-1-
ดวงตะวันใกล้จะโผล่ขึ้นมาทักทายขอบฟ้าแล้ว สีทึมเทากำลังจะกลายเป็นสีเหลืองทอง แล้วอีกไม่นานมันคงจะสว่าง และสดใส เป็นสีฟ้าตามชื่อของมัน
ในมุมหนึ่งของห้องเช่าราคาถูก ปรากฏชายคนหนึ่งชื่อ มาโนท เขาคือชายวัยสี่สิบตอนต้น ซึ่งกำลังนั่งนิ่งๆ ทบทวนความคิดในหัว ที่ประดับด้วยเส้นผมสีดอกเลา แถมยังหยักศกอีกด้วย และหากจะจินตนาการตามทฤษฎีนักวิทยาศาสตร์บางคนว่าไว้ ความคิดคือประจุไฟฟ้าที่วิ่งแล่นไปมาในหัวนั้น ยามนี้พลังไฟฟ้าในหัวเขา ได้สร้างภาพความคิดที่เขาจับมันวางไว้เป็นขั้นตอนอย่างดี รัดกุมรอบคอบ ทบทวนซ้ำหลายรอบจนเสร็จออกมาเป็น”แผนการ”
ใช่! เขาทุ่มเทความคิดที่มีอยู่ทั้งหมดขนาดนี้ มันสมควรแล้วหล่ะ ที่จะเรียกมันว่า...”เดอะลาสเพอร์เฟคแพลน” หรือแปลเป็นภาษาบ้านเราว่า
“แผนสุดท้ายที่ดีที่สุด” เขาบอกตัวเองในใจ และยิ้มมุมปาก คล้ายสายลับในหนังที่เขาดู แผนนี้ จะดำเนินการเพียงครั้งเดียว แล้วมันจะบรรลุผลทันที ฉะนั้น การนี้จึงไม่มีแผนสำรอง มาโนทบอกตัวเอง อย่างนั้น
5นาทีต่อมา มาโนท เปิดสมุดบันทึกข้างกายจดบางอย่างลงไป เพื่อเป็นการมาร์คว่า... อีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้าทุกกอย่างจะเริ่มขึ้น
เข็มนาฬิกายามนี้ ชี้บอกเวลา 05.45น. เขามีเวลาอีก หนึ่งชั่งโมงกว่าๆ หรือหากจะนับละเอียดกว่านั้น เขาจะมีเวลา จำนวน 75นาที หรือราว 4500วินาที ที่เขาจะเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อไปถึงที่หมาย
ด่านแรก ยืนรอเขาอยู่ที่นั่น
เขาหลับตาลง สูดหายใจลึก นึกถึงใครหลายคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต บางคนจากไปแบบไม่มีคำล่ำลา บางคนมีเหตุผลที่หนักแน่น และบางคนมีอะไรต่อมิอะไรหลายอย่างที่บอกเขา คำสัญญา คำสาบาน คำพูดรสหวาน คำเอกพจน์ คำพหูพจน์ แต่สุดท้าย...มันก็บ่งบอกถึงความหมายเดียวกัน นั่นคือ ทุกๆคนปล่อยให้เขาจำยอมอยู่อย่างเดียวดายบนโลกใบนี้
กี่ครั้งแล้วนะที่ชีวิตเขาพบกับการพลัดพราก... หนึ่ง สอง สาม สี ห้า .... โอ้ย...เขานับไม่ไหวหรอก มันมากมายพอๆ กับการคิดเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ ในชีวิตเขาตอนนี้
เฮ้อ...อออออ.... เขาถอนหายใจ ครั้งที่ร้อยแปด แล้วสูดลมหายใจลึก อีกครั้ง เพื่อย้ำเตือนและให้กำลังใจตัวเอง ว่า...การสูดลมลึก และเฮ้อ..ออออ ออกมาครั้งนี้ อย่างน้อยมันก็ยังบอกเขาว่า....เขายังมีลมหายใจ เพื่อสู้ต่อไป
จากนั้นมาโนทก็ลุกขึ้นจากโต๊ะญี่ปุ่น ขนาด หนึ่งคูณหนึ่งเมตร เดินเข้าสู่ห้องน้ำ
ภายในห้องน้ำปรากฏถังสีดำใบขนาดย่อม มีก๊อกสีเหลืองทองอยู่เหนือขอบถัง เขาใช้มือหมุนเกลียว ด้วยความหวังว่า จะมีของเหลวไหลออกมาจากปลายวัตถุนั้น และมันก็เป็นดั่งทุกครั้ง ก๊อกปล่อยแค่ลมออกมาอย่างเบาบาง
ฟู่... เสียงนี้บาดลึกเข้าไปในใจเขายิ่งนัก
ครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะที่เขาลองเปิดมันด้วยความหวัง ว่าจะมีน้ำประปาไหลออกมาให้เขาซักหน่อย ขอแต่ส่วนที่มันขังไว้ปลายท่อก่อนเจ้าของหอพักจะตัดน้ำ ด้วยสาเหตุการค้างค่าเช่าเดือนล่าสุด ขอเท่านี้ก็ไม่ได้....
