เราคบกันมา 7 ปี กับแฟน แต่ไปเที่ยวด้วยกันทั้งหมด 3 ครั้ง
.
.
.
ทุกครั้งที่เราไปเที่ยวกับเขา เราจะเป็นฝ่ายช่วนและไปหาเขาตลอด ครั้งแรกเรานั่งรถโดยสาร เพื่อไปหาเขาที่ ก.ท.ม เขาทำงานที่นั่น ก็เที่ยวใน ก.ท.ม ก็สนุกดีคะ และเขาก็ย้ายที่ทำงานไปอยู่ภาค อีสาน ใกล้ๆบ้านเขา ห่างกันประมาณ 400 โล เขาทำงานเป็นทหาร ส่วนเราทำธุรกิจครอบครัว ครั้งที่ 2 เรามีรถส่วนตัวเราก็ขับไปหาเขาเพื่อที่จะพาเขาไปเที่ยวพักผ่อนไปกัน 2 คน ผลัดกันขับระหว่าไปเที่ยว เรารู้สึกสนุกดีคะที่ได้ไปเที่ยวกับเขา แต่ส่วนตัวเขาไม่ชอบเที่ยว ไม่ชอบไปไหนที่คนเยอะๆ เราก็เลือกที่ไปที่ไม่ใช่หน้าเทศการ ตลอดเวลาที่คบกันคุยผ่านโทรศัพท์กันทุกวันคะ ช่วง 3 ปีแรก บ้านเราอยู่ใกล้ๆกัน แล้วครอบครัวเขาก็ย้ายบ้านไป เลยได้คุยกันแค่โทรศัพท์ เขาก็มีมาหาเราบ้างเพราะบ้านญาติเขาอยู่จังหวัดเดียวกับเรา ปีหนึง ก็ได้ เจอกัน ไม่เกิน 3 ครั้ง เราอายุห่างกัน ประมาณ 4 ปี เราแก่กว่าเขา แต่พอมาช่วงหลังๆ เขารู้สึกติดเพื่อนติดพี่ เหมือนมีสังคมของเขา เราพยามเข้าใจเขามากที่สุด แต่ก็น้อยใจเป็นเรื่องปกติขอผู้หญิงส่วนตัวเรา แรกๆเราเป็นคนขี้หึงมากพอมาหลังๆ เราก็ค่อยๆๆปรับตัวเพราะมันไกลกันพยามเชื่อใจเขาให้มากที่สุด พอมาครั้งล่าสุดเรา ก็ไปรับเขามาเที่ยวด้วยกันกับแม่เรา แล้วก็มีป้าอีก 3 คน แต่ไปคนละคันกัน เรารู้สึกได้ว่าเขาไม่มีความสุขเลย เหมือนไม่สนุก เราไปเที่ยวกับเขาครั้งนี้ เราไม่เคยให้เขาออกอะไรเลย เราแค่อยากพามาเที่ยว แต่ก็เหมือน ทริปครั้งนี้มันก้อยมาก พอระหว่างทางที่ไปเที่ยว มีเพื่อนเขาโทรช่วนไปเที่ยว เขาดูตื่นเต้น ดูอยากไป และก็จะขับรถไปรับเพื่อนๆ รถของพ่อแม่เขา ได้ยินเขาคุยโทรศัพท์กับเพื่อน แต่เขาก็ไม่ได้ช่วนเรานะ เราก็น้อยใจที่แบบเวลาเขาไปเที่ยวกับเพื่อนเขาดูอยากไป แต่ทุกครั้งที่เราช่วนไปเที่ยว คำตอบมักจะได้ยินแบบ แล้วแต่ อยากไปก็ไป พอไปเทียวครั้งนี้เรารู้สึกว่าเหมือนเราพยามเข้าหาเขา ตลอด เรามักจะหาสิ่งที่เขาชอบ เขาชอบเล่นเกม เราก็ฝึกเล่นเกม จนเล่นกับเขาได้ แต่ส่วนใหญ่เขามักจะเล่นเกมกับพี่ที่ทำงาน เขาบอกจะเล่นกับเรา แล้วเขาก็หายไป พอเวลาเราช่วนไปงานวัด เขาบอกว่าคนเยอะไม่อยากไป พอไปกับพี่ที่ทำงานหรือเพื่อน เราก็เห็นเขาไปตลอด แต่เขาก็โทรบอกเราไม่ว่าจะไปไหน นั้นก็เป็นข้อดีของเขา
