อยากรู้ว่าทุกวันนี้คนที่เราใช้ชีวิตด้วยเขารักเรารึเปล่า อยากเลิกทั้งๆที่รักเขามากทำยังไงดี

กระทู้คำถาม
สวัสดีค่ะ อยากขอความเห็นจากคุณผู้ชายที่เคยผ่านการมีครอบครัวมาแล้วหรือเคยมีความรักมาแล้วก็ได้ค่ะ อยากรู้จริงๆว่าคนที่เราคบอยู่นี้เขารักเราไหมและมันควรไปต่อรึเปล่า ตอนนี้รู้สึกสับสนกับความสัมพันธ์และไม่มีความสุขเอาซะเลย 
ขออนุญาตเล่ายาวๆแบบละเอียดตั้งแต่เริ่มรู้จักกันเลยนะคะ เพื่อวิเคราะห์ดู
คือเราอายุ 34 ปี เดิมทำงานแบงก์แห่งหนึ่ง ด้วยตำแหน่งและหน้าทีการงานทำให้เราได้เจอคนหลากหลาย เราได้รู้จักกับชายคนหนึ่งอายุ 52 ปี ซึ่งเป็นลูกค้าเราเอง ตอนนั้นที่รู้จักกันเขามีครอบครัวแล้วและรักครอบครัวมาก เราชื่นชมนับถือและดูแลเขาเหมือนลูกค้าทั่วไปไม่มีอะไรพิเศษ โดยส่วนตัวเราไม่ชอบคนแก่และทราบดีว่าเขามีครอบครัวอยู่แล้ว เราใช้ชีวิตเฮฮาสนุกสนาน ทำงาน ปาร์ตี้ มีผู้ชายมากหน้าหลายตามาจีบตลอด แต่ไม่เคยคบใครเพราะตอนนั้นแอบรักเจ้านายตัวเองอยู่555 จนเวลาผ่านไป เราอกหักจากเจ้านายเราเอง ซึ่งเวลาสองปีที่ผ่านมานั้นเราติดต่อพูดคุยกับลูกค้าคนนี้มาตลอด ได้เห็นได้ทราบเรื่องครอบครัวเขา ได้ดูแลได้บริการเขาสม่ำเสมอ และพี่เขาก็แนะนำลูกค้าให้เราเรื่อยๆจนทำให้เราสนิทสนมกันระดับหนึ่ง 
ต่อมา ( หลังจากรู้จักกันได้สักสองปี ) พี่เขาก็มักจะโทรชวนเรากินข้าว ชวนไปดื่ม เราก็ไปตลอด ก็แอบสงสัยว่าทำไมพี่เขาทำตัวเหมือนโสดจัง ถึงออกมาลั้นลาได้ตลอด แต่ไม่เคยถามเรื่องส่วนตัวพี่เขานะ ด้วยความที่พี่เขาเป็นผู้ใหญ่ที่น่ารัก ทำให้สนิทกับเราและเพื่อนๆของเราไปโดยปริยาย ตอนนั้นก็เริ่มแอบคิดแล้วว่าพี่เขาชอบเรารึเปล่า แต่ไม่ถาม เพราะเราไม่คิดอะไรเลยจริงๆ ความสัมพันธ์ปกติก็ดำเนินต่อไป
จนวันหนึ่ง ก็ไปนั่งกินข้าวกันปกตินี่แหละ มักจะมีเพื่อนเราไปด้วนเสมอ เพราะไม่กล้าไปสองต่อสอง แต่วันนั้นเรากลับกับพี่เขา เพราะพี่เขาดื่มเราเลยขับรถให้ วันนั้นคุยอะไรกันบ้างจำไม่ค่อยได้ รู้แต่ว่าเขาบอกชอบเรา เราก็ถามถึงภรรยาเขา เขาก็พูดเหมือนมีปัญหากัน แยกกันอยู่ประมาณนี้ เราก็รับฟังและเราก็ยังไม่ชอบเขาอยู่ดี 
จนเวลาผ่านไปอีก เราพยายามทำตัวปกติกับพี่เขา แต่ในใจลึกๆก็ไม่ปกติแล้วคือพี่เขาดีกับเราเหลือเกิน เราไม่กล้าหักหาญน้ำใจเขา ความสัมพันธ์มันดำเนินมาเรื่อยๆ แต่ไม่เคยเกินเลย ไม่เคยแม้แต่จะคิดเลยจริงๆ เรายังให้พี่เขาติดต่อเพื่อนให้อยู่เลย 
