หลายเดือนที่ผ่านมานี้ มีหลายเรื่องที่ทำให้ฉันรู้สึกกังวลใจ ไม่สบายใจ จนกระทั่งทำให้ฉันไม่พอใจ ซึ่งเกิดจากคนในครอบครัวนี่แหละ จริงๆ มันก็ไม่ใช่แค่หลายเดือนมานี้สักเท่าไหร่ เพราะมันมีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากระทบจิตใจเราตลอด
เวลาโกรธ ความดีที่ทำมาตลอดจะถูกจิตใจฝ่ายมืดกลืนกินไปหมด ทำให้ไม่รู้สึกอยากทำดีอะไรแล้ว การที่เราทำดีมาตลอดไม่ช่วยอะไรเลย ความคิดแบบนี้เกิดขึ้นกับทั้งเพื่อนและที่บ้าน
บางทีฉันอยากจะควบคุมความคิดแย่ๆ ที่มันเกิดขึ้นในใจ แต่สมองมันเหมือนสั่งให้ตอกย้ำลงไปว่า
คิดถูกแล้ว! ที่คิดน่ะมันถูก! มันทรมานนะ เมื่อฉันต้องควบคุมมันแล้วมันกลับควบคุมไม่ได้ อีกอาการที่เกิดขึ้นบ่อยๆ คือ
อยากกรีดร้อง ขอยกตัวอย่าง พ่อกับแม่เถียงกันบนรถ บวกกับฉันรู้สึกไม่โอเคกับการที่เรามีรถคันเล็กแล้วต้องนั่งอัดกันมาต่างจังหวัดระยะเวลากว่า 3 ชม. ตัวเองคิดอยู่เสมอว่าเมื่อไหร่จะซื้อใหม่ พ่อกับแม่ก็พูดหลายครั้งแล้วว่าจะซื้อใหม่ โชว์รูมก็ไปบ่อย ตกลงราคา, การผ่อนอะไรเรียบร้อยแล้วก็มี แต่สุดท้ายมันเหมือนเป็นฝันลมๆ แล้งๆ ซึ่งฉันไม่โอเคมากๆ อาจจะเป็นเพราะตัวเองเป็นคนที่ไม่ชอบการผิดสัญญามั้ง เชื่อมั้ย... ทุกวันนี้เลิกหวังกับที่บ้านแล้ว พวกเขาคิดอยากทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องมาถามฉันหรอก บางทีเขาถามเราขอความคิดเห็นจากเรา เราก็บอกสิ่งที่เราประสงค์ไปแต่สุดท้ายได้ 0 มาครอง มันเสียความรู้สึกนะ และไม่ใช่แค่ครั้งแรกไง มันเป็นมาตลอด พอเขาเถียงกัน + รู้สึกไม่ดีอยู่แล้ว น้ำตาเราเริ่มคลอเบ้า ในหัวฉายภาพที่เรากรี๊ดกับร้องไห้ซ้ำไปซ้ำมา ภาพเรานั่งชันเข่าปิดหูแล้วกรีดร้องออกมาพร้อมกับพูดว่าไม่อยากฟัง พอถึงที่หมาย เราเริ่มเหม่อลอย ในสมองนึกถึงแต่ภาพที่ฉันปิดหูร้องไห้ จนขากลับแม่ก็พูดกระทบจิตใจเรามาตลอดทาง ฉันไม่เคยพูดอะไรให้ใครฟังเลยว่ารู้สึกแย่แค่ไหน เราเก็บมันไว้ในใจมาตลอด เพราะเราคิดว่าอยากให้มันจบแค่ที่เราพอ
เคยคิดอยากจะบอกกรีดร้องใส่พ่อกับแม่แบบดาวใน Hormones ดูบ้าง มันคงทำให้ฉันสบายใจและได้ระบายในสิ่งที่อึดอัดอยู่ในใจ แต่สุดท้ายก็ได้แต่เก็บความคิดนั้นเข้าที่เดิมแล้วแสดงความเงียบออกไปแทน ฉันมีความรู้สึกว่าถ้าทำแบบนั้นไป ฉันจะกลายเป็นลูกที่แย่ทันที ฉันเลยไม่ทำ เลยเก็บมันไว้ตลอดมา
ฉันเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผยกับเพื่อนนะ แต่ไม่เคยมีใครรับรู้ด้านที่มืดของฉันเลย ฉันแสดงด้านที่สดใสร่าเริงให้พวกเขาเห็นจนไม่กล้าที่จะแสดงความเศร้าหรือความกังวลใจใดๆ ออกมาได้ ฉันมีปัญหาอะไรฉันจะคิดและหาทางแก้ไขเอง ฉันรู้ว่าเพื่อนเป็นห่วงเพราะพวกเขาก็แสดงความเป็นห่วงอยู่เสมอ แต่ฉันมองว่าให้ปัญหามันเกิดขึ้นกับฉันคนเดียวพอ ฉันจะจบมันเองด้วยตัวฉันเอง
แบบทดสอบทางสุขภาพจิตมีให้ทำทั่วๆ ไปโดยกรมสุขภาพจิตบ้าง ทีมงานแพทย์บ้าง ซึ่งฉันก็ลองทำมาตลอด ผลลัพมันค่อนข้างลบเพราะปรากฏว่าฉันมีอาการทางจิตต่ำคว่าคนปกติ และ มีอาการของโรคซึมเศร้าระดับปานกลาง (อันดับ 3 จาก 4 อันดับ) ฉันพอรับได้เพราะฉันสามารถควบคุมพฤติกรรมของตัวเองได้อยู่ แต่ภาพในหัวและจิตใจที่มันดูเหมือนจะย่ำแย่ลงมันกลับทำให้ฉันดำเนินชีวิตได้ลำบากขึ้น ฉันต้องปั้นหน้ายิ้มต่อหน้าน้องสาว ให้ฉันดูปกติที่สุด แต่พอเข้าห้องนอนฉันกลับร้องไห้ออกมาอย่างสุดกำลัง
ครั้งนึง โมโหน้องมาก โมโหแบบที่ว่าหน้าแดง เห่อร้อน และหายใจติดขัด ตอนนั้นภาพที่ฉันหยิบขวานขึ้นมาจามหัวน้องสาวฉันได้แล่นเข้ามาทันที ฉันพยายามระงับอารมณ์โกรธของตัวเองให้ได้แล้วก็ได้ผล แต่มีอีกภาพที่ซ้อนทับขึ้นมาแทนที่ เป็นภาพที่ฉันจิกหัวแล้วเขย่าแรงๆ พร้อมกับถามว่า
เป็น
อะไร บอกตรงๆ ว่าก็แอบกลัวใจตัวเองเหมือนกัน เพราะหลายปีก่อนเคยคิดจะเอาหมอนกดหน้าน้องสาวตอนนอนด้วย แต่ก็ดีอีกนั่นแหละที่จิตสำนึกเราบอกเสมอว่า
ทำไม่ได้ ทำไม่ได้ ทำไม่ได้ ความเก็บกดและความอัดอั้นมันเลยลองฟุ้งอยู่ข้างในเสมอมา ไม่เคยออกไปไหน
ที่ไม่เคยออกไปไหนเพราะเมื่ออาการฉันเข้าสู่โหมดปกติ ฉันจะลืมความเลวร้ายทุกอย่าง ฉันจะมีความสุขไปกับสิ่งอื่นและลืมความทุกข์ชั่วขณะ มันเหมือนกับเปลี่ยนโหมดได้ทันที ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ฉันสามารถเปลี่ยนโหมดได้ทันทีที่ต้องการ โดยที่เก็บเอาความรู้สึกก่อนหน้านี้เอาไว้ เมื่อกลับไปรู้สึกแบบนั้นอีกครั้งมันเลยทำให้ความคิดเรารุนแรงขึ้น
