เว็บไซต์ FIVB แสดงบทความกล่าวถึง "ปลื้มจิตร์-วิลาวัณย์" ในเรื่องแรงบันดาลใจ ความอ่อนน้อม และความเป็นผู้นำ


Lausanne, Switzerland, March 20, 2019 – Pleumjit Thinkaow and Wilavan Apinyapong took some time out to talk to fivb.com about their humble beginnings, leading Thailand in reaching its Olympic dream and creating a legacy in their country.
----------------------------------------------------------------------------------------------

Pleumjit and Wilavan are arguably the most seasoned players in the Thai women’s national team with playing careers spanning over two decades – from the youth national team to the senior team where they have inspired each other and have built their great friendship.
ปลื้มจิตร์ และ วิลาวัณย์ เป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์ที่สุดในทีมชาติหญิงของไทย ประกอบไปด้วยสองทศวรรษ นับตั้งแต่ทีมเยาวชนระดับชาติจนถึงทีมระดับชุดใหญ่ที่พวกเขาสร้างแรงบันดาลใจซึ่งกันและกัน และสร้างมิตรภาพที่ดี

“I started playing volleyball when I was 14 years old,” Pleumjit said. “It was my father who inspired me to play because he liked volleyball.”
“ ฉันเริ่มเล่นวอลเลย์บอลเมื่อฉันอายุ 14 ปี” ปลื้มจิตร์ กล่าว “ โดยมีพ่อเป็นแรงบันดาลใจให้เล่น เพราะเขาชอบวอลเลย์บอล”

“I was eight or nine years old when I first started playing,” Wilavan added. “I just tried playing it by myself then my parents saw me and taught me how to play the basic skills. I joined my high school team in the same school where my mom and dad worked as teachers.
"ฉันเริ่มเล่นครั้งแรกตอนอายุแปด-เก้าขวบ”  วิลาวัณย์ เสริม “ ฉันลองเล่นด้วยตัวเอง จนพ่อแม่ได้เห็น จึงสอนถึงวิธีการเล่นทักษะพื้นฐาน ฉันเข้าร่วมทีมโรงเรียนมัธยมในโรงเรียนเดียวกับที่พ่อกับแม่ทำงานเป็นครู

“When I first joined the national team, I almost gave up and I just wanted to go back to school and study but it was Pleumjit who convinced me to stay because I like playing with her. After that I never wanted to leave the national team because playing there has given me so much – experience, friends and a good life.”
“ เมื่อฉันเข้าร่วมทีมชาติเป็นครั้งแรกฉันเกือบจะยอมแพ้และอยากกลับไปโรงเรียนเพื่อเรียน แต่เป็น  ปลื้มจิตร์ ที่โน้มน้าวให้อยู่เพราะฉันชอบเล่นกับเธอ หลังจากนั้นฉันไม่เคยต้องการออกจากทีมชาติเพราะการซ้อมที่นั่นทำให้ได้อะไรมากมาย ทั้งประสบการณ์ มีเพื่อนและชีวิตที่ดี”

Their friendship was not the only thing that has evolved over the years but also their role as leaders of the team. Pleumjit and Wilavan are now the ties that bind Thailand’s volleyball sisterhood.
มิตรภาพของพวกเขาไม่ใช่สิ่งเดียวที่พัฒนามาตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ยังรวมถึงบทบาทของพวกเขาในฐานะผู้นำของทีม ปลื้มจิตร์ และ วิลาวัณย์ เป็นสายสัมพันธ์ที่ผูกมัดพี่น้องวอลเลย์บอลของไทย

“We have a big age gap in our team. We have old and young players, so we have to guide the young players and hope that they can help make the team better each year.”
“ เรามีช่องว่างอายุมากในทีมของเรา ทีมเรามีผู้เล่นอายุน้อย ดังนั้นเราจึงต้องแนะนำและหวังว่าพวกเขาจะสามารถช่วยให้ทีมดีขึ้นในแต่ละปี”

