ผมมีเพื่อนคนนึงรู้จักกันตั้งแต่สมัยม.ปลาย(ขอเรียกว่า "เอ") ปกติเอเป็นคนเงียบๆแต่ก็ไม่ถึงขนาดเก็บตัวหรือโลกส่วนตัวสูงแต่อย่างใด ตอนเรียนม.ปลายก็เป็นปกติเรียนๆเล่นๆโดดเรียนบ้างเข้าเรียนบ้างส่งงานบ้างไม่ส่งงานบ้าง ก็ถือว่าเป็นคนที่เรียนระดับกลางไม่ได้แย่ขนาดเป็นที่ท้ายๆของห้อง เรื่องความรักเอมีผู้หญิงที่แอบชอบคนนึงเรียนอยู่ในห้องเดียวกันแต่ว่าผู้หญิงไม่ได้ชอบเอแต่มันก็ไม่ได้อะไรมากมายกับผู้หญิงคนนั้นเพราะมันก็รู้ว่ามันไม่มีหวัง
เรื่องสังคมของเอมันก็เหมือนคนปกติทั่วไปมีเพื่อนอยู่กับเพื่อนเป็นกลุ่มๆ(มันอยู่กลุ่มผมนั่นแหละ) กับพวกผมมันก็เป็นเพื่อนที่ดีคนนึงนะ แต่กับคนอื่นเท่าที่รู้มา เอชอบไปเป็นที่ปรึกษาให้กับแฟนจนเกิดปัญหามาหลายครั้ง(ผมก็เคยมีปัญหากับเอเพราะความหวังดีของมัน) ยกตัวอย่างเคสของผมแล้วกัน แบบว่าผมทะเลาะกับแฟนแล้วมันก็ไปให้คำปรึกษาแฟนผม ใช่การให้คำปรึกษาเป็นสิ่งที่ดีแต่เอมันใช้คำพูดไม่ถูกต้อง เช่น "ผมนิสัยดีนะแต่ผมเจ้าชู้นะ" คืออารรมณ์หวังดีแต่บางอย่างเรื่องมันควรรรู้เฉพาะเพื่อน(ผู้ชาย)หรือป่าว ผมก็ไม่ได้คิดไรนะเพราะเรื่องผู้หญิงผมแก้ได้เสมอ55555(เน้นแถ) แต่กับเพื่อนคนอื่นๆที่มันไปทำนิสัยแบบนี้ใส่ก็ไม่มีใครพอใจหรอกครับมันก็เลยถูกเพื่อนส่วนใหญ่แบนเพราะการเป็นที่ปรึกษาแฟนเพื่อนดีเด่นของมัน
ชีวิตม.ปลายส่วนมากมันก็วนลูปอยุ่แบบนี้ตั้งแต่ ม4-ม5
จนมาถึง ม6 เอมันก็เริ่มเปลี่ยน จากที่มันเรียนบ้างโดดบ้างกลายเป็นว่าโดดเยอะกว่าเรียน งานก็ไม่ค่อยส่ง เวลาเรียนก็ไม่ค่อยสนใจ เหมือนมันคิดอะไรตลอดเวลา จนใกล้จบมันเกือบแก้ศูนย์ไม่ทันเพราะเหลืออีกหลายวิชาแต่อีกไม่ถึงอาทิตย์ก็จะส่งผลการเรียนเพื่อนทำเรื่องจบการศึกษา แต่สุดท้ายเพื่อนๆมันก็แก้ศูนย์จนเสร็จก่อนวันรับใบจบแค่1วัน(สรุปแล้วเอก็เรียนจบพร้อมเพื่อน) มาถึงวันปัจฉิมนิเทศทุกคนมากินเลี้ยงมาถ่ายรูปกันก่อนจบแต่เอก็ไม่มาแต่ไปอยู่ร้านเกม(ผมก็งงนะไม่รู้ตอนนั้นมันคิดอะไร วันสุดท้ายที่เพื่อนม.ปลายจะได้อยู่พร้อมหน้ากันแต่มันดันไม่มา)
