น้อยใจชีวิต ...... เมื่อครอบครัวไม่เป็นครอบครัว
เรารู้สึกเครียดจนทำให้เสียบุคลิก และเสียความมั่นใจ ความร่าเริงไปเลยตอนนี้
ครั้งนี้เราเจอปัญหาหนักมาก และ หลายปัญหารุมเข้ามาจนเราทุกข์ใจทุกวัน
หาทางออกไม่ได้ คิดไม่ออกจะข้ามจากเรื่องพวกนี้ยังไง จากที่เราเป็นคนที่มั่นใจในตัวเอง
และเชื่อว่าเราเป็นคนเก่งคนนึงมาโดนตลอด
เราเป็นคนกรุงเทพอยู่ด้วยตัวเองมาตั้งแต่อายุ 14 ปี หลังจากที่เราเสียอาม่าไป. ส่วนพ่อและแม่แยกทางกัน
เราโตมากับอาม่าที่เลี้ยงดูเราตั้งแต่ลืมตา ไร้ซึ่งการเลี้ยงดูจากพ่อและแม่ แต่จริงๆแล้วพ่อก็อยู่บ้านเดียวกับเรามาตลอด
ไม่เคยได้ใช้เวลาตามประสาพ่อลูกกันเลย พ่อเป็นคนเจ้าชู้มาก และติดใช้ชีวิตอิสระ เราไม่เคยมองว่านั้นมันคือปัญหา
หรือเพราะเรายังเด็กหรือเปล่าไม่แน่ใจ ส่วนแม่เราก็ย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด หลังจากคลอดเราได้ 2 เดือน เรามีน้องชายแท้ๆอีกคนนึง
แต่น้องก็อยู่กับแม่มาตลอด อาจจะงงว่าทำไมมีน้องแท้ๆ ทั้งๆที่พ่อแม่แยกทาง เราก็งงค่ะ เรื่องราวแท้จริงเป็นยังไงเราก็ไม่ได้ถามผู้ใหญ่มาก่อน
ซึ่งถ้าสรุป เราก็มีพ่อ แม่ และน้องชาย แต่ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวเหมือนคนอื่นเค้าค่ะ แต่พ่อเราส่งเสีย น้องกับแม่
มาจนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ ทุกค่าใช่จ่าย ไม่มีขาดตก และหลังจากอาม่าเสียเราอยู่ด้วยตัวเอง ทำงานเป็นพนักงานร้านอาหารได้วันละ 100 บาท
พ่อก็มีส่งเสียเราบ้าง ญาติพี่น้องก็คอยช่วยเหลือบ้าง จนอายุ 18 ปี เริ่มโตขึ้นก็เริ่มมีเพื่อน เริ่มเที่ยว เริ่มโต ก็ทำงานที่มันรายได้ดีขึ้น
เรามีความสามารถพิเศษ เหมือนพรสวรรค์ก็ว่าได้ค่ะ คือเราชอบวาดรูปชอบออกแบบ ออกแบบกราฟฟิค ทำได้ทุกอย่างด้วยการศึกษาเอง
เริ่มจากการอยากรู้อยากเห็น จนทำได้เป็นชิ้นเป็นอัน เราก็ใช้ความสามารถของเราในการหางานทำมีรายได้หลังเลิกเรียน
ได้เยอะพอสมควรสำหรับอายุ 18-19 ปี ในสมัยนั้นนะคะ
เราไม่เคยมองว่าปัญหาครอบครัวจะมาทำลายอนาคตเราเหมือนตัวอย่างสังคมบางครอบครัว
ที่เค้าทำผิดพลาดร้ายแรงแล้วอ้างว่ามาจากปัญหาครอบครัว เราก็มองว่าเป็นความโชคดี ที่เราไม่เป็นแบบนั้น ตลอดเวลาเรารับรู้
และได้เห็นมาตลอดว่าพ่อเรามีใครบ้าง ซึ่งเค้าก็ไม่ได้มองว่า เค้าจะต้องแอบหรือหลบซ่อน บางคนเราก็ไม่ชอบ เราก็บอกพ่อเราว่าคนนี้ไม่ผ่าน
บางคนดีกับเรา เราก็มองว่าเป็นพี่คนนึง ไม่ได้มีความรู้สึกว่าเค้าเป็นแม่เราเลยค่ะ แต่อยู่ๆ จากการที่เราไม่เคยมองว่าการที่พ่อเรามีผู้หญิงใหม่
