[Reef-safe Sunscreen] กันแดดที่เธอใช้อาจเป็นอันตรายต่อปะการัง

นานๆจะได้ตั้งกระทู้ที่มีสาระประโยชน์ในพันทิปที กลับมาครั้งนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและบิวตี้ไอเท็มฮะ เราเชื่อว่าหลายๆคนอาจจะยังไม่รู้ว่าครีมกันแดดที่ใช้กันอยู่ตอนนี้อาจจะส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมได้ วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังกันว่ามันส่งผลแค่ไหนและมีทางแก้ไขยังไงได้บ้าง แรกสุดขอเล่าถึงพฤติกรรมการใช้ครีมกันแดดของตัวเองก่อน สมัยก่อนเราใช้ชีวิตแบบ city life ทำงานอยู่กับบ้าน มีไปเดินห้างบ้าง พบปะลูกค้าบ้างก็ตามตึกออฟฟิศใจกลางเมือง เอาเช็คไปเข้าที่แบงค์งี้ จะมีโดนแดดนานหน่อยก็ตอนไปเที่ยวแบ็คแพ็ค เราจะเดินกลางแจ้งเยอะมากต่อวัน เดินนานหลายชั่วโมง ซึ่งนั่นก็เป็นช่วงเวลาเดียวที่เราจะทากันแดด แถมไม่ได้เลือกใช้แบบพิถีพิถันด้วยนะ แค่ดูว่าตัวไหนขายต่ำกว่า 350 หรือต่ำกว่า 300 จะยิ่งดีมาก แล้วมีเนื้อสัมผัสที่ไม่เหนียวเกินทน แค่นั้นพอเลย จบปิ้ง เรื่องทำหน้าวอกหน้ามันนี่ไม่แคร์ เพราะเราหน้าสดตลอดเวลาไปเที่ยว
จุดเปลี่ยนเริ่มขึ้นเมื่อเราได้ไปเซิร์ฟ ต้องบอกว่าเราแอบใฝ่ฝันถึงไลฟ์สไตล์แนวนี้มาตั้งกะวัยรุ่นแล้ว แต่เพิ่งมามีโอกาสได้ลองตอนโต ทีนี้เลยจัดเต็มสูบ ทั้งข้อมูลทั้งพร็อพ ลามไปถึงเรื่องกันแดด ไอ้จะมาใช้กันแดดพื้นๆ เลือกแบรนด์ดังสูตร sport เอาที่กันน้ำได้  Biore เอย เรือกล้วยเอย แค่นี้มันธรรมดาไป มันยังไม่ถึงแก่นถึงฟีลของเซิร์ฟไลฟ์สไตล์ สุดท้ายเรามาจบที่การเลือกใช้ครีมกันแดดแบรนด์เฉพาะทางที่คนเล่นเซิร์ฟนิยมใช้กัน ซึ่งมันเป็นกันแดดที่ไม่มีส่วนผสมที่ทำร้ายปะการัง ส่วนมากจะเป็นแบรนด์ที่ทำมาเน้นขายคนดำน้ำหรือคนเซิร์ฟโดยเฉพาะ
พูดมาถึงตรงนี้ หลายคนคงคิดว่ากูอยู่แต่ในเมือง ไม่สนใจไปเล่นกีฬาทางน้ำที่ทะเล แล้วปะการังจะเกี่ยวอะไรกับกูด้วยวะ อืมม ในมุมนั้นก็ใช่อยู่ แต่การที่เราล้างหน้ากันอยู่แต่ละวันเนี่ย เราล้างเอาสารที่ไม่ดีในครีมกันแดดแล้วพามันลงท่อระบายน้ำจนไปจบที่มหาสมุทรก็ได้ไง ถ้ามีทางให้ป้องกันได้มันก็ดีกว่าเนอะ ในไทยอาจจะยังไม่ค่อยตระหนักถึงปัญหานี้เท่าไหร่ แต่ที่ฮาวายกับหมู่เกาะปาเลาเนี่ย เขาแบนครีมกันแดดที่ไม่ใช่ reef-safe เลยนะ (จะมีผลบังคับใช้โดยสมบูรณ์ในอีกประมาณ 2 ปี) เรียกว่าเอาจริงเอาจังกันมาก ในขณะที่บ้านเรานั้นเงียบกริบ มีแค่กลุ่มคนรักสิ่งแวดล้อม และพวกที่เซิร์ฟหรือดำน้ำเป็นประจำเท่านั้นที่จะรู้