มาถึงตอนสำคัญ วันที่เรารู้ตัวว่าเรารักเขาแล้ว จำได้ว่าช่วงนั้นทำงานอยู่กรุงเทพ คือแบบว่าเราฮอตมาก มีผู้ชายมาขายขนมจีบตลอด ก็เหมือนจะคบๆคุยๆไป ลั้นลาตามปกติของเรา แต่มันไม่ปกติตรงที่เราโทรไปหาพี่เขาไม่รับสาย โทรหลายรอบก็ไม่รับ จำไม่ได้ว่าวันนั้นมีธุระอะไรถึงโทร พอเขาไม่รับไม่โทรกลับ เรานอยด์จ้า คือแบบไม่เป็นอันทำงาน คิดว่าเขาทำอะไรอยู่ที่ไหนกับใคร ทั้งๆที่เขาไม่ใช่แฟนเราซักหน่อย วันนี้ปั่นปวนจนนั่งถามตัวเองว่าเราชอบเขาแล้วหรือไง วันนั้นเราโทรหาเขาตั้งแต่เช้าก่อนเข้างาน กลางวันก็โทร เย็นก็โทร แต่เขาโทรกลับมาหาเราตอนค่ำบอกว่าพาภรรยาไปหาหมอมา เลยไม่สะดวกคุย วันนั้นจำได้ว่าเราจิตใจห่อเหี่ยว น้อยใจมากมาย ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้
หลังจากรู้ตัวว่ารักเขาแล้ว เราก็ไม่เหมือนเดิม ชีวิตเริ่มไม่มีความสุขเพราะดันไปรักคนมีเจ้าของ จากที่ไม่เคยอยากรู้อยากเห็นเรื่องของเขาก็ติดตามชีวิตเขามากขึ้น แต่ไม่เคยคาดหวังหรืออยากได้เขามาเป็นสามีนะ จิตใต้สำนึกยังบอกว่าควรออกมา แค่พี่เขานี่สิ ยังดีกับเราซะเหลือเกิน จนใจเรามันถลำไปไกลแล้ว ในหัวมันบอกให้เลิก แต่ใจมันไม่ทำตามเลย
จากนั้นมาเราก็ไม่ได้พัฒนาความสัมพันธ์ให้มากขึ้น ต่างคนต่างปกติ เพราะโตๆกันแล้ว เราคุยกัน พี่เขาเริ่มเล่าปัญหาครอบครัวให้ฟังว่าไปกันไม่รอดแล้ว เราเองก็ไม่ได้เชื่อสนิทใจหรอกเพราะผู้ชายอ่ะนะก็รู้ๆกันอยู่ อยากได้เราอยู่แล้ว พี่เขาขอมีเราอีกคน ( คือขอเราเป็นเมียน้อยน่ะแหละ ) เราไม่โอเคอยู่แล้ว เราอยากจบความสัมพันธ์แบบนี้ เลยขอห่าง ต่างคนต่างไป
ช่วงที่ตัดใจจากพี่เขา เราก็เหมือนคนอกหักปกติทั่วไป ไปกินเหล้าบ้าง คุยกับคนอื่นบ้างเพื่อให้ลืม แต่ทีนี้พี่เขาตามหึงหวงหนักมาก เหมือนเป็นเจ้าของ จนใครๆคิดว่าเราเป็นเด็กเขาเลย ช่วงนั้นก็ไม่ได้สนใจว่าสถานะครอบครัวพี่เขาเป็นยังไงเพราะเราตั้งใจเลิกอยู่แล้ว แต่เหตุการณ์ที่เขาตามหึงหวงเราทำให้เราต้องมานั่งคุยกันอีก และสรุปได้ว่าเขาเลิกกับภรรยาแล้ว แต่ยังมีบางเรื่องที่ยังเคลียร์กันไม่เรียบร้อยเท่านั้น ขอเขาให้เราให้โอกาส ให้เวลาเขาหน่อย เขาขาดเราไม่ได้ เราก็คล้อยตามเขาไปอีก เอาจริงๆคือเราผิดอีกแล้วที่เหมือนเป็นตัวแปรทำให้เขาเลิกกันจริงจังไปอีก
ทีนี้แหละทุกข์ของจริง หลังจากเขาเลิกกับภรรยา ( ด้วยเหตุผลอะไรต่างๆนานาๆในครอบครัวเขา ) เราตกลงคบเขาจริงจัง  อยู่กินกันเหมือนสามีภรรยา มีข้อตกลงระหว่างเขากับภรรยาเก่าที่เราไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ แต่ต้องยอมรับสภาพเพราะเขามีลูกด้วยกัน เราเองก็อยากให้เขาเห็นว่าเรารักเขานะและเราก็รักลูกเขาด้วย
 
