..." พปชร.ฉะ "เพื่อไทย"ฉวยโอกาสชิงความชอบธรรม คิดเอาเองได้เสียงครบแล้ว
จี้หยุดอ้างเป็นฝ่ายประชาธิปไตยดูถูกคนอื่น(อ่านคำต่อคำ) "...
หน.พลังประชารัฐ ระบุกำลังหารือพรรคอื่นจัดตั้งรัฐบาล แต่คะแนนยังไม่นิ่ง กกต. บอกยังไม่ถึงเวลา อย่ามาพูดว่ารวมเสียงได้เท่าไหร่ ชี้เข้าใจไปเอง แต่จะแสดงออกว่าพยายามจัดตั้งรัฐบาลทำได้ ด้านเลขาฯ พรรค อัดแค่ฉวยโอกาส ซัด “พรรคเพื่อไทย” อ้าง “ฝ่ายประชาธิปไตย” ดูถูกคนอื่น เอาแต่ได้ สร้างความแตกแยก วอนหยุดวาทกรรม
วันนี้ (27 มี.ค.) นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แถลงข่าวถึงความชัดเจนเรื่องการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล หลังพรรคเพื่อไทย นำโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่คาดว่าไม่ได้รับเลือกให้เป็น ส.ส. ตามระบบจัดสรรปันส่วนผสม และผู้เสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ร่วมกับ พรรคอนาคตใหม่, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคประชาชาติ, พรรคเพื่อชาติ และ พรรคพลังปวงชนไทย ได้ลงนามในสัตยาบันร่วมหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และจัดตั้งรัฐบาล
นายอุตตม กล่าวว่า ขณะนี้พรรคพลังประชารัฐอยู่ระหว่างหารือกับพรรคการเมืองอื่นๆ ทั้งพรรคใหญ่และพรรคเล็ก ในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมีจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องคะแนนเสียง ขณะนี้ยังไม่เป็นที่ยุติ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็แถลงไปแล้วว่ายังไม่ถึงเวลา เพราะฉะนั้นจึงดำเนินการหารือ เชื่อว่ายังมีเวลาที่จะดำเนินการให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด และคาดหวังว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นไปด้วยความราบรื่น
“วันนี้ไม่มีกลุ่มไหน ซีกไหนที่พูดได้จริงจังว่ารวมเสียงได้เท่าไร เพราะ กกต. ยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการ ฉะนั้นอย่ามาพูดว่าได้เสียงเท่าไรแล้วอะไรอย่างไร จะพูดก็พูดได้ แต่ก็เป็นการเข้าใจของตัวเอง ไม่ใช่อะไรที่เป็นทางการ ขณะนี้ยังไม่มีใครที่จะสามารถรวมเสียงที่เป็นทางการได้ทั้งนั้น เพราะกระบวนการยังไม่เสร็จ ก็พูดไปได้ว่าเสียงเท่าไร แสดงเจตจำนง เจตนารมณ์ที่จะร่วมกันพยายามจัดตั้งรัฐบาล อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ทำได้” นายอุตตม กล่าว
ด้าน นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ที่พรรคเพื่อไทยและพรรคอื่นๆ บอกว่ารวมเสียงได้ ก็ยังไม่รู้ว่าเสียงที่ชัดเจนจริงๆ เท่าใด เพราะ กกต. ยังไม่ได้แถลงจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่ตัวเลขเปลี่ยนทุกวัน ดังนั้นการรวมตัวกันแล้วอ้างความชอบธรรมนั้น เป็นเพียงกลไกทางการเมือง แต่ในข้อเท็จจริงยังไม่มีที่มาของข้อมูลที่ถูกต้องยืนยัน อีกทั้งเป็นการดำเนินการเพื่อจะช่วงชิง และกล่าวว่า กลุ่มพวกเขารวบรวมเสียงข้างมากได้ ทั้งที่ถ้าดูในการแถลงจริงๆ ยังไม่รู้ว่ามีกี่พรรคแน่นอน เป็นเพียงการฉกฉวยบนสถานการณ์ฉุกเฉินที่จะทำให้รู้สึกว่ามีความชอบธรรม