แล้วสารในกันแดดมันทำร้ายปะการังยังไงละ? ต้องบอกก่อนว่า global warming มันก็มีส่วนทำร้ายปะการังแต่แรกอยู่แล้ว เมื่ออุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรสูงขึ้น ปะการังก็จะอยู่ไม่ได้ เราขออธิบายสภาพของปะการังก่อนแล้วกันนะ คือตัวปะการังเนี่ยมันเหมือนแบ่งเป็นสองส่วน คือส่วน coral และส่วน reef ถ้าจะพูดแบบชาวบ้านๆนะ ไอ้ส่วน coral นี่คือส่วนที่เป็นตัวสัตว์ (เอ่อ รู้กันแล้วโนะว่าปะการังคือสัตว์) ที่เราเห็นตามภาพถ่ายว่าเป็นนิ่มๆหยุ่นๆนั่นแหละ ตัวมันเองเนี่ยไม่มีกระดูกภายใน มันเลยปล่อยเอาแคลเซียม คาร์บอเนตออกมาใช้เกาะยึดอีกที ก็คือส่วนที่เป็นแข็งๆกอๆแบบที่เราเห็นกัน ตรงนี้อธิบายรวบรัดตัดความแบบชาวบ้านเลยนะฮะ ถ้าใครที่มีความรู้เรื่องชีวิตใต้ทะเลผ่านมาเห็นแล้วพบว่ามันผิดยังไงก็เชิญท้วงติงได้เลย เรายินดีมากๆ มาว่ากันต่อนะ พวกสารเคมีที่พบในครีมกันแดดมันก็ทำให้อุณหภูมิน้ำเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน เมื่อน้ำร้อนขึ้นมันสามารถฆ่าปะการังวัยอ่อนได้ รวมทั้งทำลาย dna ของปะการังที่โตแล้ว ทำให้ขยายพันธุ์ไม่ได้ และยังฟอกขาวปะการังอีกด้วย สารเคมีเหล่านี้แค่เพียงหยดเดียวต่อสระน้ำมาตรฐาน 6-6.5 สระ ก็สามารถทำอันตรายกับปะการังได้แล้ว ซึ่งเมื่อ 10 ปีก่อนมีนักวิจัยเขาทำวิจัยจากสถานที่จริง แล้วพบว่ามีปริมาณครีมกันแดดมากถึง 4000-6000 ตันตามแนวประการัง เฮ้ย สารเคมีพวกนี้มันสามารถฟอกจาวปะการังสำเร็จได้ภายใน 3 วันเลยนะ ในปี 2017 มีรายงานว่าแนวปะการัง Great Barrier Reef ที่ออสเตรเลียโดนทำลายไปเกินครึ่งนึงแล้ว และในแถบฮาวายและเอเชียก็ไม่แพ้กัน
ปัญหาจริงๆมันไม่ใช่แค่ว่าพอปะการังตายโหงหมดก็จะไม่มีของสวยๆใต้น้ำให้ดูกันอีก แต่มันส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศใต้น้ำเป็นอย่างมาก เมื่อไม่มีปะการัง สัตว์น้ำชนิดอื่นที่ต้องพึ่งพาระบบนิเวศตรงนั้นก็อยู่กันลำบากไปหมด และในความเป็นจริงสารเคมีพวกนี้ก็ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปลาบางสายพันธุ์ด้วย รายงานในวิจัยบอกว่ามันทำให้ปลาตัวผู้บางชนิดมีต่อมเพศอย่างเพศเมียงอกขึ้นมาซะอย่างงั้น