เฮ้อ...อออออ. เขาถอนหายใจอีกแล้ว
อีกตั้ง70นาทีกว่าที่ สเต็ปแรกของแผนจะเริ่มขึ้น เขาจะทำอย่างไรนะ ในระหว่างที่ความคิดและคำถามตัวเองล่องลอยอยู่ในอากาศ อาการมวลท้องยามเช้าก็เริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาทักทาย มันเป็นสัญญานบอกถึงการปวดหนักเริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาสู่ชีวิต
อู้ย.ยยยยย มาทำไมตอนนี้ มาแบบไม่รับเชิญเสียด้วย มาโนทเริ่มเก็บความคิดและคำถามที่ลอยอยู่รอบตัวให้เข้าที่เข้าทาง แล้วปล่อยคำบ่นออกมาใหม่อีกรอบ
เขาจะทำอย่างไร เมื่อไม่มีน้ำจะชำระล้างให้ถูกสุขอนามัย ข้าศึกหนอ จะรอเวลาอีกหน่อยค่อยบุกมาไม่ได้หรือไร ใยใจร้ายกับคนไม่มีน้ำใช้เช่นนี้
เขารำพึงในใจ ด้วยหวังว่า บางทีการคิดอะไรเพลินๆ ไม่จดจ่อกับสิ่งที่กำลังจะเกิด มันอาจจะสร้างกระบวนการบางอย่างให้ความปวดทุกข์หนักชะลอตัวลง
ไม่เป็นผล... มันมาหนักกว่าเดิม หนักประเภทที่ว่า เขาไม่กล้าจะขยับตัว
อูย..ย...ยยย
เขาร้องออกมาเบาๆ ... ”เดอะลาสเพอร์เฟคแพลน” อาจจะไม่เพอร์เฟคแล้ว....เขาตัดสินใจเปลี่ยนแผน คว้าเสื้อผ้าที่มีสวมใส่
หยิบทุกอย่างที่วางไว้บนโต๊ะ รวบมันเข้ากระเป๋าด้วยความเร็ว พุ่งทยานไปสู่ประตู หมุนลูกบิดด้วยความแรง ผลักมันและก้าวออกไปอย่างชำนาญ แล้วล็อคประตู
แกร๊บ!!! จุดหมายเขาคือ สถานที่หนึ่งที่อยู่ใน ”เดอะลาสเพอร์เฟคแพลน”
ร้านขายของชำใกล้หอพัก ที่เขาเพิ่งมาถึงคือหนึ่งในสถานที่ของแผนการ เขามาก่อนเวลานัดส่งของ ซึ่งก็แน่นอนว่า..มันไร้คนรับของตามนัดหมาย เขาพยายามเคาะประตู หมายให้คนในนั้นตื่นขึ้นมาได้ยิน
ปังๆ ปังๆ เขาเคาะมันนานราว 5 นาที ไม่รู้ว่าปังที่เท่าไหร่ ลุงหมาย เจ้าของร้านถึงเปิดประตู
เขายกมือไหว้ลุง ส่งสายตาวิงวอน บอกถึงอาการไม่พึงประสงค์ ลุงหมายเข้าใจ แต่แผนที่วางไว้ระหว่างกันอย่างรัดกุมมันดันคลาดเคลื่อนนิดหน่อย
แน่นอน...เมื่อมันผิดเพี้ยนจากแผนแม้แต่นิด คนหัวการค้าอย่างลุงหมายต้องคิดถึงต้นทุนที่มีเพิ่มขึ้น
“ฉันจะจ่ายลดลง 5 เปอร์เซ็นต์ของราคาของทั้งหมด เป็นค่าเสียเวลา 1 เปอร์เซ็นต์ ,ค่าน้ำ 2 เปอร์เซ็นต์, ค่าฉันตื่นนอนก่อนเวลา 1 เปอร์เซ็นต์และค่า
