ความทรงจำที่ผิดพลาดกับปัจจุบันที่ไม่มีเธอ (ตอ)

กระทู้ก่อนหน้านี้ครับ
https://pantip.com/topic/38655769

ถ้าใครอ่านแล้วรู้สึกว่าที่ผมเขียนไปเหมือนประจานตัวเอง คุณคิดไม่ผิดครับ เพราะด้วยความผิดพลาดของผมเอง ผมยอมรับมัน และผมพยายามแก้ไขมันถึงสิ่งที่เคยทำ เรียนรู้และปรับตัว ผมก้าวผ่านความผิดพลาดของตัว ไม่คิดถึงเรื่องเก่าๆที่จะคอยมาทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเราหรือไม่แต่จะทำอะไรที่ไม่ดี ไม่คิดแม้กระทั่งนอกกายและใจ ความคิดเราเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเราได้โตขึ้น เมื่อเราได้เสียคนที่เรารักไป ต่อไปนี้คือเรื่องราวหลังเราเรียนจบ ที่ผม...ตายไปจากใจเขา 

ระยะที่เราเรียนจบนั้นเป็นที่ช่วงเรากำลังเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เริ่มหางานเริ่มมองอนาคตข้างหน้า แต่ก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าข้างหน้าจะเป็นยังไง แฟนผมชวนผมไปเที่ยวขึ้นภู เป็น trip แบบ adventure มากๆ เดินเป็นกิโลๆ อากาศดีมากที่สำคัญคือได้มากับคนที่เรารัก แต่หลังจากนั้นกลุ่มเพื่อนผมดันยิ้มตามมาด้วย เพื่อนมันชวนเดินเข้าไปข้างในป่า ส่วนตัวผมอยากเห็นอะไรใหม่ๆ เพราะมีโอกาสมาทั้งทีก็เลยไป แต่ไม่ลืมที่จะชวนแฟนนะแต่เขาไม่ไปด้วยนั่งรอ พอเดินกลับมาก็เห็นเขาแบบเซ็งๆ หน้าบูด รู้เลยว่าเพราะอะไร ฮ่าๆ แต่ก็ไม่มีเรื่องแย่ๆเกิดขึ้น แล้วก็ถึงเวลากลับบ้านแยกย้ายกัน แล้วหลังจากนั้นไอ้เพื่อนผมคนเนี้ยมันโทรมาคุยกับผมว่า แฟนผมรู้หรือป่าวว่าไม่ซิง(ผมเคยเล่าเรื่องให้เพื่อนคนนี้ฟัง แต่ไม่ได้บอกว่าคือใคร) "ถ้ารักเขาจริง ก็ควรจะเล่าเรื่องที่เคยทำให้เขารู้นะ" หลังจากนั้นผมก็รวบรวมความกล้าที่มีโทรไปบอกเขาถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่ได้บอกว่าเขาคนนั้นเป็นใคร ลึกๆในใจก็กลัวว่าจะไม่มีเขาจริงๆ แต่แล้วเขาก็รู้อยู่ดีว่าเป็นใคร แล้วบอกเลิกผมเป็นครั้งแรกเลยครับที่โดน ทำตัวทำอะไรไม่ถูกเลย เขาพูดว่า"ความรู้สึกที่มีให้ผม มันก็เหมือนแก้ว ที่ตอนนี้มันแตกละเอียดไปแล้ว" ในระหว่างที่โดนบอกเลิกนั้น เรามีโอกาสที่ได้ทำงานด้วยกัน เป็นเรื่องที่โชคดีมากเลย ผมง้อเขาทุกวันพยายามทำดีให้เขาเชื่อใจผม ผมเคยพูดไปว่า แก้วที่แตกไปแล้วอ่ะ ผมจะหลอมมันขึ้นมาใหม่ ผมจะแก้ไขมัน จะไม่ทำเรื่องเลวๆๆอีกเลย ผมจะซื่อสัตย์กับเขา หลังจากนั้นเธอก็ได้งานใหม่ ส่วนผมก็ยังไม่ได้งาน แต่ผมก็ยังติดต่อแฟนคุยกัน ไปหาเขาที่ทำงานทุกวันไปง้อเขา แล้วเราก็คืนดีกัน แต่ความรู้สึกมันเอากลับมาไม่ได้ ความรู้สึกที่มีให้ผมมันกลับเริ่มน้อยลงไปเรื่อยๆ ผมพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง ผมพยายามทำสิ่งต่างๆ ที่ทำให้เขาสบายใจและภูมิใจในตัวผม เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องนึกถึงเรื่องราวในอดีตที่มันไม่ดี ผมชวนเขาไปเที่ยว สิ่งที่เขาไม่อยากเจอเลยคือ ม.เก่า หรือสถานที่ที่เราจบมา เพราะมันจะทำให้นึกถึงอดีตที่มันบอบช้ำ แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมามันทำให้เรื่องราว ความทรงจำบางอย่างเริ่มเลือนจางหายไป เราไปเที่ยวกันเราไปเดินตลาดกลางคืน ระหว่างเดินทางกลับผมก็ลองชวนเขาเดินกลับที่พักกันมั้ย เขาก็ตกลงกับผม เราเดินกลับกันซึ่งมันก็ไม่ใช่ระยะทางใกล้ๆเลย 3 ก.ม. กว่าๆ มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าเขานั้นสำคัญมันมากเกินไป มากกว่าที่เราจะไปทำร้ายเขา ผมพูดกับเขาเสมอว่า ผมไม่อยาเห็นน้ำตาของเขาอีก จะไม่ทำให้เขาร้องไห้ จะพยายามทำให้เขามีความสุข ผมเริ่มรู้สึกว่าเขาได้เข้ามาในโลกส่วนตัวของผม ก้าวมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต แต่แล้วเรื่องราวที่กำลังมีความสุขเป็นได้ด้วยดี แต่......... Aก็ยังติดต่อเพื่อพูดถึงแฟนผม