ทั้งนี้ กระบวนการยังไม่เสร็จสิ้น คะแนนที่แท้จริงและชัดเจนยังไม่ออกมา และระยะเวลาที่จะต้องดำเนินการนั้น ยังมีมากพอสมควร ประกอบกับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ มีการคิดคะแนนรวมทั้งประเทศ คิดปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับอดีตในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคพลังประชารัฐให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้ เราดำเนินการทางการเมืองที่เหมาะสม และพรรคก็ยังมั่นใจว่าพรรคยังเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพียงแต่ไม่ใช่เวลาที่จะออกมาแล้วอ้างประกาศชัยชนะในวันนี้ เวลานี้ ทั้งที่สถานการณ์ยังไม่มีอะไรเป็นที่ยุติ
นายสนธิรัตน์ ยังเรียกร้องไปยังสื่อและประชาชนทั้งประเทศ ว่า หยุดอ้างฝ่ายประชาธิปไตย เพราะไม่ว่าใครที่ได้คะแนนเสียง ทุกคนเข้าสู่การเลือกตั้งแบบประชาธิปไตย ถ้าไม่ใช่ประชาธิปไตย ก็ต้องไม่ลงแข่งขันด้วยตั้งแต่วันแรก ถ้าอ้างว่าเป็นเผด็จการ สืบทอดอำนาจ ก็ต้องไม่ลงเลือกตั้ง และเอาชนะการเลือกตั้ง แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมา และระหว่างหาเสียง ก็ใช้วาทกรรมฝ่ายประชาธิปไตย ทั้งที่ประชาชนที่เลือกพรรคพลังประชารัฐ 7.9 ล้านเสียง มีเสียงสนับสนุนมากที่สุด แปลว่าเสียงประชาชนที่เป็นประชาธิปไตย จะเป็นเฉพาะเสียงที่พรรคเพื่อไทยได้ประโยชน์เท่านั้นหรือไม่ แล้วประชาชนที่เลือกพรรคพลังประชารัฐ ไม่มีสิทธิมีเสียงหรือ
ทั้งนี้ ประชาธิปไตยที่แท้จริง คือ การเคารพเสียงของทุกคนและประชาชน แม้กระทั่งเสียงเพียงหนึ่งเสียง เป็นพื้นฐานของประชาธิปไตยใช่หรือไม่ แล้วใช้สิทธิอะไรมาเรียกตัวเองว่าเป็นฝั่งประชาธิปไตย แล้วเรียกคนอื่นที่ไม่ลงคะแนนให้ตัวเองว่าไม่ใช่ฝั่งประชาธิปไตย ถือว่าเป็นการดูถูกประชาชน และอ้างประชาธิปไตยเพื่อสร้างความแตกแยกของบ้านเมืองอีกครั้ง ไม่ใช่ประชาธิปไตยเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน แต่เป็นประชาธิปไตยเพื่อพวกพ้อง จึงอยากวิงวอนให้หยุดการกระทำดังกล่าว
นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า บรรยากาศประชาธิปไตยกำลังเดินหน้าไปด้วยดี ต้องเคารพทุกเสียงของประชาชน ที่ตัดสินใจ วันนี้ไม่มีฝ่ายประชาธิปไตยและไม่มีฝ่ายเผด็จการ พรรคพลังประชารัฐดำเนินการตามครรลองของประชาธิปไตย เพียงแต่พรรคมองเห็นว่า บุคคลที่เหมาะสมในสถานการณ์ปัจจุบัน คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และเรียนเชิญมา ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่พรรคพลังประชารัฐยืนยันว่า พรรคนี้คือพรรคประชาธิปไตย และเป็นประชาธิปไตยที่คิดถึงประชาชน พยายามอย่างยิ่งที่จะให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ไม่สร้างวาทกรรมแบ่งแยกให้เกิดความรู้สึกเป็นคนละฝั่ง คนละฝ่าย ตอกย้ำความแตกแยกของประเทศอย่างที่เป็นมา
( มีต่อ... )
..." พปชร.ฉะ "เพื่อไทย"ฉวยโอกาสชิงความชอบธรรม คิดเอาเองได้เสียงครบแล้ว จี้หยุดอ้างเป็นฝ่ายประชาธิปไตยดูถูกคนอื่น "...
จี้หยุดอ้างเป็นฝ่ายประชาธิปไตยดูถูกคนอื่น(อ่านคำต่อคำ) "...
หน.พลังประชารัฐ ระบุกำลังหารือพรรคอื่นจัดตั้งรัฐบาล แต่คะแนนยังไม่นิ่ง กกต. บอกยังไม่ถึงเวลา อย่ามาพูดว่ารวมเสียงได้เท่าไหร่ ชี้เข้าใจไปเอง แต่จะแสดงออกว่าพยายามจัดตั้งรัฐบาลทำได้ ด้านเลขาฯ พรรค อัดแค่ฉวยโอกาส ซัด “พรรคเพื่อไทย” อ้าง “ฝ่ายประชาธิปไตย” ดูถูกคนอื่น เอาแต่ได้ สร้างความแตกแยก วอนหยุดวาทกรรม
วันนี้ (27 มี.ค.) นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แถลงข่าวถึงความชัดเจนเรื่องการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล หลังพรรคเพื่อไทย นำโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่คาดว่าไม่ได้รับเลือกให้เป็น ส.ส. ตามระบบจัดสรรปันส่วนผสม และผู้เสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ร่วมกับ พรรคอนาคตใหม่, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคประชาชาติ, พรรคเพื่อชาติ และ พรรคพลังปวงชนไทย ได้ลงนามในสัตยาบันร่วมหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และจัดตั้งรัฐบาล
นายอุตตม กล่าวว่า ขณะนี้พรรคพลังประชารัฐอยู่ระหว่างหารือกับพรรคการเมืองอื่นๆ ทั้งพรรคใหญ่และพรรคเล็ก ในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมีจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องคะแนนเสียง ขณะนี้ยังไม่เป็นที่ยุติ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็แถลงไปแล้วว่ายังไม่ถึงเวลา เพราะฉะนั้นจึงดำเนินการหารือ เชื่อว่ายังมีเวลาที่จะดำเนินการให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด และคาดหวังว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นไปด้วยความราบรื่น
“วันนี้ไม่มีกลุ่มไหน ซีกไหนที่พูดได้จริงจังว่ารวมเสียงได้เท่าไร เพราะ กกต. ยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการ ฉะนั้นอย่ามาพูดว่าได้เสียงเท่าไรแล้วอะไรอย่างไร จะพูดก็พูดได้ แต่ก็เป็นการเข้าใจของตัวเอง ไม่ใช่อะไรที่เป็นทางการ ขณะนี้ยังไม่มีใครที่จะสามารถรวมเสียงที่เป็นทางการได้ทั้งนั้น เพราะกระบวนการยังไม่เสร็จ ก็พูดไปได้ว่าเสียงเท่าไร แสดงเจตจำนง เจตนารมณ์ที่จะร่วมกันพยายามจัดตั้งรัฐบาล อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ทำได้” นายอุตตม กล่าว
ด้าน นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ที่พรรคเพื่อไทยและพรรคอื่นๆ บอกว่ารวมเสียงได้ ก็ยังไม่รู้ว่าเสียงที่ชัดเจนจริงๆ เท่าใด เพราะ กกต. ยังไม่ได้แถลงจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่ตัวเลขเปลี่ยนทุกวัน ดังนั้นการรวมตัวกันแล้วอ้างความชอบธรรมนั้น เป็นเพียงกลไกทางการเมือง แต่ในข้อเท็จจริงยังไม่มีที่มาของข้อมูลที่ถูกต้องยืนยัน อีกทั้งเป็นการดำเนินการเพื่อจะช่วงชิง และกล่าวว่า กลุ่มพวกเขารวบรวมเสียงข้างมากได้ ทั้งที่ถ้าดูในการแถลงจริงๆ ยังไม่รู้ว่ามีกี่พรรคแน่นอน เป็นเพียงการฉกฉวยบนสถานการณ์ฉุกเฉินที่จะทำให้รู้สึกว่ามีความชอบธรรม