กดสวิทย์ไฟห้องน้ำ อีก 1 เปอร์เซ็นต์”
ปู๊ด..ดดด!!!! นั่นคือเสียงคำตอบ ที่มาโนทจำยอมให้ไป ลุงหมายตัดสินได้เองว่านี่คือคำตอบ “ตกลง”
มาโนทรีบตรงไปหาจุดหมาย ก่อนที่อะไรต่อมิอะไรจะทะลักออกมา
ในห้องน้ำ....มาโนทเริ่มคิด....เมื่อแผนแปรเปลี่ยนเป็นเช่นนี้ เขาจึงทดเวลาการเดินทาง เพื่อให้ไปถึงจุดหมาย โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และเพื่อเหลือเงินจ่ายส่วนที่งานงอก 5 เปอร์เซ็นท์ให้กับลุงหมาย ซึ่งสำหรับเขาแล้ว มันเป็นเงินมากมายอยู่โข
แรกเดิมที เขาตั้งใจจะจ่ายค่าวินมอเตอร์ไซท์ 5 บาท ออกไปขึ้นรถเมล์ฟรีที่หน้าปากซอย เมื่อลงรถเมล์ เขาจะรีบไปที่มารค์แรก ให้ทันเวลา 8.00 น.
หากที่ตรงนั้นมีน้ำเปล่าให้บริการฟรี เขาจะไม่เสียเงินซักบาทในมาร์คนี้ ทว่า...ข้าศึกในท้องบุกมาแบบไม่ปราณี เขาจึงต้องจำยอมปรับแผน จากนั่งวินมอเตอร์ไซท์ เป็นเดินเท้าออกจากที่แห่งนี้ เพื่อไปปากซอย ประหยัดเงิน 5 บาท (จ่ายให้ลุงหมาย)
ในระหว่างที่มาโนทคิดเรื่องที่ว่าในหัว เขาก็ค้นพบสัจธรรมข้อหนึ่งในห้องส้วมแห่งนี้ “ ชีวิตนี้ไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆ” ขนาดแผนที่เขาวางไว้อย่างดี
”เดอะลาสเพอร์เฟคแพลน” ที่ว่าแน่นอน ยังต้องแปลเปลี่ยนไปเพราะการเคลื่อนตัวของมวลวัตถุในลำไส้ของเขาเอง...
ฮึ ฮึ ฮึ เขาหัวเราะในลำคอ ประชดชาตากรรมตัวเอง โลกนี้ก็ไม่มีอะไรแน่นอน
เอาล่ะ สิ่งที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป การใหญ่รออยู่ตรงหน้า เพื่อความสำเร็จของแผน เขาต้องตัดใจไม่คิดเรื่องราวที่ผ่านมามากจนเกินไป
เฮ้! เขาชูกำปั้นยกมือขึ้นเหนือหัว ออกเสียงให้กำลังใจตัวเอง ในขณะที่ยังนั่งยองๆ อยู่บนคอห่าน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ เสียง”เฮ้!” นี้ เดินทางไปเข้ารูหู ของลุงหมาย ที่กำลังแอบฟังเสียงน้ำไหลอยู่ใกล้ห้องน้ำ ลุงหมายตั้งใจจะสอดแนมว่า มาโนทนั้นแอบใช้น้ำเกินลิมิตหรือไม่ เปิดน้ำทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์หรือเปล่า จากความสงสัย แปรเปลี่ยนเป็นความแปลกใจ “มันจะเฮ้ทำไม “ ลุงหมายคิดในใจ
................(มีต่อ).................