มากหน้าหลายตาจะมาเป็นปัญหา หรือจะมีผลกระทบอะไรกับเรา ก็เปลี่ยนไปค่ะ พ่อเราเริ่มคบกับผู้หญิงคนนึง ช่วงแรกๆเค้าก็ดีกับเรา
กับทุกคนในตระกูลค่ะ แต่แน่นอนอยู่แล้วที่ตระกูลเราเค้าก็ไม่ชอบเรื่องแบบนี้ พวกเค้าก็ไม่เห็นด้วย แต่พ่อเราไม่สนใจใครอยู่แล้วค่ะ
เค้าก็แค่ฟังเท่านั้น ผู้หญิงคนนั้นเค้าหวงพ่อเรามาก ตามตลอดเวลา จนเค้าคบกันมาได้ 2-3ปี เค้าก็พาเข้ามาอยู่บ้านเดียวกับเรา
กลายเป็นว่าพอเข้ามาอยู่ด้วยกัน เรากับเค้าเข้ากันไม่ได้เลย จนทำให้พ่อเรากลุ้มใจมาก มีเรื่องทะเลาะมีปากเสียงกันตลอดเวลา
ส่วนมากเรื่องที่ทะเลาะจะเป็นเรื่องที่เค้าชอบหาว่าเราไม่ให้เกียรติเค้า เค้าชอบบอกว่าเราไม่มีมารยาท ซึ่งเราเองอยู่บ้านมาตั้งแต่เกิดจนโต
เรามองว่าเค้าเป็นคนนอกเค้าเข้ามาเค้าต้องทำตัวให้เข้ากับคน ที่เค้าอยู่บ้านนั้นมาก่อน ไม่ใช่เข้ามาแล้วคิดว่าเป็นเจ้าของบ้าน จะทำอะไรก็ได้
เช่นเค้าซื้ออาหารมา เชื่อไหมคะ ว่าเค้าซื้อมาแค่กินกับพ่อเรา เค้าวางไว้บนโต๊ะทานข้าวแล้วเค้าออกไปข้างนอก
ซึ่งเราก็กลับมาจากทำงานเราคิดว่าพ่อเราซื้อไว้ให้ เราก็แกะกิน เค้ากลับมาถึงโวยวายเป็นเรื่องใหญ่โต บอกพ่อเราว่าไม่กินแล้ว
งอแงจะออกไปกินข้าวนอกบ้าน และมีอีกหลายเรื่องที่เราทะเลาะกัน เพราะเวลาเรารู้เรื่องหรือได้ยินอะไรที่เค้าว่าเรา เราจะใส่กลับเค้าทันที
พ่อและผู้หญิงคนนั้นตัดสินใจออกจากบ้าน ไปเช่าบ้านอยู่กันสองคน เราอยู่บ้านคนเดียว
พ่อเรามีกิจการส่วนตัวที่อาม่าทิ้งไว้ เราเองก็เข้าดูแลตรงนั้นได้ตอนอายุ 21ปี ค่ะ ตอนแรกบริษัทก็มี ลูกพี่ลูกน้อง พ่อ และ เรา ช่วยกันดูแล
อยู่ๆก็เอาผู้หญิงคนนั้นเข้ามาทำงาน ไม่รู้ว่าตำแหน่งอะไร แต่ก็เข้ามาแล้วชูคอบังคับให้ลูกน้องเรียกเค้าว่า คุณนายค่ะ เราเองก็ไม่เห็นด้วย
แต่ทำอะไรไม่ได้ค่ะ เกิดเรื่องราวขึ้นมากมาย ที่เรารับไม่ได้เลย เราได้แต่คิดว่าเดียวมันก็ผ่านไป ยังไงมันไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรกับเราอยู่แล้ว
แต่มันไม่ใช้เลยค่ะ เมื่อเราอายุได้ 24ปี เราเพิ่งมารู้ว่าพ่อเราโอนธุรกิจให้ผู้หญิงคนนั้น เชื่อไหมว่าผู้หญิงคนนั้นมาแต่ตัวเปล่าจริงๆค่ะ
จนตอนนี้เป็นคนใหม่ไปเลย เราเองต้องมานั่งฟังคำด่าทอจากญาติพี่น้องว่าเราโง่ พ่อเราโง่ แต่มันทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ในเมื่อพ่อเราเลือกเองทุกอย่าง
เรากลายเป็นเหมือนคนนอกไปแล้วค่ะ เพราะ4-5ปีมานี่ เค้าก็มีลูกกัน เค้าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์มาก เราเหมือนคนนอกไปเลย