ทั้งนี้ กระบวนการยังไม่เสร็จสิ้น คะแนนที่แท้จริงและชัดเจนยังไม่ออกมา และระยะเวลาที่จะต้องดำเนินการนั้น ยังมีมากพอสมควร ประกอบกับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ มีการคิดคะแนนรวมทั้งประเทศ คิดปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับอดีตในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคพลังประชารัฐให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้ เราดำเนินการทางการเมืองที่เหมาะสม และพรรคก็ยังมั่นใจว่าพรรคยังเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพียงแต่ไม่ใช่เวลาที่จะออกมาแล้วอ้างประกาศชัยชนะในวันนี้ เวลานี้ ทั้งที่สถานการณ์ยังไม่มีอะไรเป็นที่ยุติ
นายสนธิรัตน์ ยังเรียกร้องไปยังสื่อและประชาชนทั้งประเทศ ว่า หยุดอ้างฝ่ายประชาธิปไตย เพราะไม่ว่าใครที่ได้คะแนนเสียง ทุกคนเข้าสู่การเลือกตั้งแบบประชาธิปไตย ถ้าไม่ใช่ประชาธิปไตย ก็ต้องไม่ลงแข่งขันด้วยตั้งแต่วันแรก ถ้าอ้างว่าเป็นเผด็จการ สืบทอดอำนาจ ก็ต้องไม่ลงเลือกตั้ง และเอาชนะการเลือกตั้ง แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมา และระหว่างหาเสียง ก็ใช้วาทกรรมฝ่ายประชาธิปไตย ทั้งที่ประชาชนที่เลือกพรรคพลังประชารัฐ 7.9 ล้านเสียง มีเสียงสนับสนุนมากที่สุด แปลว่าเสียงประชาชนที่เป็นประชาธิปไตย จะเป็นเฉพาะเสียงที่พรรคเพื่อไทยได้ประโยชน์เท่านั้นหรือไม่ แล้วประชาชนที่เลือกพรรคพลังประชารัฐ ไม่มีสิทธิมีเสียงหรือ
ทั้งนี้ ประชาธิปไตยที่แท้จริง คือ การเคารพเสียงของทุกคนและประชาชน แม้กระทั่งเสียงเพียงหนึ่งเสียง เป็นพื้นฐานของประชาธิปไตยใช่หรือไม่ แล้วใช้สิทธิอะไรมาเรียกตัวเองว่าเป็นฝั่งประชาธิปไตย แล้วเรียกคนอื่นที่ไม่ลงคะแนนให้ตัวเองว่าไม่ใช่ฝั่งประชาธิปไตย ถือว่าเป็นการดูถูกประชาชน และอ้างประชาธิปไตยเพื่อสร้างความแตกแยกของบ้านเมืองอีกครั้ง ไม่ใช่ประชาธิปไตยเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน แต่เป็นประชาธิปไตยเพื่อพวกพ้อง จึงอยากวิงวอนให้หยุดการกระทำดังกล่าว
นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า บรรยากาศประชาธิปไตยกำลังเดินหน้าไปด้วยดี ต้องเคารพทุกเสียงของประชาชน ที่ตัดสินใจ วันนี้ไม่มีฝ่ายประชาธิปไตยและไม่มีฝ่ายเผด็จการ พรรคพลังประชารัฐดำเนินการตามครรลองของประชาธิปไตย เพียงแต่พรรคมองเห็นว่า บุคคลที่เหมาะสมในสถานการณ์ปัจจุบัน คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และเรียนเชิญมา ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่พรรคพลังประชารัฐยืนยันว่า พรรคนี้คือพรรคประชาธิปไตย และเป็นประชาธิปไตยที่คิดถึงประชาชน พยายามอย่างยิ่งที่จะให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ไม่สร้างวาทกรรมแบ่งแยกให้เกิดความรู้สึกเป็นคนละฝั่ง คนละฝ่าย ตอกย้ำความแตกแยกของประเทศอย่างที่เป็นมา
( มีต่อ... )