สาเหตุที่เราเลิกกัน

นึกเรื่องราวที่ไม่ค่อยดีกับตัวเองออกเรื่องหนึ่งที่คิดว่าน่าจะเอามาเล่าให้ฟังกันเป็นเรื่องเตือนใจตัวผมเองดีกว่ามาถึงตรงนี้ผมขอถามสั้นๆ

ว่าเคยทะเลาะกับแฟนกันไหมครับผมให้เวลาคิดนิดหน่อยก่อนที่จะอ่านต่อกัน

 

อ่ะ

มาถึงตรงนี้ทุกคนคงมีคำตอบใจใจแล้วว่าเคยทะเลาะกับแฟนมาบ้างไหมจะมากจะน้อยก็คงจะต้องเคยกันบ้างจะหนักหน่วงเหมือนโดนชก

จะจุกอกเหมือนโดนอะไรมาตีแรงๆ จะทำให้ความรักสั่นคลอนไหมก็คงจะอยู่ที่เรื่องราวของแต่ละคนกันไปแต่ตรงนี้ผมมีเรื่องเล่าที่ทำให้ผมต้องเลิกกับแฟนคนหนึ่งที่เรียกได้ว่ารักมากไปเลยผมลืมเรื่องนี้และผ่านความรักครั้งนั้นมาได้แบบสะบักสะบอมและแอบคิดว่าทำไมเธอต้องเลิกกับผมแบบนั้นด้วยและสิ่งที่ทำให้ผมคิดถึงเรื่องนั้นออกเพราะว่าผมได้เจอกับเธออีกครั้งนั่นแหละแต่ผมไม่เคยนึกถึงความผิดของผมได้เลยตอนนั้น

     วันนั้นผมไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นและเป็นวันที่ต้องเดินทางกลับผมกับพี่สาวตัดสินใจเดินทางไปสนามบินเร็วเพราะกลัวว่าจะมีเหตุอะไรที่ทำให้ไม่ทันไฟท์กลับระหว่างที่แบกของพะรุงพะลังกระเป๋าสามใบกับคนสองคนเดินไปจุดขึ้นรถลีโม่บัสระหว่าที่ขึ้นบันไดเลื่อนหางตาผมก็เหลือบไปเห็นคนๆ
หนึ่งที่คุ้นมากๆจนหันไปมองและเธอคนนั้นก็อาจจะคิดเหมือนผมเราหันไปสบตากันในขณะที่ผมขึ้นบันไดเลื่อนมาข้างบนและเธอกำลังลงไปข้างล่างผมได้เจอกับเธออีกครั้งในที่ๆไม่คิดว่าจะได้เจอคนไทยง่ายๆ ด้วยซ้ำและระหว่าที่ผมมองเธอตาผมก็หันไปมองคนข้างๆเธอมองผมและก็หันไปมองข้างๆ ผมเลยบอกไปว่าพี่สาวและยิ้มให้เธอยิ้มกลับมาแล้วเราก็มองตากันอีกพักหนึ่งจนเธอโดนคนข้างๆเรียกทำให้ผมรู้ว่านั่นคือแฟนเธอและเธอก็หันมายิ้มให้ผมก่อนจะเดินไปกับคนข้างๆคนนั้นพี่สาวผมถามว่ามีอะไรผมบอกว่าได้เจอกับแฟนเก่าและตอนนั้นผมคิดง่ายๆว่ามันคือ เรื่องตลกเล็กๆ สำหรับผมในตอนนั้นเพราะผมเชื่อว่าเรื่องเศร้าแค่ไหนก็ตามในวันที่เรายิ้มให้กับมันได้นั่นคือเราสามารถผ่านเรื่องนั้นมาได้ด้วยดีแล้วและมันก็ผ่านมาจนถึงวันนี้ที่ผมคิดเรื่องนี้ได้อีกครั้งและก็คิดว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เราเลิกกัน

     วันนั้นเป็นวันปกติที่ผมจะไปหาที่ๆเธอทำงานและนั่งรถเธอไปส่งที่บ้านใช่ครับอ่านกันไม่ผิดหรอกผมนั่งรถที่เธอเป็นคนขับเพราะผมไม่มีรถไปส่งเธอที่บ้านก่อนผมจะนั่นแท๊กซี่กลับมาห้องพักเพื่อทำงานในวันถัดไประหว่าที่นั่งรถอยู่ด้วยกันเธอก็จอดรถข้างทาง

“ทีเอ็มมีอะไรจะให้”