ปีแรกที่อยู่ด้วยกันก็ไปกันได้ดี รายได้หลักก็มาจากเราเองคือเราเป็นผู้หญิงทำงาน  หาเงินได้เยอะ ไลฟ์สไตล์เรากับเขาตรงกัน เข้าใจกันดี จะมีแต่เขาที่ขี้หึง ทำเหมือนรักเราหวงเรามากซะเหลือเกิน  เอาใจเทคแคร์ตลอด ปีแรกที่คบกันเราแทบไม่เคยขอเงินเขาใช้เลย มีแต่เขาใช้เงินกับเรา 
รายได้เขาก็ไม่ใช่น้อย เป็นผู้บริหารเงินเดือน 200k หักภาษีแล้วเหลือ  180k เขาให้ที่บ้านทั้งหมด  โดยที่ภรรยาเก่ายังถือเอทีเอ็มบัญชีเงินเดือนของเขาอยู่เหมือนเดิม ด้วยเหตุผลที่อ้างว่าเดิมอดีตภรรยาเขาเคยถือมาตลอดและเขาต้องการถือต่อเพื่อความสบายใจว่าพ่อของลูกจะไม่เอาเงินไปทุ่มเทให้ผู้หญิงคนอื่น และลูกชายคนเล็กยังเรียนอยู่ชั้นม.ปลาย ต้องใช้เงินส่งเสียลูกและจ่ายค่างวดบ้าน เราไม่เคยได้เลย พูดด้วยความสัตย์จริง  จริงๆเราไม่โอเคเลย แต่ตอนนั้นเราไม่เดือดร้อนเลยปล่อยเลยตามเลย และไม่เคยเข้าไปยุ่งว่าเขาจะเอาเงินเดือนให้ที่บ้านทั้งหมดไปทำอะไร 
เข้าปีที่สอง ปีนี้ความรักของเราสม่ำเสมอ เราเริ่มมองหาอะไรทำ เพราะเงินเดือนของพี่เขาต้องให้ที่บ้านทั้งหมด  เริ่มมีทะเลาะกันเรื่องเงินบ้างแล้ว เพราะเขาให้ที่บ้านไปหมดจนตัวเองลำบาก หลายครั้งต้องหายืมมาใช้จ่ายเรื่องจำเป็น เพราะเราจ่ายให้ไม่ไหว เราเริ่มอึดอัด เริ่มไม่เข้าใจเขาแล้วว่าทำไมเขาถึงต้องให้ที่บ้านเยอะขนาดที่ตัวเองลำบากจะแย่แล้ว เราขอเขาให้เขาให้ตามสมควรได้ไหม แต่ก็ไม่เป็นผล เราขอให้เขาแบ่งมาใช้ส่วนตัวสักสามหมื่นเขายังไม่ทำเลย จนเราขอให้มานั่งแจกแจงกันเลยมันจำเป็นขนาดไหนที่ต้องให้เดือนละแสนเจ็ดแสนแปด โดยที่เราสองคนต้องมานั่งประหยัด และเราเองลำบากเหลือเกินเหมือนเอาภาระคนอื่นมาใส่ตัว  เงินเก็บที่มีเริ่มหมด เพราะเขากินใช้กับเราตลอด จึงมานั่งตกลงกันใหม่ว่าเขาควรลดรายจ่ายที่บ้านแล้วแบ่งมาไว้ใช้บ้าง โดยที่เรายื่นคำขาดว่าถ้าคุณไม่ปรับเราก็จะขอลาแล้ว เพราะชีวิตคู่มันไม่ใช่รักแล้วต้องกัดก้อนเกลือกิน ทั้งๆที่เขาเองพร้อมอยู่แล้ว อยู่ที่เขาจะปรับมันไหมแค่นั้นเอง จนเขายอมปรับ จากให้ทั้งหมด ลดลงเหลือให้เดือนละแสนห้า โดยที่ต้องใช้วิธีโกหกอดีตภรรยาว่าหักเป็นเงินออมไปในแต่ละเดือน 
หลังจากเราคุยกันว่าควรจะหารายได้จากทางอื่นบ้าง ปีนี้เราไปกู้เงินมาก้อนหนึ่ง  เพื่อเอามาลงทุนทำธุรกิจ เขายอมเป็นหนี้เพื่อให้เราเอาเงินมาลงทุนต่อยอดให้เป็นรายได้ โดยที่เราบริหารจัดการเองทั้งหมด  กำไรจากการทำธุรกิจทั้งหมดเราผ่อนจ่ายใช้หนี้ทุกเดือน ค่างวดรถ ค่ากินอยู่ทุกสิ่งอย่างอยู่ในนี้ ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี จนเข้าปีที่สาม