ครั้งก่อนเราเคยพูดถึงเรื่องแต่งงาน เขาก็บอกว่ารอก่อน รอเก็บเงินก่อน เราก็มีแอบเก็บส่วนของเราไว้ไม่ได้บอกเขา
ครั้งที่ไปเที่ยว เราก็ลองพูดถึงเรื่องแต่งงานอีก เขาบอกรอเขาใช้หนี้ที่บ้านก่อน แล้วเขาก็อยากได้รถออกมาขับเขาอยากได้รถป้ายแดง
แต่ตัวเราก็แนะนำเขาให้ลองดูรถมือสองสภาพดีเยอะ เพราะเราก็ขับอยู่เราเลือกรถเองเราดูเครื่องเอง ทุกวันนี้เราก็ขับอยู่ แต่เขาก็เหมือนไม่ได้ฟังเราพูดเท่าไร เขาดูรักครอบครัวเขานั่นก็เป็นสิ่งที่ดีคะเขาส่งเงินให้แม่ใช้ แทบหมดเลย เขามีกินแค่เดือน ไม่กี่พันเองอาศัยกินข้าวโรงเลี้ยงของหน่วยทหาร เราก็แอบเป็นห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายของเขา แต่ก็ทำได้แค่แนะนำ หลังจากกลับจนแม่ทักบอกว่าเราจะเหนื่อยมากๆๆ ถ้าเลือกเขา เขากับแม่ก็เคยเจอกันบ่อยๆๆตอนที่เขายังไม่ได้ย้ายบ้าน แต่ครั้งนี้แม่เราพูดขึ้นมา หลังจากนั้นตลอดทางที่กลับมาจากเที่ยวแล้วก็เลยไปส่งเขาที่ทำงาน เราคิดมากมาตลอดทาง
เราควรคบกับเขาต่อไหม ? เคยมีประสบการณ์แบบนี้บ้างรึป่าวคะ ถ้ามีช่วยเล่าให้ฟังหน่อยนะคะ
เราดูพยามมากเกินไปรึป่าว?
เราควรจะทำตัวยังไง ?
พิมพ์ผิดพราดประการณ์ใดขออภัยนะคะ เรารู้สึกคิดมากจริงๆ
คบกันมา 7 ปี คุ้มไหมที่จะรักกันต่อ?
.
.
.
ทุกครั้งที่เราไปเที่ยวกับเขา เราจะเป็นฝ่ายช่วนและไปหาเขาตลอด ครั้งแรกเรานั่งรถโดยสาร เพื่อไปหาเขาที่ ก.ท.ม เขาทำงานที่นั่น ก็เที่ยวใน ก.ท.ม ก็สนุกดีคะ และเขาก็ย้ายที่ทำงานไปอยู่ภาค อีสาน ใกล้ๆบ้านเขา ห่างกันประมาณ 400 โล เขาทำงานเป็นทหาร ส่วนเราทำธุรกิจครอบครัว ครั้งที่ 2 เรามีรถส่วนตัวเราก็ขับไปหาเขาเพื่อที่จะพาเขาไปเที่ยวพักผ่อนไปกัน 2 คน ผลัดกันขับระหว่าไปเที่ยว เรารู้สึกสนุกดีคะที่ได้ไปเที่ยวกับเขา แต่ส่วนตัวเขาไม่ชอบเที่ยว ไม่ชอบไปไหนที่คนเยอะๆ เราก็เลือกที่ไปที่ไม่ใช่หน้าเทศการ ตลอดเวลาที่คบกันคุยผ่านโทรศัพท์กันทุกวันคะ ช่วง 3 ปีแรก บ้านเราอยู่ใกล้ๆกัน แล้วครอบครัวเขาก็ย้ายบ้านไป เลยได้คุยกันแค่โทรศัพท์ เขาก็มีมาหาเราบ้างเพราะบ้านญาติเขาอยู่จังหวัดเดียวกับเรา ปีหนึง ก็ได้ เจอกัน ไม่เกิน 3 ครั้ง เราอายุห่างกัน ประมาณ 4 ปี เราแก่กว่าเขา แต่พอมาช่วงหลังๆ เขารู้สึกติดเพื่อนติดพี่ เหมือนมีสังคมของเขา เราพยามเข้าใจเขามากที่สุด แต่ก็น้อยใจเป็นเรื่องปกติขอผู้หญิงส่วนตัวเรา แรกๆเราเป็นคนขี้หึงมากพอมาหลังๆ เราก็ค่อยๆๆปรับตัวเพราะมันไกลกันพยามเชื่อใจเขาให้มากที่สุด พอมาครั้งล่าสุดเรา ก็ไปรับเขามาเที่ยวด้วยกันกับแม่เรา แล้วก็มีป้าอีก 3 คน แต่ไปคนละคันกัน เรารู้สึกได้ว่าเขาไม่มีความสุขเลย เหมือนไม่สนุก เราไปเที่ยวกับเขาครั้งนี้ เราไม่เคยให้เขาออกอะไรเลย เราแค่อยากพามาเที่ยว แต่ก็เหมือน ทริปครั้งนี้มันก้อยมาก พอระหว่างทางที่ไปเที่ยว มีเพื่อนเขาโทรช่วนไปเที่ยว เขาดูตื่นเต้น ดูอยากไป และก็จะขับรถไปรับเพื่อนๆ รถของพ่อแม่เขา ได้ยินเขาคุยโทรศัพท์กับเพื่อน แต่เขาก็ไม่ได้ช่วนเรานะ เราก็น้อยใจที่แบบเวลาเขาไปเที่ยวกับเพื่อนเขาดูอยากไป แต่ทุกครั้งที่เราช่วนไปเที่ยว คำตอบมักจะได้ยินแบบ แล้วแต่ อยากไปก็ไป พอไปเทียวครั้งนี้เรารู้สึกว่าเหมือนเราพยามเข้าหาเขา ตลอด เรามักจะหาสิ่งที่เขาชอบ เขาชอบเล่นเกม เราก็ฝึกเล่นเกม จนเล่นกับเขาได้ แต่ส่วนใหญ่เขามักจะเล่นเกมกับพี่ที่ทำงาน เขาบอกจะเล่นกับเรา แล้วเขาก็หายไป พอเวลาเราช่วนไปงานวัด เขาบอกว่าคนเยอะไม่อยากไป พอไปกับพี่ที่ทำงานหรือเพื่อน เราก็เห็นเขาไปตลอด แต่เขาก็โทรบอกเราไม่ว่าจะไปไหน นั้นก็เป็นข้อดีของเขา
ครั้งก่อนเราเคยพูดถึงเรื่องแต่งงาน เขาก็บอกว่ารอก่อน รอเก็บเงินก่อน เราก็มีแอบเก็บส่วนของเราไว้ไม่ได้บอกเขา
ครั้งที่ไปเที่ยว เราก็ลองพูดถึงเรื่องแต่งงานอีก เขาบอกรอเขาใช้หนี้ที่บ้านก่อน แล้วเขาก็อยากได้รถออกมาขับเขาอยากได้รถป้ายแดง
แต่ตัวเราก็แนะนำเขาให้ลองดูรถมือสองสภาพดีเยอะ เพราะเราก็ขับอยู่เราเลือกรถเองเราดูเครื่องเอง ทุกวันนี้เราก็ขับอยู่ แต่เขาก็เหมือนไม่ได้ฟังเราพูดเท่าไร เขาดูรักครอบครัวเขานั่นก็เป็นสิ่งที่ดีคะเขาส่งเงินให้แม่ใช้ แทบหมดเลย เขามีกินแค่เดือน ไม่กี่พันเองอาศัยกินข้าวโรงเลี้ยงของหน่วยทหาร เราก็แอบเป็นห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายของเขา แต่ก็ทำได้แค่แนะนำ หลังจากกลับจนแม่ทักบอกว่าเราจะเหนื่อยมากๆๆ ถ้าเลือกเขา เขากับแม่ก็เคยเจอกันบ่อยๆๆตอนที่เขายังไม่ได้ย้ายบ้าน แต่ครั้งนี้แม่เราพูดขึ้นมา หลังจากนั้นตลอดทางที่กลับมาจากเที่ยวแล้วก็เลยไปส่งเขาที่ทำงาน เราคิดมากมาตลอดทาง
เราควรคบกับเขาต่อไหม ? เคยมีประสบการณ์แบบนี้บ้างรึป่าวคะ ถ้ามีช่วยเล่าให้ฟังหน่อยนะคะ
เราดูพยามมากเกินไปรึป่าว?
เราควรจะทำตัวยังไง ?
พิมพ์ผิดพราดประการณ์ใดขออภัยนะคะ เรารู้สึกคิดมากจริงๆ