พร้อมกับหยิบรูปขึ้นมาขุดหนึ่งที่อยู่ตรงที่พักแขนผมก็รับมาแล้วเปิดดูเป็นรูปเธอกับแฟนคนก่อนไปเที่ยวกันผมก็รับมาแล้วก็ถามว่ามีอะไรรึเปล่าให้มาทำไมส่วนตัวตอนนั้นผมรับได้กับสถานการณ์ที่เจอได้ทุกอย่างเพราะเอ็มบอกแล้วว่าตอนนี้ที่คบกับผมก็ยังลืมแฟนเก่าไม่ได้แต่ผมก็เป็นคนบอกเองว่าไม่เป็นไรเราจะผ่านมันไปด้วยกันแต่ผมก็ยังส่งสัยว่าเธอให้มาทำไม “เอ็มให้ทีนะทีจะเอาไปทำอะไรก็ได้” ผมก็คิดว่าไม่เป็นไรชอบเก็บรูปอยู่แล้วเดี๋ยวค่อยแยกรูปไว้ก็ได้แล้วก็นั่งคุยกันบนรถข้างทางนั่นแหละเพราะว่าเธอยังไม่อยากเข้าบ้านและมันก็สามทุ่มกว่าๆแล้วแถวนั้นก็ไม่มีที่ให้ไปไหนระหว่างผมกับเอ็มเราจะใช้ชีวิตกันบนรถซะมากกว่าทะเลาะกันคุยกัน จีบกันก็อยู่กันบนรถนี่แหละแล้วเอ็มก็เริ่มพูดเรื่องแฟนเก่าขั้นมาว่ายังลืมไม่ได้ยังรู้สึกผิดกับแฟนเก่าอยู่ตอนแรกๆ
ผมก็บอกว่าไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นอะไรจนกระทั่งเอ็มหันมาถามกับผมว่า “ทีเรื่องระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้หรอก” วินาทีนั้นยอมรับครับว่าสติแตกมากโมโหโกรธจนน้ำตาไหลผมเองก็เริ่มเสียงดังขึ้นเถียงกันดังมากลั่นรถเพลงที่เปิดก็ไม่ได้ยืนเอ็มก็เริ่มร้องไห้ตอนนั้นผมก็ไม่ได้ฟังเอ็มมากเท่าที่เคยทำมาก่อนไม่ได้คิดถึงอะไรเลยจนรู้ตัวว่าตัวเองเริ่มโมโหมากเลยเปิดประตูรถลงมาเพื่อสงบสติอารมณ์ก่อนที่จะเสียงดังใส่เอ็มไปมากกว่านี้ผมไม่แน่ใจว่าผมใช้เวลาสงบสติตัวเองนอกรถเท่าไรสำหรับผมผมคิดว่าไม่นานมากนักแต่พอขึ้นรถไปเอ็มก็ร้องไห้ผมเอามือไปลูบหัวเธอแล้วค่อยๆโน้มตัวไปกอดเอ็มแต่เอ็มก็ยังสะอื้นอยู่ผมได้ยินเสียงเธอกัดฟันก่อนสูดลมหายใจเข้าไปแล้วบอกกับผมสั้นๆว่า ”ทีเราเลิกกันเถอะ” วินาทีนั้นผมสติหลุดลอยทันทีที่ได้ยินผมจำไม่ได้ว่าพูดกับเอ็มต่อด้วยเสียงไหนแต่ในหัวมันโล่งไปหมดเหมือนฟ้าหมุนบ้านเหวี่ยงหัวใจเหมือนหยุดเต้นเหงื่อออกมือหูอื้อมีแต่เสียงเอ็มที่ดังก้องๆมาเป็นระยะๆ พร้อมกับคำที่ผมจำได้ว่าผมพูดออกไปคือ “ทำไม ไม่เลิกได้ไหมทีรักเอ็มนะ”แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เอ็มเปลี่ยนการตัดสินใจได้เลยผมร้องไห้ในขณะที่เอ็มออกรถไปตรงกลับบ้านระยะเวลาไม่กี่กิโลเหมือนนานเป็นปีแต่มันไม่ใช่ความสุขหมือนทุกวันที่เรานั่งรถมาด้วยกันเป็นเป็นความเงียบงันมากกว่าที่เราเคยได้เจอเอ็มจอดส่งผมผมลงเอ็มบอกว่ากลับดีๆนะถึงบ้านแล้วบอกด้วยก่อนเธอจะขับรถเข้าหมู่บ้านไปพอผมถึงบ้านผมก็โทรหาเธอแต่เธอไม่รับเธอส่งว๊อทแอปมาว่าถึงบ้านแล้วเหรอผมก็ตอบไปว่าถึงแล้วผมบอกรักเอ็มอีกครั้งผ่านตัวอักษรก่อนจะบอกให้เธอนอนหลับฝันดีและหลังจากวันนั้นผมกับเอ็มก็ห่างกันโดยสิ้นเชิง

