การเดินทางของ ประชาธิปไตย มาไกลมากแล้วนะ แต่ก็เหมือนชอบอยู่กับที่

กระทู้สนทนา
นานๆจะตั้งกระทู้กับเขาสักที วันนี้โอกาสดี ที่ได้เห็นการเลือกตั้งที่ต้องใช้กระบวนการทางความคิดมากกว่าทุกๆครั้ง ก็ต้องขอโอกาสมาตั้งกระทู้กับเขาบ้างสักครั้ง

ความเห็นต่อไปนี้คือความคิดส่วนตัวล้วนๆ (ใครไม่ชอบก็ด่าได้ 555 แต่จะไปตอบโต้พอหอมปากหอมคอ ไม่ได้หวังจะทำร้ายทางความคิดกัน จากความเห็นต่าง)

ตั้งแต่ประเทศไทยมี การเลือกตั้งมา ครั้งนี้คงจะเป็นครั้งที่ ดูตื่นตาตื่นใจที่สุดในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา
เพราะเงื่อนไขในการเลือกตั้งที่ ออกแบบมาเพื่อไม่ให้มีพรรคใดได้คะแนนเสียงมากเกินไป และไปเพิ่ม สส. ให้กับพรรคที่ประชาชนไม่ได้เลือกโดยไม่จำเป็น
เรียกได้ว่าเอาแม่บทของการเลือกตั้งที่ออกแบบให้พรรคการเมืองอ่อนแอในสมัยก่อน ที่เน้นรัฐบาล ผสม หลายพรรค แถมยังเพิ่มออพชั่นให้ย้ายพรรคหรือเลือกนายกได้อิสระเสรี (ซึ่งก็จะจูงใจให้เกิดกลุ่มงูเห่าเหมือนในอดีต)
แล้วตบท้ายด้วยการคุมกำเนิดพรรคใดพรรคหนึ่ง ไม่ให้มีคะแนนเสียงท่วมท้น จากวิธีการที่ค่อนข้างจะไม่ค่อยจะสมเหตุสมผล สักเท่าไหร่

จริงๆก็ไม่อยากย้อนไปถึงเรื่องเก่าในอดีต แต่ก็จะขอย้อนในส่วนที่เป็นประเด็นแล้วกัน

ในอดีตเราก็ใช้วิธีการที่คล้ายๆกับวิธีในการเลือกตั้งครั้งนี้แหละ แต่เราก็พบกับปัญหาต่างๆมากมาย
ไม่ว่าจะเป็น การซื้อตัว สส. หลักจากเลือกตั้ง แม้กระทั่งไปซื้อตัวกันถึงห้องน้ำ ขณะที่กำลังปัสสาวะกันเลยทีเดียว
หรือจะเป็นการที่มีรัฐบาลผสมหลายพรรคมากเกินไป ทำให้รัฐบาลไม่มีเอกภาพ และเสถียรภาพ อายุรัฐบาลสั้น ไม่ค่อยจะมีใครอยู่ครบเทอม ต้องยุบสภาก่อน
แถมยิ่งมาจากหลายพรรค แต่ละพรรคก็จะพยายามผลักดัน นโยบายที่ตัวเองหาเสียงไว้ให้เกิดขึ้นให้ได้ ยิ่งหลายๆแนวทางในรํฐบาลผสมมันไปด้วยกันไม่ได้ เหมือนเอา ก๋วยเตี๋ยว ต้มข่า ซุปมักกะโรนี แกงเลียง มาเทรวมกัน แม้ว่าทุกจากจะเป็นน้ำเหมือนกันแต่รสชาติมันไปด้วยกันไม่ได้กลายเป็นอาหารสุนัข
แล้วยังเจอผลประโยชน์ซ่อนเร้น จากการรวมตัวกันเพื่อเป็นรัฐบาล ยิ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดการทุจริต คอรัปชั่น กันมากขึ้น
เพราะต้องรีบกอบโกยรีบไป ก่อนที่จะเกิดกลุ่มงูเห่า รัฐบาลล้ม

ซึ่งภาพเหล่านี้ในอดีต จึงทำให้คนเปลี่ยนความคิด ดังนั้นจึงพยายามออกแบบรัฐธรรมนุญให้พ้นจากวังวนเดิมๆ ที่ประชาชนเบื่อหน่าย
ตัวอย่างการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2540 ที่ออกแบบให้ พรรคการเมืองแข็งแกร่ง มีการเลือกคนเป็น สส. ในพื้นที่ และเลือกพรรคที่เป็นนโยบายระดับประเทศที่ชอบ
สส. ต้องโหวตตาม มติพรรค บังคับต้องสังกัดพรรคก่อนเลือกตั้งและไม่ให้ย้ายพรรคภายหลังได้เป็น สส. ได้ง่ายๆ หากจะทำก็ต้องรวมทั้งพรรค (เพราะเห็นต่างมติพรรคไม่ได้)
แนวความคิดลักษณะนี้ที่ให้อิสระประชาชนในการเลือกทั้ง สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่อ และยังเพิ่มเสถียรภาพให้รัฐบาลด้วย สส. ต้องทำตามมติพรรค
ทำให้พรรคการเมืองแข็งแกร่งและรัฐบาลมีเอกภาพและเสถียรภาพมากๆ (จนอาจจะมากเกินไป 555)