เรื่องสั้น / เดอะลาสเพอร์เฟคแพลน
ดวงตะวันใกล้จะโผล่ขึ้นมาทักทายขอบฟ้าแล้ว สีทึมเทากำลังจะกลายเป็นสีเหลืองทอง แล้วอีกไม่นานมันคงจะสว่าง และสดใส เป็นสีฟ้าตามชื่อของมัน
ในมุมหนึ่งของห้องเช่าราคาถูก ปรากฏชายคนหนึ่งชื่อ มาโนท เขาคือชายวัยสี่สิบตอนต้น ซึ่งกำลังนั่งนิ่งๆ ทบทวนความคิดในหัว ที่ประดับด้วยเส้นผมสีดอกเลา แถมยังหยักศกอีกด้วย และหากจะจินตนาการตามทฤษฎีนักวิทยาศาสตร์บางคนว่าไว้ ความคิดคือประจุไฟฟ้าที่วิ่งแล่นไปมาในหัวนั้น ยามนี้พลังไฟฟ้าในหัวเขา ได้สร้างภาพความคิดที่เขาจับมันวางไว้เป็นขั้นตอนอย่างดี รัดกุมรอบคอบ ทบทวนซ้ำหลายรอบจนเสร็จออกมาเป็น”แผนการ”
ใช่! เขาทุ่มเทความคิดที่มีอยู่ทั้งหมดขนาดนี้ มันสมควรแล้วหล่ะ ที่จะเรียกมันว่า...”เดอะลาสเพอร์เฟคแพลน” หรือแปลเป็นภาษาบ้านเราว่า
“แผนสุดท้ายที่ดีที่สุด” เขาบอกตัวเองในใจ และยิ้มมุมปาก คล้ายสายลับในหนังที่เขาดู แผนนี้ จะดำเนินการเพียงครั้งเดียว แล้วมันจะบรรลุผลทันที ฉะนั้น การนี้จึงไม่มีแผนสำรอง มาโนทบอกตัวเอง อย่างนั้น
5นาทีต่อมา มาโนท เปิดสมุดบันทึกข้างกายจดบางอย่างลงไป เพื่อเป็นการมาร์คว่า... อีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้าทุกกอย่างจะเริ่มขึ้น
เข็มนาฬิกายามนี้ ชี้บอกเวลา 05.45น. เขามีเวลาอีก หนึ่งชั่งโมงกว่าๆ หรือหากจะนับละเอียดกว่านั้น เขาจะมีเวลา จำนวน 75นาที หรือราว 4500วินาที ที่เขาจะเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อไปถึงที่หมาย
ด่านแรก ยืนรอเขาอยู่ที่นั่น
เขาหลับตาลง สูดหายใจลึก นึกถึงใครหลายคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต บางคนจากไปแบบไม่มีคำล่ำลา บางคนมีเหตุผลที่หนักแน่น และบางคนมีอะไรต่อมิอะไรหลายอย่างที่บอกเขา คำสัญญา คำสาบาน คำพูดรสหวาน คำเอกพจน์ คำพหูพจน์ แต่สุดท้าย...มันก็บ่งบอกถึงความหมายเดียวกัน นั่นคือ ทุกๆคนปล่อยให้เขาจำยอมอยู่อย่างเดียวดายบนโลกใบนี้
กี่ครั้งแล้วนะที่ชีวิตเขาพบกับการพลัดพราก... หนึ่ง สอง สาม สี ห้า .... โอ้ย...เขานับไม่ไหวหรอก มันมากมายพอๆ กับการคิดเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ ในชีวิตเขาตอนนี้
เฮ้อ...อออออ.... เขาถอนหายใจ ครั้งที่ร้อยแปด แล้วสูดลมหายใจลึก อีกครั้ง เพื่อย้ำเตือนและให้กำลังใจตัวเอง ว่า...การสูดลมลึก และเฮ้อ..ออออ ออกมาครั้งนี้ อย่างน้อยมันก็ยังบอกเขาว่า....เขายังมีลมหายใจ เพื่อสู้ต่อไป
จากนั้นมาโนทก็ลุกขึ้นจากโต๊ะญี่ปุ่น ขนาด หนึ่งคูณหนึ่งเมตร เดินเข้าสู่ห้องน้ำ
ภายในห้องน้ำปรากฏถังสีดำใบขนาดย่อม มีก๊อกสีเหลืองทองอยู่เหนือขอบถัง เขาใช้มือหมุนเกลียว ด้วยความหวังว่า จะมีของเหลวไหลออกมาจากปลายวัตถุนั้น และมันก็เป็นดั่งทุกครั้ง ก๊อกปล่อยแค่ลมออกมาอย่างเบาบาง
ฟู่... เสียงนี้บาดลึกเข้าไปในใจเขายิ่งนัก
ครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะที่เขาลองเปิดมันด้วยความหวัง ว่าจะมีน้ำประปาไหลออกมาให้เขาซักหน่อย ขอแต่ส่วนที่มันขังไว้ปลายท่อก่อนเจ้าของหอพักจะตัดน้ำ ด้วยสาเหตุการค้างค่าเช่าเดือนล่าสุด ขอเท่านี้ก็ไม่ได้....