หรือบางทีก็แคะแกร็น โตได้ไม่เต็มวัย นอกจากนี้มนุษย์เรายังได้ใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศแนวปะการังอีกมากมาย ทั้งนำมาวิจัยและสกัดตัวยาต่างๆในวงการแพทย์และวงการยา แล้วสารอะไรในครีมกันแดดที่มันอันตรายต่อปะการังละ อันนี้เราหาข้อมูลมาจากเวบของ EWG หรือ Environmental Working Group ว่าครีมกันแดดที่จะเป็นแบบ reef-safe ได้เนี่ยจะต้องปราศจากสารตัวไหนบ้าง สารที่ว่าได้แก่ oxybenzone, octinoxate, homosate, octocrylene, octisalate, avobenzone, butylparaben และ 4-methylbenzylid camphor ครีมกันแดดตัวไหนที่มีสารเหล่านี้แม้เพียงตัวเดียวก็ถือว่าเป็นอันตรายต่อปะการังทันที คือมันมีบางแบรนด์ที่อาจจะหัวหมอ บอกเลี่ยงแค่ว่าเราไม่มี  oxybenzone หรือ octinoxate แต่จริงๆยังใส่สารอื่นอยู่ แบบนี้มันก็ยังอันตราย โดยเฉพาะสาร oxybenzone ที่มีผสมอยู่ในครีมกันแดดมากถึง 3500 แบรนด์ทั่วโลก แค่เจ้าตัวนี้อย่างเดียวก็มีรายงานว่าตรวจพบตามแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลกในปริมาณที่สูงกว่าระดับปลอดภัยไปมากแล้ว นั่นเพราะหลายคนก็ไม่ได้ใช้สูตรที่กันน้ำ หรือเคลมว่ากันอยู่ เอาอยู่ แต่จกตา พอลงน้ำแค่ 20 นาทีก็ละลายออกมาทำร้ายปะการังได้แล้ว
เอาเป็นว่ายังไงก็อ่านฉลากกันเยอะๆก่อนเลือกซื้อนะ เน้นที่ไม่มีส่วนผสมอันตรายตามลิสต์ข้างต้น และดูที่เขามี active ingredient เป็น zinc oxide ถ้าจะให้ปลอดภัยจริง เดี๋ยวนี้มีเพจแนวดำน้ำเล่นเซิร์ฟออกมาเพียบ ไปลองถามเขาดูได้ว่าเขาใช้อะไรกัน เขาจะมีแบรนด์ที่ใช้ประจำกันอยู่ เป็นที่รู้ในหมู่เขาว่าเป็น reef-safe ที่แท้ทรู หรือจะเช็คในเวบ ewg ก็ได้ เขามีลิสต์ของแบรนด์ที่ปลอดภัยอยู่ แต่เราก็ใจดีแหละ เราเลยทำมินิรีวิวแบรนด์กันแดด reef-safe ที่เราเคยใช้มาให้อ่านกัน ชอบใจอันไหนก็ลองไปหาซื้อมาได้นะ  
Badger Baby Chamomile & Calensula Broad Spectrum Sunscreen SPF 30 (87 ml)