“I would say that I’m a follower and a leader,” Pleumjit said. “Wilavan and I help each other to lead the younger players in the national team.”
“ ฉันจะบอกว่าฉันเป็นผู้ตามและเป็นผู้นำ” ปลื้มจิตร์ กล่าว “ วิลาวัณย์และฉันช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อนำผู้เล่นอายุน้อยในทีมชาติ”

The Thai duo helped the team achieve a fourth-place finish at the FIVB Volleyball World Grand Prix in 2012 – their best finish at world level. They played key roles in two gold medal triumphs at the Asian Championships in 2009 and 2013, and the silver medal finish at the Asian Games in 2018.
ทั้งสองคนช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จในอันดับสี่ใน FIVB Volleyball World Grand Prix ในปี 2555 ซึ่งเป็นระดับที่ดีที่สุดในระดับโลก พวกเขามีบทบาทสำคัญในชัยชนะสองเหรียญทองในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชียในปี 2009 และ 2013 และเหรียญเงินในเอเชียนเกมส์ในปี 2018

“I played volleyball for fun when I was young,” Wilavan said. “It never crossed my mind that playing for the national team would make me popular and have so many fans. We never let fame get inside our heads and we always acted like normal people. When people approach us, we talk to them like equals and always thank them for the support. It’s also because of this that more fans have come to like us.
“ ฉันเล่นวอลเลย์บอลเพื่อความสนุกสนานเมื่อยังเด็ก” วิลาวัณย์ กล่าว “ ไม่เคยสนใจเลยว่าการเล่นให้ทีมชาติจะทำให้มีชื่อเสียงและมีแฟนๆ มากมาย เราไม่เคยปล่อยให้ชื่อเสียงเข้ามาในหัวของเรา และเรามักจะทำตัวเหมือนคนปกติ เมื่อผู้คนเข้าหาเราเราพูดกับพวกเขาอย่างเท่าเทียมกัน และขอบคุณพวกเขาเสมอสำหรับการสนับสนุน ทำให้มีแฟนๆ ชอบเรามากขึ้น

“We know we have a huge following, but we take pride only in the contribution we have made for volleyball in Thailand. Volleyball was not popular in our country before, but our team made it popular here with our victories. This will be part of our legacy.”
“เรารู้ว่ามีการติดตาม เราก็ภูมิใจในผลงานที่เราทำเพื่อวอลเลย์บอลในประเทศไทย วอลเล่ย์บอลไม่ได้รับความนิยมในประเทศของเรามาก่อน แต่ทีมของเราทำให้มันเป็นที่นิยม นี่จะเป็นส่วนหนึ่งของมรดกของเรา”

“I feel so happy and grateful to the fans for always supporting us and showing us that we are part of a big family. I’ve always stayed the same.” Pleumjit said.
“ ฉันรู้สึกมีความสุขและขอบคุณแฟน ๆ ที่ให้การสนับสนุนพวกเรามาตลอดและแสดงให้เราเห็นว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวใหญ่ เรายังคงเหมือนเดิมเสมอ " ปลื้มจิตร์ กล่าว

The sense of being in a family creates self-assurance and builds confidence towards each member of the group, and the two Thai players trust the capabilities of their teammates.
ความรู้สึกของการอยู่ในครอบครัวสร้างความมั่นใจในตนเอง และสร้างความมั่นใจต่อสมาชิกแต่ละคนในทีมและผู้เล่นไทย ทั้งสองคนเชื่อมั่นในความสามารถของเพื่อนร่วมทีม

