วันนี้ ที่เราเข้ามาเขียนกระทู้เพราะอยากให้หลายคนเตรียมตัวและระวังตัวในการใช้รถสาธารณะ เพราะเหตุการณ์นี้ทำให้เราคิดได้ว่าสังคมปัจจุบันชาวบ้านอย่างเราทุกคนต้องพึ่งตัวเองดีที่สุด
เราขอเกริ่นก่อนว่าบ้านของเราอยู่ในหมู่บ้านที่ห่างจากถนนใหญ่2กม. เราไม่มีรถส่วนตัวจึงต้องพึ่งพามอเตอร์ไซต์รับจ้างเข้าออกหมู่บ้านเป็นแบบนี้มาสิบปีแล้ว จนไม่นานมานี้มีคนขับคนนึงพึ่งเข้ามา เขาเป็นคนปากเสียพูดจาไม่ดี มาถึงก็ว่าเราอีป้าบ้าง ไอ้อ้วนบ้าง และยังขับรถเร็วจนน่าหวาดเสียว เราก็พยายามหลีกคนๆนี้มาตลอดจน ไม่นานมานี้เราเรียกรถมอเตอร์ไซต์ซึ่งเป็นคิวของคนนี้พอดี คำแรกที่ทักทายเราคือ "ไงไอ้อ้วน" ซึ่งเราคิดว่ามันไม่ควรออกจากปากคนทำงานบริการด้วยซ้ำ แต่เราก็คิดว่าแค่สิบนาทีก็ถึงบ้านทนหน่อยแล้วกันเลยขึ้นรถเขาไป พอขึ้นรถไปได้ไม่นานเขาก็เห็นชาไข่ทุกที่เราถือมาด้วย เขาเอี้ยวจะมาหยิบแก้วของเราทั้งรถกำลังวิ่งอยู่ เราตกใจและตะโกนให้หันกลับไปขับต่อ ซึ่งเขาไม่หยุดแค่นี้ค่ะ เขาถามเรื่องส่วนตัวเราจนเริ่มรู้สึกอึดอัด มีคำถามนึงที่เขาถามมาว่า"ซื้อของกินมาขนาดนี้เอาตังเก็บไว้ไหน" ด้วยความที่เราตกใจและโมโหเราเลยเลยตอบไปว่า"ก็เก็บไว้ในกระเป๋าตังไง" เท่านั้น คนๆนั้นก็เริ่มขับเร็วขึ้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงท่าทางหาเรื่องบอกว่า "กวนเหรอ จะกวนเหรอ" ตอนนั้เรากลัวมากได้แต่เงียบเขาถามเรื่องส่วนตัวเราต่อเรื่อยๆเราก็ได้แค่ตอบให้น้อยที่สุดเพราะทำอะไรไม่ถูกจริงๆ สิบนาทีจนถึงที่บ้านบอกตรงๆเลยว่ามันยิ่งกว่าสิบชั่วโมง หลังจากนั้นเราเลยหาโอกาสบอกหัวหน้าวินที่นั่นให้รู้เพราะเรายังไม่อยากเอาเรื่องเขา แต่วันต่อมาตอนที่เรากำลังจะออกจากหมู่บ้านไปทำงานคนๆนั้นมองเราตามตลอดจนสุดทางแถมมองด้วยสายตาที่น่ากลัวมาก เราเลยตัดสินใจแจ้ง1584เล่าเหตุการณ์ทุกอย่าง แต่ข้อมูลของเรามีแค่ตำแหน่งของวินและหมายเลขเสื้อเท่านั้นซึ่งเราไม่ได้สังเกตุอะไรนอกจากนั้น และตอนนั้นป้ายข้อมูลหลังเสื้อวินเขาก็ไม่ได้ติดด้วย พอหลังจากแจ้งทุกอย่างเสร็จเราก็ไม่กล้าไปวินนั้นอีกเลย ต้องไปวินอีกหมู่บ้านที่ติดกับหมู่เราให้ไปส่งถึงบ้าน พอ7วันผ่านไปเราไปสอบถามความคืบหน้า เจ้าหน้าที่กลับบอกว่าเราไม่ได้แจ้งทะเบียนรถและชื่อคนขับเรื่องร้องเรียนเลยยุติ ต้องไปสืบหาเลขทะเบียนรถคันนั้นเองถึงจะเอาเรื่องได้ เรางงมากค่ะ ในเมื่อวินมอเตอร์ไซต์รับจ้างทุกคันต้องขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกและเสื้อวินเขาก็เป็นคนให้มา ทำไมสืบดูไม่ได้เหรอ แต่เราทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากเราต้องเสียเวลานั่งรถเลยไปหมู่บ้านข้างๆตั้งแต่นั้นมา
ที่เราเรื่องทั้งหมดมาแชร์เราไม่ต้องการหาเรื่องใครหรืออะไรนะคะ เราเพียงแต่อยากให้ทุกคนตั้งสติทุกครั้งเมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้ เพราะคนที่คิดว่าหวังจะพึ่งได้กลับเป็นเราต้องพึ่งพาตัวเองมากกว่า