ตัวนี้ตอนแรกที่เริ่มลองใช้เราก็ไม่รู้หรอกว่ามันเป็น reef-safe เพิ่งมารู้ตอนหลังนี่เอง ช่วงแรกที่ใช้เพราะเห็นว่ามันเป็นแบรนด์ cruelty-free แล้วก็เจอในร้านแนวสุขภาพก็เลยซื้อมาลองใช้ดู จะเป็นรุ่นของเด็กนะ กลิ่นหอมอ่อนๆเหมาะกับเด็กดี ใช้ได้ทั้งหน้าและผิวกาย กันน้ำได้ราว 40 นาที แต่ส่วนตัวว่าความหนักของเนื้อหรือความ white cast อาจจะไม่เหมาะกับวันที่แต่งหน้าหนักๆเท่าไหร่ ใช้วันที่เดินเที่ยวแบ็คแพ็คหรือแต่งหน้าบางๆไปเดินห้างจะเหมาะกว่า ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหนอะผิวนะ แต่มันเหนอะทางกายภาพสำหรับการเมคอัพน่ะ ราคาพันต้นๆถ้าซื้อกับทางเพจแบรนด์ที่นำเข้ามาขายหรือตามร้านที่เขาส่งไปวาง บางทีมีลดนิดหน่อยก็เหลือ 900 กลางๆ แต่ลองหาเองในเนทตาม Shopee ก็จะถูกกว่า ราว 800-850 บาท
Badger Clear Zinc Oxide Sport Sunscreen Unscented SPF 35  (87 ml)
อันนี้เป็นตัวที่สองของแบรนด์ที่ได้ลองใช้ ซื้อมาเพราะเห็นว่าเป็นแบบ sport และกันน้ำได้ยาวนานกว่าถึง 80 นาที ซื้อมาใช้ตอนที่ตัดสินใจจะไปลองเล่นเซิร์ฟ การใช้งานก็รู้สึกเหมือนกับตัวบนเลย ออกจะเหนียวกว่านิดๆด้วยซ้ำตอนที่ทาลงไปใหม่ๆ ใช้ได้ทั้งหน้าและตัวเหมือนกัน เรื่องราคาก็เหมือนกับตัวแรกเลย ซึ่งแบรนด์นี้ในเวบ ewg เขาให้คะแนนสูงมากเลยนะ เป็นอันดับหนึ่งหลายปีซ้อน รวมทั้งเวบรีวิวอื่นๆก็ให้คะแนนดีมากด้วย แต่ด้วยความเป็นแบรนด์ฝรั่งจ๋าที่ไม่เน้นขายเอเชีย ก็เลยไม่ได้ทำค่า PA บอกไว้ แต่มันก็กันได้ทั้ง UVA UVB นั่นแหละ
ReReef Mineral-based Reef-safe Sunscreen SPF 50 PA+++ (89 g)
เป็นแบรนด์ไทยที่ทำสินค้าแนวอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมขาย ซึ่งก็รวมถึงกันแดดด้วย กันน้ำได้ดี ไม่รู้กี่นาที แต่คิดว่ามากกว่า 40 นาทีแหละ ไม่เหนอะหนะผิว ไม่แสบตาเวลาลงน้ำ เพราะมันกันน้ำดี เวลาโดนน้ำเลยไม่ไหลเข้าตา แต่ถ้าใช้ตอนแต่งหน้าจะยังมี white cast บ้าง แต่ไม่มาก คิดว่าถ้าไม่ถ่ายรูปก็จะมองไม่ออกหรอก แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ไทยอันแรกที่เราพบว่ามีกันแดด reef-safe ขาย และทาง UNEP'S Green Fins ก็แนะนำแบรนด์นี้เหมือนกัน เวลาไปตามรีสอร์ทในเกาะหรือทะเลทางใต้ก็เห็นได้รับเลือกไปวางขายกันเยอะ ตอนเราซื้อใช้มันเพิ่งออกมาใหม่ๆเลย ขาย 529 บาท แต่ช่วงหลังเข้าเพจไปดูเจอ 459 บาทเท่านั้น ไม่แน่ใจมีในหน้าร้านไหนบ้างที่กทม.นะ สั่งจากเพจสะดวกสุด
Passun Reef-save Sunscreen Lotion SPF 50 PA+++ (30 g)
