อยากเป็นประชากรที่มีคุณภาพในระบอบประชาธิปไตย ทำไงดี

จริงๆ แอบเป็นกระทู้ระบายมากกว่า แต่ก็อยากฟังความเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกคนค่ะ

จากการเลือกตั้งครั้งนี้ เราเห็นความตื่นตัวของคนไทยในเรื่องการเมือง ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นไหน ฝ่ายไหน เห็นต่างกันอย่างไร
แต่มันน่าดีใจมากที่ทุกคนอยากเห็นประเทศพัฒนา อยากมีส่วนร่วม อยากช่วยตรวจสอบ มันเป็นเหมือนความหวังของเราเลยว่าพลังตรงนี้แหละที่จะทำให้ประเทศเราดีขึ้นได้

เราคิดว่าถ้าจะอยู่ในระบอบนี้ ประชาชนต้องแอคทีฟ ไม่ใช่ฝากความหวังไว้ที่ผู้นำ ต้องรู้ว่าตัวเองจะทำอะไรได้บ้างเมื่อเจอสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควรในประเทศ ต้องมีความรู้ มีวิจารณญาณ

แต่ตอนนี้สิ่งที่เราปวดหัวมากคือการอ่านข่าว 

สื่อมวลชนเป็นตัวแปรสำคัญมากๆ ที่จะทำให้คนได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ และใช้ข้อมูลตรงในการมาวิเคราะห์และตัดสินใจอย่างมีวิจารณญาณ
สารภาพว่าเพิ่งเริ่มจะพยายามอ่านข่าวในประเทศค่ะ ตอนเด็กๆลองอ่านหนังสือพิมพ์แล้วจิตตกมาก เจอแต่ข่าวอาชญากรรม การเมืองก็วนๆ อยู่ที่เดิม เลยเลิกอ่านไป ตอนนั้นอยู่มัธยม ตอนนี้ยี่สิบกว่าค่ะ เหนื่อยอยู่เหมือนกันที่ต้องนั่งหาว่าสำนักข่าวไหนเจ้าของเป็นใคร เชื่อถือได้มากแค่ไหน ใครเป็นใครในประเทศนี้ แต่ก็จะไม่ท้อค่ะ จะพยายามต่อไป อย่างน้อยผู้ใหญ่รอบตัวเราก็ติดตามข่าวสารมาตลอดชีวิต ทั้งข่าวในประเทศ ข่าวต่างประเทศ เค้าก็พอคุยกับเราได้

คิดเหมือนกันว่าเด็กๆ รุ่นใหม่ที่เค้าไม่มีผู้ใหญ่ที่น่าเชื่อถือให้คุยเรื่องนี้ด้วย เค้าจะเชื่ออะไร เค้าจะเชื่อตาม social network ไปหมดเลยรึเปล่า บางทียอดรีทวีตสูงๆ แต่เนื้อหาไม่ make sense งี้ก็มี ตรงนี้ก็เป็นห่วงอยู่

อยากให้คนรุ่นใหม่เติบโตมาแบบมี critical thinking มีวิจารณญาณ คิดแบบวิพากษ์ได้ ซึ่งเราเห็นศักยภาพของเด็กรุ่นใหม่มากๆ แต่เนื่องจากวัฒนธรรมและระบบการศึกษาในประเทศเรามันขาดตรงนี้ไปอย่างรุนแรงมาก เราไม่ได้สอนให้เด็กพยายามตั้งคำถาม พยายามแสดงความเห็น ผู้ใหญ่ไม่ได้เปิดใจรับฟังทุกอย่างโดยไม่ตำหนิ การสอนให้ 'เชื่อฟัง' ผู้ใหญ่เท่านั้น มันก็บ่อนทำลายทักษะด้านนี้ไปมากแล้ว อย่างประเทศที่เราเคยไปอยู่ สิ่งที่เด็กทุกคนต้องทำเป็นคือต้องรู้จักร้องเรียน เขียนจดหมายเรียกร้องสิทธิ การปล่อยสิ่งผิดให้เกิดขึ้นต่อไปโดยไม่ตักเตือน ถือว่าเรามีส่วนร่วมให้สิ่งไม่ดีดำเนินต่อไป เด็กออกมาเดินขบวนประท้วงเพื่อให้ผู้ใหญ่ฟังเค้า คนก็ชื่นชม