เฮ้อ...อออออ. เขาถอนหายใจอีกแล้ว
อีกตั้ง70นาทีกว่าที่ สเต็ปแรกของแผนจะเริ่มขึ้น เขาจะทำอย่างไรนะ ในระหว่างที่ความคิดและคำถามตัวเองล่องลอยอยู่ในอากาศ อาการมวลท้องยามเช้าก็เริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาทักทาย มันเป็นสัญญานบอกถึงการปวดหนักเริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาสู่ชีวิต
อู้ย.ยยยยย มาทำไมตอนนี้ มาแบบไม่รับเชิญเสียด้วย มาโนทเริ่มเก็บความคิดและคำถามที่ลอยอยู่รอบตัวให้เข้าที่เข้าทาง แล้วปล่อยคำบ่นออกมาใหม่อีกรอบ
เขาจะทำอย่างไร เมื่อไม่มีน้ำจะชำระล้างให้ถูกสุขอนามัย ข้าศึกหนอ จะรอเวลาอีกหน่อยค่อยบุกมาไม่ได้หรือไร ใยใจร้ายกับคนไม่มีน้ำใช้เช่นนี้
เขารำพึงในใจ ด้วยหวังว่า บางทีการคิดอะไรเพลินๆ ไม่จดจ่อกับสิ่งที่กำลังจะเกิด มันอาจจะสร้างกระบวนการบางอย่างให้ความปวดทุกข์หนักชะลอตัวลง
ไม่เป็นผล... มันมาหนักกว่าเดิม หนักประเภทที่ว่า เขาไม่กล้าจะขยับตัว
อูย..ย...ยยย
เขาร้องออกมาเบาๆ ... ”เดอะลาสเพอร์เฟคแพลน” อาจจะไม่เพอร์เฟคแล้ว....เขาตัดสินใจเปลี่ยนแผน คว้าเสื้อผ้าที่มีสวมใส่
หยิบทุกอย่างที่วางไว้บนโต๊ะ รวบมันเข้ากระเป๋าด้วยความเร็ว พุ่งทยานไปสู่ประตู หมุนลูกบิดด้วยความแรง ผลักมันและก้าวออกไปอย่างชำนาญ แล้วล็อคประตู
แกร๊บ!!! จุดหมายเขาคือ สถานที่หนึ่งที่อยู่ใน ”เดอะลาสเพอร์เฟคแพลน”
ร้านขายของชำใกล้หอพัก ที่เขาเพิ่งมาถึงคือหนึ่งในสถานที่ของแผนการ เขามาก่อนเวลานัดส่งของ ซึ่งก็แน่นอนว่า..มันไร้คนรับของตามนัดหมาย เขาพยายามเคาะประตู หมายให้คนในนั้นตื่นขึ้นมาได้ยิน
ปังๆ ปังๆ เขาเคาะมันนานราว 5 นาที ไม่รู้ว่าปังที่เท่าไหร่ ลุงหมาย เจ้าของร้านถึงเปิดประตู
เขายกมือไหว้ลุง ส่งสายตาวิงวอน บอกถึงอาการไม่พึงประสงค์ ลุงหมายเข้าใจ แต่แผนที่วางไว้ระหว่างกันอย่างรัดกุมมันดันคลาดเคลื่อนนิดหน่อย
แน่นอน...เมื่อมันผิดเพี้ยนจากแผนแม้แต่นิด คนหัวการค้าอย่างลุงหมายต้องคิดถึงต้นทุนที่มีเพิ่มขึ้น
“ฉันจะจ่ายลดลง 5 เปอร์เซ็นต์ของราคาของทั้งหมด เป็นค่าเสียเวลา 1 เปอร์เซ็นต์ ,ค่าน้ำ 2 เปอร์เซ็นต์, ค่าฉันตื่นนอนก่อนเวลา 1 เปอร์เซ็นต์และค่า