            ตอนนั้นผมคิดว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้เราทำให้อะไรเอ็มเยอะมากเรารักมากนะแค่เราลงจากรถแค่นี้มันผิดมากเลยรึไงกันมันต้องไม่ใช่แบบนี้เอ็มทำเราเจ็บแบบนี้ได้ยังไงตอนนั้นผมเฮิร์ทมากขายกล้องที่ตัวเองใช้ทำงานกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดซึมอยู่ประมาณสามเดือนคำที่เค้าบอกว่ายกกล้องขึ้นมาแล้วเห็นเป็นหน้าคนรักนี่มันจริงนะครับรู้ได้ก็วันที่เจอมาเองกับตัวนี่แหละขับรถไปตรงไหนก็เห็นเป็นทางที่เคยเดินไปกับคนที่เรารักน้ำตาไหลทุกทีที่เจออะไรที่เราเคยทำด้วยกันพร้อมกับคำถามว่าทำไมและโดยที่ไม่รู้ตัวผมทำให้เอ็มเป็นคนที่ผิดในสายตาผมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วผมหาเหตุผลดีๆ ที่จะมาบอกว่าผมได้อะไรจากเอ็มบ้าง เช่นปกติผมเป็นคนไม่จำทางเลยแต่ตอนคบกับเอ็มผมต้องมานั่งดูแผนที่เพราะเธอหลงบ่อยมากและไม่ให้ผมขับรถเธอเด็จขาดผมได้ฝึกคำนวณทุกวันเพราะก่อนที่ผมกับเอ็มจะได้คุยกันก่อนนอนเอ็มจะทำบัญชีรายรับรายจ่ายและผมมีหน้าที่จำรายการระหว่างวันให้เธอผมได้เรียนรู้ที่จะรับผิดชอบตัวเองมากขึ้นเพราะว่าผมต้องไม่ให้เอ็มขายหน้าเพื่อนของเอ็มเพราะผมเป็นช่างภาพที่รายได้ไม่ได้สูงมากนัก ผมเองก็คิดว่าผมทำให้เอ็มมาเยอะมากถึงเราเลิกกันก็ไม่เป็นไรเพราะเราทำเต็มที่แล้วในตอนที่เราคบกันแม้จะเลิกกันได้ไม่ดีมากนักแต่ผมก็ให้ความรักเอ็มเหมือนที่ผมให้กับครอบครัววันนั้นผมคิดแบบนั้นจริงๆ