ต้องอภัยด้วยค่ะถ้ามีคำผิดเพราะเราพิมพ์จากมือถือค่ะ
อุทธาหรณ์ ของวินมอเตอร์ไซต์
เราขอเกริ่นก่อนว่าบ้านของเราอยู่ในหมู่บ้านที่ห่างจากถนนใหญ่2กม. เราไม่มีรถส่วนตัวจึงต้องพึ่งพามอเตอร์ไซต์รับจ้างเข้าออกหมู่บ้านเป็นแบบนี้มาสิบปีแล้ว จนไม่นานมานี้มีคนขับคนนึงพึ่งเข้ามา เขาเป็นคนปากเสียพูดจาไม่ดี มาถึงก็ว่าเราอีป้าบ้าง ไอ้อ้วนบ้าง และยังขับรถเร็วจนน่าหวาดเสียว เราก็พยายามหลีกคนๆนี้มาตลอดจน ไม่นานมานี้เราเรียกรถมอเตอร์ไซต์ซึ่งเป็นคิวของคนนี้พอดี คำแรกที่ทักทายเราคือ "ไงไอ้อ้วน" ซึ่งเราคิดว่ามันไม่ควรออกจากปากคนทำงานบริการด้วยซ้ำ แต่เราก็คิดว่าแค่สิบนาทีก็ถึงบ้านทนหน่อยแล้วกันเลยขึ้นรถเขาไป พอขึ้นรถไปได้ไม่นานเขาก็เห็นชาไข่ทุกที่เราถือมาด้วย เขาเอี้ยวจะมาหยิบแก้วของเราทั้งรถกำลังวิ่งอยู่ เราตกใจและตะโกนให้หันกลับไปขับต่อ ซึ่งเขาไม่หยุดแค่นี้ค่ะ เขาถามเรื่องส่วนตัวเราจนเริ่มรู้สึกอึดอัด มีคำถามนึงที่เขาถามมาว่า"ซื้อของกินมาขนาดนี้เอาตังเก็บไว้ไหน" ด้วยความที่เราตกใจและโมโหเราเลยเลยตอบไปว่า"ก็เก็บไว้ในกระเป๋าตังไง" เท่านั้น คนๆนั้นก็เริ่มขับเร็วขึ้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงท่าทางหาเรื่องบอกว่า "กวนเหรอ จะกวนเหรอ" ตอนนั้เรากลัวมากได้แต่เงียบเขาถามเรื่องส่วนตัวเราต่อเรื่อยๆเราก็ได้แค่ตอบให้น้อยที่สุดเพราะทำอะไรไม่ถูกจริงๆ สิบนาทีจนถึงที่บ้านบอกตรงๆเลยว่ามันยิ่งกว่าสิบชั่วโมง หลังจากนั้นเราเลยหาโอกาสบอกหัวหน้าวินที่นั่นให้รู้เพราะเรายังไม่อยากเอาเรื่องเขา แต่วันต่อมาตอนที่เรากำลังจะออกจากหมู่บ้านไปทำงานคนๆนั้นมองเราตามตลอดจนสุดทางแถมมองด้วยสายตาที่น่ากลัวมาก เราเลยตัดสินใจแจ้ง1584เล่าเหตุการณ์ทุกอย่าง แต่ข้อมูลของเรามีแค่ตำแหน่งของวินและหมายเลขเสื้อเท่านั้นซึ่งเราไม่ได้สังเกตุอะไรนอกจากนั้น และตอนนั้นป้ายข้อมูลหลังเสื้อวินเขาก็ไม่ได้ติดด้วย พอหลังจากแจ้งทุกอย่างเสร็จเราก็ไม่กล้าไปวินนั้นอีกเลย ต้องไปวินอีกหมู่บ้านที่ติดกับหมู่เราให้ไปส่งถึงบ้าน พอ7วันผ่านไปเราไปสอบถามความคืบหน้า เจ้าหน้าที่กลับบอกว่าเราไม่ได้แจ้งทะเบียนรถและชื่อคนขับเรื่องร้องเรียนเลยยุติ ต้องไปสืบหาเลขทะเบียนรถคันนั้นเองถึงจะเอาเรื่องได้ เรางงมากค่ะ ในเมื่อวินมอเตอร์ไซต์รับจ้างทุกคันต้องขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกและเสื้อวินเขาก็เป็นคนให้มา ทำไมสืบดูไม่ได้เหรอ แต่เราทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากเราต้องเสียเวลานั่งรถเลยไปหมู่บ้านข้างๆตั้งแต่นั้นมา
ที่เราเรื่องทั้งหมดมาแชร์เราไม่ต้องการหาเรื่องใครหรืออะไรนะคะ เราเพียงแต่อยากให้ทุกคนตั้งสติทุกครั้งเมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้ เพราะคนที่คิดว่าหวังจะพึ่งได้กลับเป็นเราต้องพึ่งพาตัวเองมากกว่า
ต้องอภัยด้วยค่ะถ้ามีคำผิดเพราะเราพิมพ์จากมือถือค่ะ