่าอีกฝ่ายอาจคิดมากกว่าเพื่อนแต่เราก็ยังไม่ได้รู้สึกว่าเค้าคือคนที่ใช่  คือโดยส่วนตัวเหมือนเป็นคนเลือกมากเลยทำให้ยังไงมีแฟน แต่คือถ้าเราไม่ได้รู้สึกรักใครจริงๆ ก็ไม่ควรเอาเค้ามาเป็นตัวเลือก ไม่ควรเอาความรู้สึกใครมาล่อเล่น  เลยบอกเขาว่าเป็นเพื่อนกันดีกว่า  ...... กลับมาที่แม่ คือรู้สึกว่าครั้งนี้แม่จะพูดจริงจังมาก เห็นน่าแม่แล้วสงสารมาก  ตอนนี้ก็ป่วยไม่สบายบ่อย  กลัวว่าตัวเองจะไม่ได้อยู่เห็นหน้าหลาน เลยอยากให้ลูกมีครอบครัวได้แล้ว  ประเด็นคือป้าข้างบ้านลูกชายแกก็โสด แล้วคือแม่กะป้าข้างบ้านชอบคุยกันเรื่องให้ลูกๆ แต่งงานกัน เพราะคิดว่าเหมาะสมกัน ลูกชายป้าข้างบ้านเราก็รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆคุยกันแค่ผ่านๆ  เรียกว่าแทบจะไม่ได้คุยเลยก็ได้  แล้วเรื่องมันพีคคือไม่รู้ป้าแกไปพูดกะลูกชายอีท่าไหน ลูกแกอินบล็อกมา ขอเป็นเพื่อนในเฟสบุ๊ค  แล้วพูดเหมือนจะมาจีบ  ทักมาถามนู้นนั้นนี้  คือไอ้เราก็ไม่รู้จะทำไงเลยลองคุยๆดู  คุยมาได้สักพักรู้สึกว่าพี่เค้าเป็นผู้ชายที่ซื่อๆ  ไม่ค่อยมีสีสันหรือเรื่องที่มันน่าสนุกเลย  เวลาคุยกันถามแค่ว่า กินข้าวยัง ทำอะไรอยู่นอ  ไปทำงานยังนอ   ....ไปเที่ยวไหนนอ...นอนยังนอ.
ผู้ชายบ้าอะไรเติมคำว่านอลงท้ายทุกประโยคคำถาม ซึ่งมันทำให้การสนทนาน่าเบื่อมาก   วันนึงเราเลยถามเค้าไปว่าที่พี่มาคุยกับหนูเพราะแม่พี่บอก ให้มาคุยใช่มั้ย  แกบอกใช่  แล้วพี่ก็รักหนูด้วย     ....เดี๋ยว
คือรักตอนไหน ?  วันๆ ถามแค่ว่ากินข้าวยัง ไปไหนวันนี้ ไปทำงานยัง เลิกงานยัง   รักชั้นตอนไหน  คือพี่แกบอกอยากแต่งงานแล้วอยากมีลูก เพราะตอนนี้ 28 ใกล้ 30 ปี แล้ว แก่แล้ว  คือแม่เรากับแม่เค้าก็เชียร์ขาดใจ   .........
 1. ถามว่าพี่เค้าเป็นคนดีมั้ย.....= ดี   
 2. ถามว่าหน้าที่การงานโอเคมั้ย... = ก็มั่นคงระดับนึง 3. ถามว่าครอบครัวเราเข้ากันได้มั้ย ....= ได้
4. ถามว่าเค้ารักเรามั้ย...เค้าบอกว่ารัก
5. ถามว่าเรารู้สึกยังไง
.........ไม่ได้รู้สึกรักพี่เค้าเลย
......... มันน่าเบื่อทุกครั้งที่ต้องตอบคำถามเดิมๆ
......... รู้สึกว่าชีวิตไม่มีสีสัน เวลาคุยกัน
6. หรือจะบอกพี่เค้าไปตรงๆเลยว่าไม่ได้ชอบ
7. แต่ถ้ารอให้เจอคนที่เรารักเขาแล้วเขารักเรา มันก็ไม่รู้จะมีวันนั้นมั้ย

..........ไม่รู้จะทำยังไงดี   ขอถามคนที่เคยเจอสถานการณ์นี้หน่อยค่ะว่าจัดการยังไง แล้วมีคำแนะนำอะไรสำหรับเรื่องนี้มั้ยคะ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
อย่าฝืนใจตัวเองเลยครับ ไม่ใช่คือไม่ใช่ ชีวิตเราทั้งชีวิต เราควรเลือกเองครับ ทั้งชีวิตเลยนะครับ การแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ไม่ใช่ใครก็ได้ ก็ฝืนคบไป สักวันก็ต้องเลิกกันอยู่ดี เผลอๆแม่ๆจะผิดใจกันสะอีก เพราะแต่ละคนคงเข้าข้างลูกตัวเอง ถ้าไม่ชอบก็อย่าฝืนเลยครับ ไลฟ์สไตล์ต่างกัน มันยากที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน แถมยังไม่มีพื้นฐานของความรักอีก มันจะอึดอัดมากๆ

ทางฝั่งนั้น แม่คงเชียร์มามาก ประกอบกับเขาไม่มีใคร ซื่อๆ จีบผู้หญิงไม่เป็น แม่คงกรอกหูมาตลอดด้วย อย่ากดดันตัวเองมากเกินไปครับ ทุกวันนี้คุณก็ทำหน้าที่ลูกได้ดีแล้ว แต่บางอย่างมันไม่ได้ ก็คือไม่ได้ครับ ไม่มีใครต้องเพอร์เฟคไปทุกอย่างหรอกครับ ได้แค่นี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว อย่าเครียดและกดดันตัวเองครับ ไม่อย่างงั้น ถ้าคุณฝืน คุณอาจเสียใจไปตลอด และถ้าแม่คุณรู้ว่าคุณทำเพื่อท่าน สุดท้ายต้องมาทนทุกข์เพราะท่าน ท่านคงเสียใจมากที่กดดันจนคุณล้มเหลวในชีวิตคู่ และทุกข์มากมายแบบนี้

เลือกคนที่เรารักและเขาก็รักเราครับ ชีวิตคู่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ไม่ใช่ใครก็ได้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่