และพ่อเราไม่เคยติดต่อเราเลย เราคุยกันแค่เรื่องงานเท่านั้น เรามีปัญหาเรื่องอะไรก็ตาม เค้าจะพูดว่า เรื่องของเราเราต้องจัดการเอง. และเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกว่าตอนนี้เราไม่ไหวแล้ว คือเรามีปัญหาเรื่องงาน เรื่องเงิน และเรื่องภาษีสรรพากร มันหนักมากค่ะ เราไม่ได้จะไปขอเงิน เพราะพ่อเราไม่เคยจะเจียดเงินมาให้เราแม้แต่บาทเดียว ให้ไม่ได้ค่ะ เพราะถ้าผู้หญิงคนนั้นรู้ เค้าจะโกรธพ่อเรามาก เค้าไม่ยอมให้พ่อเราเลี้ยงดูเรา
ถ้าเมื่อไหร่เค้ารู้ว่าพ่อคุยกับเราเรื่องเงิน หรือเรื่องแม่กับน้อง ผู้หญิงจะเป็นบ้าขึ้นมาทันที่
จากที่เรามองว่าเรื่องผู้หญิงของพ่อจะไม่มีผลกระทบอะไรกับเรา เราคิดว่ามันทำลายชีวิตเราเต็มๆ เรากัดฟันสู้มาโดยตลอด
แต่ตอนนี้เราเหนื่อยและเราลำบากมาก เราโดนปัญหาเข้ามาทีเดียวลูกใหญ่ เราคิดแม้กระทั้งอยากตาย เราร้องไห้ทุกครั้งเวลาที่เราตื่นมาแล้ว
สิ่งแรกที่เรานึกถึงคือพ่อ เราเลิกเล่น เฟส เพราะเราไม่อยากเห็นเวลาพ่อเราหรือผู้หญิงคนนั้นเค้าอัพเดทชีวิตที่ดี ที่สบาย อวดบ้าน อวดรถใหม่
เที่ยวกันสบายใจ เราร้องไห้ทุกวัน เราน้อยใจชีวิต ทั้งที่เราไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ปัจจุบันนี้เราโทรม และ
ไม่คุยกับใครเลย แม้กระทั้งเพื่อนที่เราสนิทด้วย เราก็ไม่ได้ติดต่อ เราออกจากบ้านที่เราเคยอยู่ มาซื้อบ้านอยู่ต่างจังหวัด ทำงานใหม่
เราไม่อยากรับรู้เรื่องพ่อและครอบครัวของเค้า ส่วนแม่กับน้องเราเค้ามีติดต่อกันบ้างแต่เราไม่ได้สนิทกัน ไม่ได้เจอกันมานานมาก5-6ปีได้แล้ว
เหมือนเราไม่รู้จะหันไปหาใคร เราเสียใจทุกวันว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ เราผิดอะไรเราไม่เคยทำให้พ่อเราผิดหวัง
แต่ทำไมพ่อเราถึงทำกับเราแบบนี้ เราไม่อยากเล่าเรื่องนี้กับใครมากเพราะเรารู้ว่า เค้าต้องว่าพ่อเรา หรือเรามีตรงไหนที่ผิดพลาด
ทำอะไรผิดไปโดยไม่รู้ตัว เราอยากให้พ่อพูดว่าไม่เป็นไรนะลูก แค่นี้ก็พอแล้ว แต่ไม่เคยเลย เค้าไม่เลือกเรา
ตัวเราเองเราคิดว่าเราเก่ง เราต้องผ่านมันไปได้ทุกปัญหา แต่พอเรื่องพ่อเรา เข้ามาในหัว น้ำตาเราจะไหลออกมาเลย
แม้กระทั้งตอนนี้ที่เรากำลังพิมพ์อยู่ เราก็ร้องไห้ ต่อให้เค้าไม่เลี้ยงเรามา หรือต่อให้เค้าไม่สนใจเรา
เราก็รักเค้ามาก เรายังเคยคิดเลยว่าถึงแม้เราไม่ได้อยู่กะเค้าเลยตั้งแต่เด็ก แต่ถ้าสักวันเค้าไม่อยู่ เราจะอยู่ยังไง.
ที่เรามาพิมพ์โพสในนี้ เหมือนเราได้ระบาย เผื่อว่าเราจะมีทางออก หรือมุมมองใหม่ๆ ที่ทำให้เราดีขึ้น
ขอบคุณค่ะ
ปัญหาครอบครัวทำลายคนได้จริงๆ