            และวันนี้เวลานี้ปัจจุบันนี้ผ่านจากวันที่ผมได้เจอเธอที่ญี่ปุ่นมาสามปีกว่าๆผมเพิ่งรู้ว่าทำไมเอ็มเลิกกับผมและผมเข้าใจอะไรผิดไปบ้างในการที่ผมต้องเลิกกับเธอผมสัญญากับเอ็มไว้ว่าผมจะไม่ทิ้งเอ็มนะไม่ว่าเอ็มจะเจอเรื่องลำบากอะไรแค่ไหนก็ตามเราจะมาสู้ไปด้วยกันแล้วเธอก็หัวเราะแล้วบอกว่าทีทำไม่ได้หรอกผมมองหน้าเธอและบอกไปว่าแล้วทีจะทำให้ดูและวันนั้นวันที่ผมเดินลงมาจากรถในวันนั้นผมทิ้งเอ็มมือผมหนักขึ้นทันทีแม้กระทั่งตอนพิมพ์เรื่องนี้ผมลืมคำสัญญาที่ผมให้ไว้กับเอ็มด้วยตัวของผมเองว่าจะไม่ทิ้งเธอคนที่ผมรักไปแล้วพูดทุกวันทุกเวลาที่อยากโรแมนติกพูดเพื่อจับผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่มีประสบการณ์แย่ๆ เรื่องความรักและการใช้ชีวิตที่มีแต่ความกดดันตลอดเวลาและมันเป็นคำสัญญาแรกที่ผมให้กับเธอคนนี้ว่าผมจะไม่ทิ้งเธอเรื่องรามของชีวิตผู้หญิงตัวเล็กคนนี้ที่ต้องสู้ชีวิตมาอย่างยาวนานทั้งปัญหาครอบครัวและเธอต้องการความรักมากๆผมที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่มากพอที่จะรับเรื่องนี้ได้และจะเป็นอีกคนที่จะเข้าใจเธอกลับเป็นคนที่ลืมเรื่องแรกๆที่รับปากไปเองทั้งๆ ที่มาคิดดีๆตอนนี้เรื่องรูปที่เอ็มเก็บไว้ติดตัวเธอก็เป็นคนให้ผมเอาไปจัดการเรื่องที่เธอยังลืมแฟนเก่าไม่ได้ผมเองก็เป็นคนที่ออกปากเองว่าจะทำความเข้าใจและรับให้ได้เรื่องครอบครัว เรื่องภาระที่ต้องรับผิดชอบ ตอนนั้น
วันนั้นเอ็มได้ให้ผมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเธอแล้วแต่ผมคิดง่ายไปกับเรื่องของคำว่าความเข้าใจและตีค่าตัวเองสูงมากไปจนไม่เข้าใจสิ่งที่เอ็มบอกเลยซักนิดเอาความน้อยใจมาใส่ตัวเองแล้วทิ้งเอ็มผู้หญิงตัวเล็กๆที่ต่อสู้กับความรู้สึกที่แย่ๆทั้งหมดเล่าทุกอย่างให้ผมฟังในวันนั้นด้วยการเดินลงจากรถไปผมคิดว่าผมลงไปไม่นานมากนักแต่สำหรับเอ็มมันคงเป็นช่วงเลาที่นานมากที่จะต้องอยู่กับความรู้สึกแบบไหนไม่รู้ที่คนที่รับปากว่าจะรับทุกอย่างไว้เดินหายไปและทิ้งให้เธออยู่กับความเงียบผมไม่เคยมองถึงเรื่องนี้เลยจนกระทั่งวันนี้เป็นปีที่ผมอายุเท่ากับเธอในตอนนั้นผมทะนงตัวเองมากไปจริงๆ

           มาถึงส่วนสุดท้ายคือสิ่งที่ผมอยากจะพูดจริงๆผมดีใจนะที่วันนั้นได้เจอเอ็มถึงผมจะเป็นฟายเผือกที่ไม่เข้าใจผู้หญิงมานานแต่วันที่ผมได้เจอกับเอ็มที่ญี่ปุ่นมันเป็นเวลาที่ไม่ถึงนาทีที่เราได้พูดกันด้วยคำสั้นๆที่ไร้เสียงและยิ้มให้กันอีกนิดหน่อยทำให้ผมรู้ว่าผมไม่ได้เลิกรักเอ็มเลยและที่ผมผ่านมันมาได้ไม่ใช่ว่าผมไม่เสียใจที่เสียเอ็มไปแต่ผมผ่านมันมาได้เพราะว่าผมรักเอ็มนั่นแหละผมยิ้มให้เอ็มเอ็มยิ้มให้ผมเราผงกหัวให้กันนิดหนึ่งก่อนที่เธอจะคล้องแขนคนข้างๆแล้วเดินไปด้วยกันทำให้ผมคิดว่าเธอเองก็มีความสุขแล้วฝากถึงคนที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ว่าถ้าเราทะเลาะกับคนที่เรารักให้เราใช้สติคิดถึงความรักที่เรามีให้กันก่อนและค่อยๆคุยกันนะครับผมเคยคิดว่าการเดินออกไปจากตรงนั้นน่าจะดีว่า การพูดคุยตรงๆ เลยดีกว่าการหักไปเลยดีกว่า แต่จริงๆ แล้วมันคือถ้าเราเข้าใจกันมันคงดีกว่าคนแต่ละคนไม่เหมือนกันเราไม่สามารถใช้วิธีเดียวกันในการแก้ปัญหาได้ทุกครั้งแต่เราใช้ความเข้าใจค่อยๆแก้ปัญหาได้ครับเรื่องของผมมันอาจไม่สนุก ไม่ได้มีอะไรเยอะแยะมากมายและอาจพิมพ์ผิดในหลายๆ ที่ อาจใช้คำเยอะไป ใช้ไม่ถูกก็ต้องขออภัยมา ณตรงนี้ด้วยนะครับ

                                                       “ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ และขอให้หลับฝันดีแม้วันที่เราไม่ได้เจอกันนะครับ”

                                                                                             ...เพราะมีรัก...

 
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่