อ่านตรงนี้แล้วอย่าคิดว่าเราเขียนเพื่อตำหนิผู้ใหญ่นะคะ แต่อยากบอกคนรุ่นใหม่ที่กำลังจะโตเป็นผู้ใหญ่มากกว่า ว่าอย่าโตไปเป็นผู้ใหญ่แบบที่เราไม่ชอบเพียงเพราะอายุทำให้เรากลายเป็นฝ่ายได้เปรียบในระบบอาวุโส

อย่างเรื่องการเมืองสองฝั่งในตอนนี้ คนสองรุ่นยังคุยกันไม่ได้เลย ยังเอาแต่ว่าฝั่งนั้นเป็นแบบนี้น ฝั่งนี้เป็นแบนนั้น ดูถูกกันไปมา ใช้อารมณ์ อยากเป็นฝ่ายที่ถูก อยากเป็นฝ่ายเหนือกว่า ทั้งที่ความจริงไม่มีใครบอกได้หรอกว่าอีกสี่ปีถัดไปจะเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้เราทำได้แค่พยายามให้การเลือกตั้งโปร่งใสที่สุดไม่ใช่เหรอ

กลับมาที่เรื่องอ่านข่าวก่อน

เราเคยไปอาศัยอยู่กับญาติที่ประเทศหนึ่งในยุโรป เค้าชอบบ่นว่าสื่อในไทยไม่เสรี ไม่เป็นกลาง ที่ประเทศเค้าสื่อไม่รับเงินจากสปอนเซอร์ ประชาชนเป็นคนจ่ายเงินรายเดือนให้สำนักข่าว สำนักข่าวแข็งแกร่งมาก ทำเพื่อประชาชน เป็นตัวสำคัญในการตรวจสอบทุกฝ่าย

บางทีเราอ่านๆ ข่าวในไทยไปเจอว่า อ้าว สำนักข่าวนี้รับเงินจากองค์กรนี้ แต่หาต่อไปก็ไม่เจอว่า ทำไมองค์กรนี้ต้องให้เงิน รับไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ความเชื่อมโยงคืออะไร รู้สึกว่ากูเกิ้ลประเทศไทยหาอะไรเจอน้อยมากเลยนะ เมื่อเทียบกับเวลาเราเสิร์ชด้วยภาษาอื่น พอเป็นแบบนี้จะทำไงดีคะ?

ความโชคดีคือมี social network มาช่วยเชื่อมเด็กรุ่นใหม่กับข่าวสารและข้อมูลทั้งหลาย หวังว่ากระทู้นี้จะมีคนอ่านบ้าง หวังว่าทุกคนจะไม่หยุดไฟในตัวไว้แค่ตรงนี้ จะติดตามเรื่องการเมืองกันต่อไปจนเป็นนิสัย เราเห็นบางคนรุ่นเราก็ไม่ได้สนใจการเมือง ข่าวสารบ้านเมือง สนใจแต่เรื่องของตัวเอง แบบนี้มันก็ไม่ถูกต้องนะ เราเป็นคนนึงที่สนใจเรื่องพวกนี้มาก ก็มีหลายคนที่ชอบฟังเวลาเราคุยถึงเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เราก็พยายามอ่านแล้วย่อยมาเล่าต่อ ถือว่าทำให้คนรอบข้างได้มีความรู้มากขึ้น

รู้แหละว่าเรื่องพวกนี้มันย่อยยาก เข้าใจยาก ยากนะที่จะทำให้คนเห็นเรื่องพวกนี้น่าสนใจ ทำไงดีคนถึงจะอยากมีความรู้กันมากขึ้น ไม่อยากให้คนดูถูกว่าเพราะคนไทยโง่ ประเทศไทยถึงไม่เจริญ หรือคำพูดทำนองว่า คนรวยๆ ชนชั้นบนไม่อยากให้คนชนชั้นอื่นฉลาดหรอก เพราะความเท่าเทียมกันมันทำให้เค้าสูญเสียความเป็นอภิสิทธิ์ชน ฟังดูโหดร้ายมากๆ

