สรุปได้หรือยังว่า QE ใช้ไม่ได้ผล ไม่ยั่งยืน?

กระทู้สนทนา
ปีที่ผ่านมา คือ ปีที่พี่กันลองถอดสายท่อออกซิเจน หลังจากที่เริ่มเห็นคนไข้เริ่มมีอาการดีขึ้น
แต่ไม่นานเราก็เห็นว่า อาการคนไข้ไม่แข็งแรงพอ ไม่สามารถทนต่อปัจจัยภายใน ภายนอกได้
ปัจจัยภายใน ก็คือ โรคเก่าที่รุมเร้า มันไม่ได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุด สหรัฐยังคงขาดดุลอย่างต่อเนื่อง ก่อหนี้มากขึ้นกว่าเดิม
ปัจจัยภายนอก ก็คือ ความเสี่ยงจากการเมือง สงครามการค้า การชะลอตัวของโลก

ซึ่งเมื่อไปดูกลุ่มอียู และญี่ปุ่นที่ใช้ QE ในการแก้ปัญหาตามพี่กัน
เราจะเห็นได้ว่า ทั้งสอง ก็ดูเหมือนจะไม่ฟื้นเช่นกัน ญี่ปุ่นยังถึงกับต้องขึ้นภาษี vat เตรียมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

มาตอนนี้ ตัวหมอ(เฟด)เอง ก็เห็นแล้วว่า คนไข้ยังคงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจต่อไป เลิกลดดอก เลิกทำ QT
ปล่อยให้คนไข้รู้สึกดีต่อไป คิดเอาเองว่า ตัวเองหายแล้วดีกว่า ถอดแล้วคนไข้ทรุดจนกู่ไม่กลับ
นั้นก็คือ ปล่อยให้พี่แกหลงกับการก่อหนี้ ขาดดุลกันไปเรื่อยๆ แล้วก็หวังกันต่อไปว่า คงมีซักวันนะที่พี่แกจะฟื้นจริงๆ

ตอนนี้พี่จีนก็เริ่มอยากจะทำ QE ตามแล้วเพราะเห็นการชะลอตัว และเริ่มเห็นการผิดนัดชำระหนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

ในส่วนของตลาดหุ้น ส่วนตัวคิดว่า ข่าวร้ายยิ่งมาก ยิ่งดีกับตลาดเพราะหมายถึง QE ยังมีอยู่ การขึ้นดอกจะถูก"เลื่อน"ออกไป (ไม่ได้หายไปนะ)
ถ้าตลาดขึ้นไปมากๆด้วยเงินที่วิ่งเขามาเมื่อไร หมอก็พร้อมจะลองถอดสายออกซิเจนใหม่อีก
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่