ตรั้งแรกที่ A ทักมา Aก็ได้ถามถึงแฟนผมในกลุ่มเพื่อนแฟนที่เคยมีแฟนอยู่ในกลุ่มนั้น ตอนนี้แฟนผมออกจากกลุ่มนั้นไปแล้ว เพราะไม่อยากมีปัญหากับA แฟนผมเลือกที่จะออกมาเอง Aถามประมาณว่า แฟนผมเป็นไงบ้างสบายดีไหม ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าด้วยสาเหตุอะไรนะ เพราะผมก็เคยตกลงกับมันว่า ไม่จำเป็นจะต้องมาติดต่อกันแล้ว และมันจะยิ่งทำให้เรื่องแย่ลง ความสัมพันธ์ของผมกับแฟนจะแย่ *คือผมกับAไม่ได้เป็นเพื่อนกันแล้ว และแฟนผมก็เล่าเรื่องที่ Aติดต่อมาให้ฟัง แล้วเขามาหาผมแถวบ้าน มาบอกเลิกผม ตอนนั้นสีหน้าเขาดูเศร้ามาก ผมรู้สึกได้เลยว่าเขาไม่ได้ตั้งใจอยากเลิกกับผมจริงๆหรอก แต่ยังทำใจไม่ได้ มันเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะทำใจให้ลืมได้ ผมง้อเขาและก็ให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่ทำอีก จะไม่ทำเรื่องที่ทำให้เขาเสียใจ ผมต้องซื่อสัตย์กับเขา ต้องแก้ไขอดีตที่ผ่านมา แล้วผมก็ไปส่งเขา ผมภูมิใจมากนะที่มีเขาอยู่ข้างๆ ที่ยังไม่หายไปไหน ครั้งนั้นเราแก้ปัญหาไปด้วยกันได้
มีเหตุการณ์นึงที่ทำให้ผมรู้สึกว่าเขาเป็นเหมือนแม่พระดูแลเอาใจใส่ผมมาก คือ ผมเป็นไข้หวัดใหญ่ เขาก็ลงทุนมาหาผมถึงที่บ้านเป็นครั้งแรกเลยที่พาแฟนเข้าบ้าน ตอนแรกผมก็ยังไม่ค่อยเชื่อเขาหรอกว่ามาอยู่แถวบ้านแล้วให้ผมออกมารับ เพราะบ้านเราห่างกันมาก เขามาหาผมเอายามาให้ มาเช็ดตัวให้ผมแบบที่มีแต่แม่เท่านั้นที่เคยทำให้ ขนาดพ่อยังไม่เคยทำให้เลยจริงๆ ผมบอกตัวเองเสมอว่าจะไม่ทำให้เขาเสียใจ ผมจะรักษาความรักนี้ไว้ ผมให้เขาเล่นเกมที่ผมเล่น เขาไม่เคยเข้าใจเลยว่าผมเล่นแล้วเป็นไง ตอนนั้นผมเป็นรอยยิ้มเขา เห็นความสนุกที่เขามี ช่วงเวลานั้นมันโคตรคุ้มค่าเลย รู้สึกแบบนั้นจริงๆ