กดสวิทย์ไฟห้องน้ำ อีก 1 เปอร์เซ็นต์”
ปู๊ด..ดดด!!!! นั่นคือเสียงคำตอบ ที่มาโนทจำยอมให้ไป ลุงหมายตัดสินได้เองว่านี่คือคำตอบ “ตกลง”
มาโนทรีบตรงไปหาจุดหมาย ก่อนที่อะไรต่อมิอะไรจะทะลักออกมา
ในห้องน้ำ....มาโนทเริ่มคิด....เมื่อแผนแปรเปลี่ยนเป็นเช่นนี้ เขาจึงทดเวลาการเดินทาง เพื่อให้ไปถึงจุดหมาย โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และเพื่อเหลือเงินจ่ายส่วนที่งานงอก 5 เปอร์เซ็นท์ให้กับลุงหมาย ซึ่งสำหรับเขาแล้ว มันเป็นเงินมากมายอยู่โข
แรกเดิมที เขาตั้งใจจะจ่ายค่าวินมอเตอร์ไซท์ 5 บาท ออกไปขึ้นรถเมล์ฟรีที่หน้าปากซอย เมื่อลงรถเมล์ เขาจะรีบไปที่มารค์แรก ให้ทันเวลา 8.00 น.
หากที่ตรงนั้นมีน้ำเปล่าให้บริการฟรี เขาจะไม่เสียเงินซักบาทในมาร์คนี้ ทว่า...ข้าศึกในท้องบุกมาแบบไม่ปราณี เขาจึงต้องจำยอมปรับแผน จากนั่งวินมอเตอร์ไซท์ เป็นเดินเท้าออกจากที่แห่งนี้ เพื่อไปปากซอย ประหยัดเงิน 5 บาท (จ่ายให้ลุงหมาย)
ในระหว่างที่มาโนทคิดเรื่องที่ว่าในหัว เขาก็ค้นพบสัจธรรมข้อหนึ่งในห้องส้วมแห่งนี้ “ ชีวิตนี้ไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆ” ขนาดแผนที่เขาวางไว้อย่างดี
”เดอะลาสเพอร์เฟคแพลน” ที่ว่าแน่นอน ยังต้องแปลเปลี่ยนไปเพราะการเคลื่อนตัวของมวลวัตถุในลำไส้ของเขาเอง...
ฮึ ฮึ ฮึ เขาหัวเราะในลำคอ ประชดชาตากรรมตัวเอง โลกนี้ก็ไม่มีอะไรแน่นอน
เอาล่ะ สิ่งที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป การใหญ่รออยู่ตรงหน้า เพื่อความสำเร็จของแผน เขาต้องตัดใจไม่คิดเรื่องราวที่ผ่านมามากจนเกินไป
เฮ้! เขาชูกำปั้นยกมือขึ้นเหนือหัว ออกเสียงให้กำลังใจตัวเอง ในขณะที่ยังนั่งยองๆ อยู่บนคอห่าน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ เสียง”เฮ้!” นี้ เดินทางไปเข้ารูหู ของลุงหมาย ที่กำลังแอบฟังเสียงน้ำไหลอยู่ใกล้ห้องน้ำ ลุงหมายตั้งใจจะสอดแนมว่า มาโนทนั้นแอบใช้น้ำเกินลิมิตหรือไม่ เปิดน้ำทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์หรือเปล่า จากความสงสัย แปรเปลี่ยนเป็นความแปลกใจ “มันจะเฮ้ทำไม “ ลุงหมายคิดในใจ
................(มีต่อ).................