แบรนด์ไทยอีกเจ้าที่ทำกันแดด reef-safe ทำแค่กันแดดอย่างเดียวเลย เป็นแบรนด์ของคนที่มีไลฟ์สไตล์เล่นเซิร์ฟ+ดำน้ำโดยเฉพาะ เนื้อกันแดดเป็นโลชั่นบางเบา ทาง่าย สบายผิว ไม่เหนอะหนะแม้แต่น้อย ใช้ได้ทั้งหน้าทั้งตัวอีกเหมือนกัน กันน้ำนาน 80 นาที ไม่แสบตาด้วย ที่สำคัญใช้แล้วแต่งหน้าได้ดี ด้วยความที่เนื้อมันบางเบามาก ไม่มี white cast เลยด้วย แถมไม่ทดลองกับสัตว์อีกตะหาก เสียอย่างเดียวคือหลอดนึงมันน้อยจัง ยิ่งใช้ได้ทั้งหน้าทั้งตัวก็ยิ่งหมดไว เคยไปเซิร์ฟอาทิตย์นึง ใช้ทุกวันก็หมดไปทั้งหลอดเลยจ้า แต่ก็นะ ราคามันถูกกว่าแบรนด์อื่นเยอะเลย แค่ 329 บาทเอง ได้ปริมาณเท่านี้ก็สมราคาแล้วละ แบรนด์นี้หาซื้อได้จากเพจและพวกรีสิร์ทหรือร้านเซิร์ฟ+ดำน้ำตามทะเลทางใต้ 
Sunny Days Zinc Sunblock SPF 30+ (20 g)
กลับมาที่แบรนด์นอกกันอีก อันนี้มาจากบาหลี อินโดเนเซีย เป็นแบรนด์สำหรับคนเล่นเซิร์ฟโดยเฉพาะเลย มาในรูปแบบตลับสีเงิน เนื้อครีมสีเหลืองนวล คล้ายพวก shea butter เนื้อนุ่มลื่น เกลี่ยง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ ใช้เฉพาะใบหน้าอย่างเดียว แต่ไม่สามารถใช้ได้ในวันปกติ จะรู้สึกหนักหน้าไป ไม่เบาสบายเท่าโลชั่น และไม่ดีแน่ๆถ้าจะแต่งหน้า พูดง่ายๆคือไว้ใช้ตอนเล่นกีฬาทางน้ำอย่างเดียวเลย กันน้ำได้ดี ติดทนนานมาก ไม่แสบตา ไม่ต้องใช้คลีนซิ่งอะไรเป็นพิเศษก็สามารถล้างออกได้ง่าย ไม่ทิ้งสิวอุดตัน เราสั่งซื้อจากเวบ Thalassomer เป็นเวบที่ขายของสำหรับคนเล่นเซิร์ฟโดยเฉพาะเลย มีกันแดดแนวนี้ขายหลายตัวรวมทั้ง Passun ด้วย แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีขายที่อื่นไหม เคยเห็นแต่เวบนี้กับในเพจเขา แล้วก็เวลามีอีเวนท์ชาวเซิร์ฟเขาก็จะไปออกบูธขาย เราเลือกซื้อแบบเล็กมา 20 กรัม เพราะอยากลองก่อน กลัวไม่ชอบ เพราะเห็นเนื้อมันเป็นแบบนั้นก็กลัวจะหนาหนักและทำให้รู้สึกเหนอะหนะ 20 กรัมราคา 250 บาท

ก็ประมาณนี้นะฮะ สำหรับเรื่องของครีมกันแดดแบบ reef-safe อาจจะเป็นเรื่องที่ฟังดูไกลตัวสำหรับคนที่จะเที่ยวทะเลนานทีปีหน หรือยุ่งยากในการซื้อหามาใช้งานนะ เพราะมันก็ไม่ได้หาซื้อง่ายๆตามห้างทั่วไป แต่ก็อยากให้รู้ไว้ถึงปัญหานี้ เพราะมันสำคัญจริงๆ ถ้าคนหันมาใช้ครีมกันแดด reef-safe มากขึ้น ก็จะมีแบรนด์เกิดใหม่เพิ่มขึ้นอีกเยอะ ให้พวกเราได้มีทางเลือกที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วย
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่