อยากพบแพทย์ค่ะ แต่อายุเรายังไม่พ้นเยาวชนเลย จิตแพทย์หลังไมค์มาได้นะคะ อยากคุยกับจิตแพทย์ที่เป็นจิตแพทย์จริงๆ
เราว่าอาการณ์เรามันไม่ปกติแล้ว อยากรักษา ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้
เมื่อฉันสงสัยว่าตัวเองมีอาการทางจิต
เวลาโกรธ ความดีที่ทำมาตลอดจะถูกจิตใจฝ่ายมืดกลืนกินไปหมด ทำให้ไม่รู้สึกอยากทำดีอะไรแล้ว การที่เราทำดีมาตลอดไม่ช่วยอะไรเลย ความคิดแบบนี้เกิดขึ้นกับทั้งเพื่อนและที่บ้าน
บางทีฉันอยากจะควบคุมความคิดแย่ๆ ที่มันเกิดขึ้นในใจ แต่สมองมันเหมือนสั่งให้ตอกย้ำลงไปว่า คิดถูกแล้ว! ที่คิดน่ะมันถูก! มันทรมานนะ เมื่อฉันต้องควบคุมมันแล้วมันกลับควบคุมไม่ได้ อีกอาการที่เกิดขึ้นบ่อยๆ คือ อยากกรีดร้อง ขอยกตัวอย่าง พ่อกับแม่เถียงกันบนรถ บวกกับฉันรู้สึกไม่โอเคกับการที่เรามีรถคันเล็กแล้วต้องนั่งอัดกันมาต่างจังหวัดระยะเวลากว่า 3 ชม. ตัวเองคิดอยู่เสมอว่าเมื่อไหร่จะซื้อใหม่ พ่อกับแม่ก็พูดหลายครั้งแล้วว่าจะซื้อใหม่ โชว์รูมก็ไปบ่อย ตกลงราคา, การผ่อนอะไรเรียบร้อยแล้วก็มี แต่สุดท้ายมันเหมือนเป็นฝันลมๆ แล้งๆ ซึ่งฉันไม่โอเคมากๆ อาจจะเป็นเพราะตัวเองเป็นคนที่ไม่ชอบการผิดสัญญามั้ง เชื่อมั้ย... ทุกวันนี้เลิกหวังกับที่บ้านแล้ว พวกเขาคิดอยากทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องมาถามฉันหรอก บางทีเขาถามเราขอความคิดเห็นจากเรา เราก็บอกสิ่งที่เราประสงค์ไปแต่สุดท้ายได้ 0 มาครอง มันเสียความรู้สึกนะ และไม่ใช่แค่ครั้งแรกไง มันเป็นมาตลอด พอเขาเถียงกัน + รู้สึกไม่ดีอยู่แล้ว น้ำตาเราเริ่มคลอเบ้า ในหัวฉายภาพที่เรากรี๊ดกับร้องไห้ซ้ำไปซ้ำมา ภาพเรานั่งชันเข่าปิดหูแล้วกรีดร้องออกมาพร้อมกับพูดว่าไม่อยากฟัง พอถึงที่หมาย เราเริ่มเหม่อลอย ในสมองนึกถึงแต่ภาพที่ฉันปิดหูร้องไห้ จนขากลับแม่ก็พูดกระทบจิตใจเรามาตลอดทาง ฉันไม่เคยพูดอะไรให้ใครฟังเลยว่ารู้สึกแย่แค่ไหน เราเก็บมันไว้ในใจมาตลอด เพราะเราคิดว่าอยากให้มันจบแค่ที่เราพอ
เคยคิดอยากจะบอกกรีดร้องใส่พ่อกับแม่แบบดาวใน Hormones ดูบ้าง มันคงทำให้ฉันสบายใจและได้ระบายในสิ่งที่อึดอัดอยู่ในใจ แต่สุดท้ายก็ได้แต่เก็บความคิดนั้นเข้าที่เดิมแล้วแสดงความเงียบออกไปแทน ฉันมีความรู้สึกว่าถ้าทำแบบนั้นไป ฉันจะกลายเป็นลูกที่แย่ทันที ฉันเลยไม่ทำ เลยเก็บมันไว้ตลอดมา
ฉันเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผยกับเพื่อนนะ แต่ไม่เคยมีใครรับรู้ด้านที่มืดของฉันเลย ฉันแสดงด้านที่สดใสร่าเริงให้พวกเขาเห็นจนไม่กล้าที่จะแสดงความเศร้าหรือความกังวลใจใดๆ ออกมาได้ ฉันมีปัญหาอะไรฉันจะคิดและหาทางแก้ไขเอง ฉันรู้ว่าเพื่อนเป็นห่วงเพราะพวกเขาก็แสดงความเป็นห่วงอยู่เสมอ แต่ฉันมองว่าให้ปัญหามันเกิดขึ้นกับฉันคนเดียวพอ ฉันจะจบมันเองด้วยตัวฉันเอง
แบบทดสอบทางสุขภาพจิตมีให้ทำทั่วๆ ไปโดยกรมสุขภาพจิตบ้าง ทีมงานแพทย์บ้าง ซึ่งฉันก็ลองทำมาตลอด ผลลัพมันค่อนข้างลบเพราะปรากฏว่าฉันมีอาการทางจิตต่ำคว่าคนปกติ และ มีอาการของโรคซึมเศร้าระดับปานกลาง (อันดับ 3 จาก 4 อันดับ) ฉันพอรับได้เพราะฉันสามารถควบคุมพฤติกรรมของตัวเองได้อยู่ แต่ภาพในหัวและจิตใจที่มันดูเหมือนจะย่ำแย่ลงมันกลับทำให้ฉันดำเนินชีวิตได้ลำบากขึ้น ฉันต้องปั้นหน้ายิ้มต่อหน้าน้องสาว ให้ฉันดูปกติที่สุด แต่พอเข้าห้องนอนฉันกลับร้องไห้ออกมาอย่างสุดกำลัง
ครั้งนึง โมโหน้องมาก โมโหแบบที่ว่าหน้าแดง เห่อร้อน และหายใจติดขัด ตอนนั้นภาพที่ฉันหยิบขวานขึ้นมาจามหัวน้องสาวฉันได้แล่นเข้ามาทันที ฉันพยายามระงับอารมณ์โกรธของตัวเองให้ได้แล้วก็ได้ผล แต่มีอีกภาพที่ซ้อนทับขึ้นมาแทนที่ เป็นภาพที่ฉันจิกหัวแล้วเขย่าแรงๆ พร้อมกับถามว่า เป็น
ที่ไม่เคยออกไปไหนเพราะเมื่ออาการฉันเข้าสู่โหมดปกติ ฉันจะลืมความเลวร้ายทุกอย่าง ฉันจะมีความสุขไปกับสิ่งอื่นและลืมความทุกข์ชั่วขณะ มันเหมือนกับเปลี่ยนโหมดได้ทันที ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ฉันสามารถเปลี่ยนโหมดได้ทันทีที่ต้องการ โดยที่เก็บเอาความรู้สึกก่อนหน้านี้เอาไว้ เมื่อกลับไปรู้สึกแบบนั้นอีกครั้งมันเลยทำให้ความคิดเรารุนแรงขึ้น
อยากพบแพทย์ค่ะ แต่อายุเรายังไม่พ้นเยาวชนเลย จิตแพทย์หลังไมค์มาได้นะคะ อยากคุยกับจิตแพทย์ที่เป็นจิตแพทย์จริงๆ
เราว่าอาการณ์เรามันไม่ปกติแล้ว อยากรักษา ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้