หลังจากนั้นเพื่อนม.ปลายทุกคนก็แยกย้ายกันไปเรียนตามมหาลัยต่างๆ เอก็เรียนมหาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ช่วงแรกปีหนึ่งก็ได้ข่าวว่ามันก็ไปเรียนปกติแต่พอปลายๆปีหนึ่งเอก็ทำตัวเหมือนตอนม.ปลาย ไม่สนใจเรียน หมกตัวร้านเกมเล่นเกมจนไม่ทันรถกลับบ้านเที่ยวสุดท้ายบางวันก็นอนร้านเกมเลย เป็นอย่างนี้พักใหญ่จนสุดท้ายเอก็ออกจากมาลัยมาอยู่บ้าน
------------------------------เวลา 5 ปีผ่านไป ผมเรียนจบมหาลัยก็กลับมาหางานทำที่บ้าน ก็ได้ข่าวว่าเอเป็นโรคซึมเศร้า------------------------------------
พอผมหางานเสร็จเคลียร์เรื่องชีววิตหลังเรียนจบลงตัว ผมก็ได้ติดต่อไปหาเอสอบถามว่าเป็นไงบ้าง ช่วงแรกๆก็คุยกันปกติถามสารทุกข์สุขดิบ มันก็บอกผมเองว่ามัน"เป็นโรคซึมเศร้าไปไหนไม่ได้ร่างกายอ่อนแรง นอนพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน" ผมได้ฟังแบบนั้นผมก็อยากช่วยเพื่อนให้หาย โดยการทักไปคุยเล่นบ้างเวลาผมว่างคุยเป็นระยะเวลานึง ผมก็เริ่มเข้าถึงความคิดของเอ(ผมก็ขี้

ประมาณนึงแหละ คือ อยากรู้สาเหตุว่าอะไรที่ทำให้เอมันถึงปล่อยให้ตัวเองเป็นแบบนี้) วันนึงผมเลยถามเอไปตรงๆว่า ทำไมถึงเป็นแบบนี้วะ?มีเรื่องอะไรในใจป่าววะ เอตอบผมมาว่าหลายเรื่องหนึ่งในนั้นมีเรื่องเพื่อนม.ปลายผมฟังแล้วก็อึ้ง คือ
แบบจะมีคนๆนึงยอมให้เรื่องราวเมื่อ5ปีที่แล้วกัดกินชีวิตตัวเองได้ขนาดนี้เลยหรอ พอผมได้ฟังคำตอบผมก็เข้าใจล่ะว่าผมช่วยเอไม่ได้หรอกเพราะเรื่องเพื่อนผมเคยพูดกับเอหลายรอบละว่าให้ปล่อยๆมันไปจะคิดอะไรเยอะแยะเรื่องตั้งแต่ม.ปลาย ผมพูดกับเอว่า"ดูอย่างเพื่อนอีกคนในห้องสิ่มันก็ถูกเพื่อนแบนเหมือนแต่ทำทุกวันนี้ชีวิตมันดีขึ้นได้มีการมีงานทำจนเพื่อนกลับมาคบกับมันอีกครั้ง ลองทำชีวิตให้ดีขึ้นสิเผื่ออะไรมันจะดีขึ้น" แต่เอตอบกลับผมมาว่าก็ใช่สิเพราะเพื่อนคนที่ถูกแบนมันเป็นทหารไง" สรุปแล้วคือเอยังวนเวียนอยู่ในวังวนชีวิตที่ล้มเหลวของตนเอง ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตนเองเพราะคิดว่าคนอื่นเข้าใจเอผิดแต่เอก็ไม่คิดที่จะแก้ไขอะไรใดๆ
ปล. ทุกวันนี้เอก็ยังอยู่บ้าน ดูบอล เที่ยว ไม่ทำงานทั้งๆที่เพื่อนเคยหางานในโรงเรียนเก่าให้ทำแต่เอก็ไม่ทำ
อยากให้เพื่อนหายจากโรคซึมเศร้า