สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 10
ผมเข้ามาอ่านเพราะอยากทราบเหมือนเจ้าของกระทู้นะ แต่ถึงจุดนี้งงกับความเห็นที่เข้ามาแขวะหรือมาตอบแบบกวนๆมากๆ เค้าก็ตั้งกระทู้ถามดีๆ ถ้าไม่รู้หรือรู้ทำไมไม่ตอบกันดีๆล่ะครับ
สมาชิกหมายเลข 4161737 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2236739 ถูกใจ, ไฟฉายขยายส่วน ถูกใจ, มือวางอันดับสุดท้าย ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4510876 ถูกใจ, มีหมาชื่อหมึก ถูกใจ, จะลากแตะ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5165290 ถูกใจ, ความรัก ไม่มีในโรค ถูกใจ, ถังต๋า ป๋ามาแล้ว ถูกใจรวมถึงอีก 20 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 7
องค์ประกอบของไฟ มี 3 องค์ประกอบคือ 1. เชื้อเพลิง 2. ความร้อน 3. ออกซิเจน ดังนั้นในการป้องกันต้องแก้ที่ 3 องค์ประกอบ
1.เชื้อเพลิง ปัจจุบัน รถรุ่นใหม่ ๆ หากเกิดอุบัติเหตุชนจะมีระบบตัดการจ่ายน้ำมันเพื่อไมให้เกิดการจ่ายน้ำมันขณะเกิดอุบัติเหตุ แต่บางครั้ง หากมีการละเลยเรื่องการบำรุงรักษาเรื่องการรั่วซึมของน้ำมันเชื้อเพลิง ก็อาจทำให้เกิดไฟไหม้ได้ ทั้งในระบบน้ำมันและระบบแก๊ส อีกทั้ง วัสดุที่นำมาทำภายในส่วนใหญ่ก็เป็นพลาสติกก็เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ซึ่งแม้แต่รถไฟฟ้าเอง ก็มีวัสดุที่เป็นพลาสติกเป็นส่วนประกอบ ซึ่งก็ถือเป็นเชื้อเพลิงเหมือนกัน อาจต้องมีการเปลี่ยนวัสดุที่ไม่ติดไฟ หรือลุกไหม้ได้ยาก
2. ความร้อนหรือประกายไฟ อันเนื่องมาจากความร้อนของเครื่องยนต์ หรือประกายไฟทีเกิดจากการเสียดสีของโลหะ ในบางครั้งอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้
3. ออกซิเจน มีอยู่ทั่วไปในอากาศ มองดูแล้วอาจจะควบคุมได้ยาก แต่หากว่าเปลี่ยนวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิง เช่นพลาสติกภายในห้องโดยสาร หรือ ไฟเบอร์ที่ทำเป็นบอดี้รถ อาจต้องเปลี่ยนหรือพัฒนาเป็นวัสดุที่สามารถติดไฟได้ยาก หรือ หากติดไฟแล้ว ทำให้เกิดควัน แทนที่จะปล่อยให้มันลอยไปในอากาศ ก็เปลี่ยนให้เป็นควันที่มีคุณสมบัติหนักกว่าอากาศ เหมือนเป็นโดมปกคลุมบริเวณที่เกิดการไหม้ เพื่อไม่ให้เกิดการรวมตัวของ ออกซิเจน ซึ่งเป็นองค์ประกอบในการเกิดไฟ และที่สำคัญ ควันที่ปกคลุมต้องไม่เป็นอันตรายต่อระบบหายใจของมนุษย์
1.เชื้อเพลิง ปัจจุบัน รถรุ่นใหม่ ๆ หากเกิดอุบัติเหตุชนจะมีระบบตัดการจ่ายน้ำมันเพื่อไมให้เกิดการจ่ายน้ำมันขณะเกิดอุบัติเหตุ แต่บางครั้ง หากมีการละเลยเรื่องการบำรุงรักษาเรื่องการรั่วซึมของน้ำมันเชื้อเพลิง ก็อาจทำให้เกิดไฟไหม้ได้ ทั้งในระบบน้ำมันและระบบแก๊ส อีกทั้ง วัสดุที่นำมาทำภายในส่วนใหญ่ก็เป็นพลาสติกก็เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ซึ่งแม้แต่รถไฟฟ้าเอง ก็มีวัสดุที่เป็นพลาสติกเป็นส่วนประกอบ ซึ่งก็ถือเป็นเชื้อเพลิงเหมือนกัน อาจต้องมีการเปลี่ยนวัสดุที่ไม่ติดไฟ หรือลุกไหม้ได้ยาก
2. ความร้อนหรือประกายไฟ อันเนื่องมาจากความร้อนของเครื่องยนต์ หรือประกายไฟทีเกิดจากการเสียดสีของโลหะ ในบางครั้งอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้
3. ออกซิเจน มีอยู่ทั่วไปในอากาศ มองดูแล้วอาจจะควบคุมได้ยาก แต่หากว่าเปลี่ยนวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิง เช่นพลาสติกภายในห้องโดยสาร หรือ ไฟเบอร์ที่ทำเป็นบอดี้รถ อาจต้องเปลี่ยนหรือพัฒนาเป็นวัสดุที่สามารถติดไฟได้ยาก หรือ หากติดไฟแล้ว ทำให้เกิดควัน แทนที่จะปล่อยให้มันลอยไปในอากาศ ก็เปลี่ยนให้เป็นควันที่มีคุณสมบัติหนักกว่าอากาศ เหมือนเป็นโดมปกคลุมบริเวณที่เกิดการไหม้ เพื่อไม่ให้เกิดการรวมตัวของ ออกซิเจน ซึ่งเป็นองค์ประกอบในการเกิดไฟ และที่สำคัญ ควันที่ปกคลุมต้องไม่เป็นอันตรายต่อระบบหายใจของมนุษย์
สมาชิกหมายเลข 4161737 ถูกใจ, มือวางอันดับสุดท้าย ถูกใจ, fujimon ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4938120 ถูกใจ, joydee ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2296941 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5147174 ถูกใจ, nuttykibum ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5201497 ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
อุบัติเหตุบนท้องถนน
เทคโนโลยี
รถยนต์ที่ชนแล้วไฟลุกท่วมทั้งคันเกิดจากอะไรครับ แล้วเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำไมถึงยังป้องกันหรือแก้ปัญหานี้ไม่ได้
คำถาม
1. เวลารถชนแล้วไฟลุก มันเกิดจากอะไร
2. ทำไมเทคโนโลยีสมัยใหม่ยังป้องกันหรือแก้ไขไม่ได้