อย่างละครทีวีงี้ ไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่ผู้จัดจะกล้าทำละคร 'นำสงคม' มากกว่า 'สะท้อน' สังคม โดยลืมไปว่าการสะท้อนอะไรแย่ๆ ก็เป็นส่วนนึงทำให้คนชินชา ทำให้เรื่องไม่ดีกลายเป็นสิ่งปกติ จากที่เด็กๆ อาจจะไม่ได้คิดว่ามันปกติ แต่ดูๆ ไป ก็รู้สึกว่าปกติงี้

รู้สึกขอบคุณรายการทีวีและบทความดีๆ มากเวลาเราไปเจอ ใครที่ทำงานด้านนี้อยู่และกำลังพยายามเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศ เราขอบคุณมากๆ จากใจจริงค่ะ

คนในวงการหนังสือก็เช่นกัน รู้สึกว่าคนที่ทำหนังสือคุณภาพน่าจะอยู่ยาก สำนักพิมพ์เล็กๆ ร้านหนังสือเล็กๆงี้ นับถือใจ ไม่มีรัฐบาลไหนที่เห็นความสำคัญของวงการหนังสืออย่างแท้จริง ทำโครงการรักการอ่านกลวงๆ งานหนังสือที่ทำลายระบบหนังสือมากกว่าเสริมสร้างการอ่าน ถ้ามีรัฐบาลใหม่แล้วก็อยากจะช่วยผลักดันกฏหมายควบคุมราคาหนังสือเหมือนกัน เรื่องนี้สำคัญมากแต่หาอ่านเป็นภาษาไทยไม่เจอด้วยซ้ำ (http://www.iedm.org/files/note0213_en.pdf)

มีหลายเรื่องมากที่อยากจะพูด แต่ก็ไม่รู้จะมีใครมาอ่านมั้ย ใครหลงเข้ามาอ่านและยังอ่านมาถึงตอนนี้ เราขอบคุณนะคะ

อยากให้กำลังใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง แต่มันคือก้าวใหญ่นะที่ทำให้ทุกคนมีความหวัง
เพราะได้เห็นความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาประเทศของผู้คน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่

ที่สำคัญคือ อยากให้มองที่เจตนานะคะเวลาคุยกัน อย่าใส่อารมณ์เพราะแค่เค้าเห็นต่าง เค้าเชื่อในสิ่งที่เรารับไม่ได้
การสื่อสารพัง ทุกอย่างจบ ไม่เกิดการเรียนรู้ ไม่เกิดการแลกเปลี่ยน แทนที่จะเข้าใจกันก็มาทะเลาะกันแทน 
แทนที่จะรักกันก็เกลียดกัน ฝ่ายนั้นร้อนมาเราร้อนกลับงี้ มันก็จบ เปิดใจทำความเข้าใจอีกฝ่ายก่อนไม่เสียหายนะคะ
แม้เค้าจะไม่เปิดใจตอบกลับมา แต่ความสัมพันธ์คนในบ้านไม่ควรพังเพราะเรื่องนี้

พูดคุยกันได้แม้เห็นต่าง ประชาธิปไตยเริ่มจากใจของเรานะคะ

ปล. ใครใจดีช่วยให้ข้อมูลเรื่องสำนักข่าวต่างๆ ในไทยได้มั้ยคะ อันไหนเป็นของใคร เน้นเนื้อหาอะไร
มีเยอะจนจำไม่ไหว กูเกิ้ลก็ไม่เจอ สับสนอาจจะเพราะไม่ค่อยได้ดูทีวีด้วย
หรือสำนักข่าวออนไลน์เดี๋ยวนี้ก็เยอะมากเลยค่ะ แต่ไม่ค่อยเห็นกระทู้วิพากษ์วิจารณ์/พูดถึงสำนักข่าวกันเท่าไหร่เลย
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่