จึงเป็นเหตุให้การออกแบบการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการย้อนเวลากลับไปในยุคก่อนแต่ก็เพิ่มเงื่อนไขบางอย่างที่ทำให้รัดกุมมากขึ้น เรียกว่าถึงขั้นบอนไซ บางพรรคให้อยู่ยากกันเลยทีเดียว
เพราะไปอิงจากคะแนนรวมทั้งประเทศ เพื่อมากำหนดจำนวน สส. ในแต่ละพรรค ซึ่งหลักการมันก็ไม่ควรจะไปควบคุมกันแบบนี้ในเมื่อประชาชนเป็นผู้มีสิทธิ์ในการเลือก
แล้วไม่มีการแยกบัตรแบบ สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่อ ทำให้ประชาชนไม่มีอิสระในการลงคะแนน ทั้งๆที่มีควรจะมีสิทธิ์ในการเลือก
เพียงเพราะเจตนาที่จะควบคุมไม่ให้เกิดคำที่กล่าวหาว่า เผด็จการรัฐสภา

สำหรับผม รัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งแบบอิสระ 100% จะเป็นเผด็จการได้อย่างไร

เราต้องแยกเรื่องอำนาจการบริหารงาน และเรื่องทุจริตออกจากกัน ไม่ใช่มัดรวมกัน

ถ้าคุณคิดเรื่องทุจริต คุณต้องหาวิธีในการตรวจสอบให้ดีขึ้น ไม่ใช้หาวิธีควบคุมการใช้อำนาจบริหาร เพราะเชื่อว่าการที่ไม่มีอำนาจการบริหารจะไม่ก่อให้เกิดการทุจริต

แต่ในความเป็นจริง ไม่ว่าจะวิธีใด้ คนที่คิดจะโกง ก็จะหาช่องทุจริตได้อยู่ดีนั่นแหละ ไม่ว่าจะวิธีการใดๆก็ตาม

ดังนั้นวิธีที่ควรจะเป็นคือ การช่วยกันออกแบบการตรวจสอบ และการพิจาณาข้อเท็จจริงให้โปร่งใสและตรวจสอบได้ง่ายๆหลายมิติมากขึ้นจะดีกว่า

พอมาดูการเลือกตั้งครั้งนี้ ถึงได้แต่ถอนใจว่า เราไปไหนตั้งไกล สุดท้ายก็มีคนจับเรานั่งรถกลับมาที่เดิม วังวนเดิมๆ
ไม่ว่าจะเป็นการซื้อตัว สส. ด้วยผลประโยชน์ ตำแหน่ง แม้แต่รัฐบาลที่ไม่ค่อยมีเสถียรภาพ รัฐมนตรีเก้าอี้ดนตรีต่างตอบแทน ปัญหาทุจริต คอรัปชั่นแบบเดิมๆ แล้วรํฐบาลเดี๋ยวก็ล้มเลือกตั้งกันใหม่ ปัญหาซ้ำซาก ภาพเดิมซ้ำๆ

สุดท้ายผมเชื่อเหลือเกินว่า เราจะต้องกลับมานั่ง นับหนึ่งใหม่ เหมือนตอนสร้างรัฐธรรมนูญปี 2540 เหมือนเดิมอีกครั้ง

แต่ผมก็คิดในแง่ดีที่ว่า แม้ว่าเราจะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ แต่อย่างน้อยเราก็มีประสบการณ์ในเส้นทางนี้มาแล้ว และน่าจะทำได้ดีกว่าครั้งที่แล้วแน่นอนครับ

สุดท้ายฝากกำลังใจให้ผู้ที่รักในประชาธิปไตย และมีประชาธิปไตยในหัวใจทุกท่าน อย่าได้ถอดถอนใจ ท้อแท้

ขอจงได้อย่าอย่ายอมแพ้ ช่วยกันเดินให้ถึงจุดหมาย แม้ปลายทางอาจจะอยู่ไกล แต่ถถ้าเรายังพยายามก้าวต่อไป สักวันยังไงก็ต้องถึงจุดหมาย
(แต่อย่าไปโดนจับกลางทาง นั่งรถกลับมาเริ่มใหม่อีกนะ 555)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่