“We hope that Thailand will perform well at the VNL this year,” Wilavan said. “Since the VNL is played over a longer period, we need to sustain our level and be in great condition to be able to play this tournament. The schedule is very hectic but it also teaches our young players to cope with the travel schedule through balance in rest and play and in diet and nutrition.”
“เราหวังว่าทีมชาติไทยจะทำผลงานได้ดีกับ VNL ในปีนี้” วิลาวัณย์ กล่าว “ เนื่องจาก VNL เล่นเป็นเวลานานเราจึงต้องรักษาระดับและอยู่ในสภาพที่ดีเพื่อให้สามารถเแข่งในทัวร์นาเมนต์นี้ ตารางค่อนข้างวุ่นวาย แต่ก็สอนให้นักตบรุ่นเยาว์ของเรารับมือกับตารางการเดินทางผ่านความสมดุลในการพักผ่อน การแข่งขัน ดูแลควบคุมอาหารและโภชนาการ”

“We start training after the Thai Super League,” Pleumjit added. “We need our fans to be behind us all the way by cheering for us wherever we are.”
“เราเริ่มเก็บตัวทีมชาติหลังจากไทยซูเปอร์ลีก” ปลื้มจิตต์ กล่าวเสริม  “ เราต้องการให้แฟนๆ ของเราอยู่ข้างๆ เราตลอด โดยให้กำลังใจเราทุกที่ที่เราอยู่”

“It has become easier for our fans in Thailand and all over the world to follow our team,” said Wilavan on the different platforms to watch their VNL matches. “Fans can watch the matches live on TV, and live stream through desktop and mobile apps. These platforms have given many choices for the fans to follow us.”
“ มันง่ายขึ้นสำหรับแฟนๆ ของเราในประเทศไทยและทั่วโลกที่จะติดตามทีมของเรา” วิลาวัณย์ กล่าว บนแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อชมการแข่งขัน VNL  “ แฟนๆ สามารถชมการแข่งขันถ่ายทอดสดทางทีวีและสตรีมสดผ่านเดสก์ท็อปและแอพมือถือ แพลตฟอร์มเหล่านี้มีทางเลือกมากมายสำหรับแฟนๆ ที่ติดตามเรา”

The VNL is one of many tasks that Thailand has to complete this season and the Thai tandem is hungry to gain qualification to the Tokyo 2020 Olympic Games.
VNL เป็นหนึ่งในภารกิจหลายอย่างที่ประเทศไทยต้องดำเนินการให้สำเร็จในฤดูกาลนี้ และคนไทยนั้นก็อยากที่จะได้เข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียว 2020

“We want to be in the Olympics,” Wilavan said. “It’s the only tournament we have never been to. We are getting older and it will get even more difficult for the two of us to wait for the next edition, so we want to qualify this time to Tokyo 2020.”
“เราต้องการเข้าร่วมเกมที่โอลิมปิก” วิลาวัณย์ กล่าว “ มันเป็นทัวร์นาเมนต์เดียวที่เราไม่เคยไป เราเริ่มอายุมากขึ้นแล้ว และมันจะยิ่งยากขึ้นสำหรับเราสองคนที่จะรอรุ่นถัดไปดังนั้นเราจึงต้องการผ่านเข้ารอบครั้งนี้ไปโตเกียวปี 2020”

Wilavan and Pleumjit have already transcended barriers thanks to their love for the sport. Their eyes are set on success and they are as ready as ever to take the next step in their careers.
ปลื้มจิตร์ และ วิลาวัณย์ ได้ผ่านพ้นอุปสรรคไปแล้วเนื่องจากความรักในกีฬา พวกเขาประสบความสำเร็จ และพร้อมที่จะก้าวต่อไปในอาชีพการงาน

“You have to start everything with love,” Wilavan said. “If you love playing volleyball then you give everything to be successful.”
“ คุณต้องเริ่มทุกอย่างด้วยความรัก” วิลาวัณย์ กล่าว “ ถ้าคุณรักการเล่นวอลเลย์บอลคุณก็ต้องทุ่มเททุกอย่างให้สำเร็จ”

ที่มา ::: http://www.fivb.org/en/Volleyball/viewPressRelease.asp?No=80622&Language=en
การแปล ** หากผิดพลาดข้อความไม่สวยงามส่วนใดขออภัยด้วยนะครับ  ขอบคุณกูเกิลด้วย

เพิ่มรูป
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่