ปีที่สามที่เรากินอยู่กัน ช่วงต้นปีแรกทุกอย่างไปได้ดี กินดีอยู่ดี การเงินไม่สะดุดเพราะธุรกิจเรากำไร พอมาครึ่งปีหลังแย่ลงมาก เริ่มหมุนไม่ทัน เราเริ่มทะเลาะกันอีก บางทีเราขอให้เขาช่วยหาเงินมาแก้ไขบ้าง ช่วยจ่ายในเรื่องความเป็นอยู่ของเราบ้าง แต่มันกลับแย่ เวลาทะเลาะกันเขาชอบทวงเงิน และพูดให้เรารู้สึกเสียใจที่เอาเงินเขามาทำแล้วไปไม่รอด พอเรามีปัญหาเยอะเราก็ไม่กล้าบอกเขา แอบจัดการเองคนเดียว เพราะไม่อยากให้เขารับรู้ว่าเรากำลังจะไปไม่รอด หลายๆคำพูดหลายๆการกระทำ มันทำให้เราเสียใจน้อยใจว่า ทำไมเราทำดีแล้ว เราพยายามแล้วที่จะสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างครอบครัวของเรา ทุกอย่างสำหรับเรามันเหมือนเริ่มจากศูนย์ เขามาแต่ตัว ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้ให้คนที่บ้านหมด ทั้งบ้าน รถ คอนโด เขายกให้ภรรยาเก่ากับลูกทุกอย่าง แต่เรายังเช่าห้องอยู่เลย รายได้จากการทำงานของเขาเราก็ไม่เคยได้ เขาใช้เงินกับเราตลอด ทำไมเขาถึงมองไม่เห็นความเสียสละของเราบ้าง เราก็เสียโอกาส เสียเวลา เสียตัวให้เขา เพราะเรารักเขาจริงๆ สามปีที่อยุกินกันมาทำไมทุกวันนี้เราเหมือนเป็นเมียน้อยทั้งๆที่เขาเลิกกันแล้ว หรือเราเป็นเมียน้อยอยู่ แต่เราไม่ยอมรับ  หรือเขายังรักภรรยาเก่าเขาอยู่ถึงดูแลและให้แบบไม่มีข้อแม้ ทำไมไม่เหมือนที่ทำกับเรา เขาทวงเงินที่เอามาลงทุนทำธุรกิจด้วยกันคืนตลอดเลย เราเสียความรู้สึกมาก ใจนึงก็อยากจะหามาคืนแล้วจบไป อีกใจนึงก็แค้นใจ ไม่อยากคืนให้เพราะยังไงเงินก้อนนี้เราทำด้วยกัน ใช้ด้วยกัน และอีกอย่างเราก็เมียนะ ทำไมต้องคืนด้วยล่ะ 
หลังๆอาจจะพูดเรื่องเงินเยอะหน่อย แต่เรายืนยันนะว่าไม่ได้รักเขาเพราะเงินตั้งแต่แรกแล้ว เพียงแต่เรารู้สึกว่าอยู่ไปมันไม่ยุติธรรมกับเราเลย มันเหมือนเขายังไม่พร้อมจะดูแลเรา และเหมือนเขายังรักยังห่วงคนเก่าอยู่ เราเองไม่เคยได้เจอครอบครัวเขา เขากลัวว่าที่บ้านอาจจะมองว่าเราเป็นเมียน้อย เขาไม่เคยเปิดตัวเราเลย ทั้งๆที่เขากินอยู่กับเรามาสามปีแล้ว เจอพ่อแม่พี่น้องเราหมดแล้ว เราเองก็ไม่กล้าออกตัวแรงเพราะเขากับภรรยาเก่าอยู่กินกันมานาน หลายๆคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเลิกกันและมาใช้ชีวิตกับเราแล้ว
เล่ายาวไปนิดเพราะอยากให้รู้ความเป็นมา อยากถามความเห็นจากผู้มีประสบการณ์ชีวิตว่า ผู้ชายคนนี้เขารักเรารึเปล่า และจากการที่เขาทุ่มเทให้คนเก่าขนาดนี้คือเขายังรักคนเก่าอยู่ใช่ไหม เราควรจะใช้ชีวิตกับเขาต่อไหมหรือควรเลิกไปเลย ถามแบบไม่รู้จริงๆค่ะ ไม่รู้ว่าทุกวันนี้ตัวเองอยู่ในสถานะอะไรกันแน่ เราเรียกร้องอะไรมากไปไหม หรือเรายอมจนไม่มีค่าอะไรเลย 
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่