**อนาคต คือเราก็ต่างเรียนจบกันมาอยากมีอนาคตที่ดี มีงานดีๆที่ต้องการอยากจะทำ อยากเข้าบริษัทนั้นนี้ และเขาก็สามารถทำมันได้ เขาวางแผนอนาคตไว้อย่างดี ซึ่งต่างกับผมมากที่ยังคงอยู่ที่เดิม ไม่ได้คิดเลยว่าอยากจะทำอะไร ได้แต่วาดฝันไปนู่นนี่นั่น แต่ผมก็ยังไม่ได้ทำมันจริงๆเลย เพราะผมรู้สึกว่าผมยังมีเขาอยู่ตรงนั้น ผมรู้สึกว่าผมเห็นแก่ตัวจัง เราเคยตกลงกันนะครับว่าให้หางานทำกันใครทำได้ก่อนจะมีรางวัล เขา Hits target ดีใจมาก ผมก็ยินดีกับเขาที่ทำได้ ส่วนผมก็ได้แค่สมัครแต่ไม่ได้พยายามที่จะทำมันจริงๆจัง เพราะตอนนั้นยังรู้สึกว่ายังไม่ได้สูญเสียอะไรเลย แล้วเราก็ไปเที่ยว ตจว.กัน แล้วนั่นคือน้ำตาหยดแรกเลยที่เคยร้องไห้ให้กับความรัก เขาขอเลิกกับผมอีกครั้งเพราะเวลาที่เห็นผมเขายังลืมเรื่องในอดีตไม่ได้ ตอนนั้นบอกเลยเหมือนสูญเสียตัวตนไปร้องไห้ฟูมฟาย ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เขาจะยังคบกับผมก็ต่อเมื่อผมหางานทำ ไม่ใช่เพื่อเขา แต่เพื่อตัวของผมเอง พอกลับมาผมก็เริ่มหางานทำ ผมได้งานแต่ก็เป็นงานที่เขารู้สึกว่าทำไมไม่หางานที่มันเหมาะสมกับที่จบ ป.ตรีมา ผมก็หาเหตุผลของผมไปมา แต่ถึงยังไงเขาก็ยอมและก็เป็นไปด้ด้วยดี ไม่มีปัญหากันอีก ผ่านมา1เดือนผมออกงาน เขาก็ยังย้ำผมให้ไปหางานทำ ผมก็ไปทำงานขายหนึ่ง ซึ่งไม่เห็นด้วย เขาบอกว่าที่ทำงานนี้ "ทำเพราะว่าอยากทำจริงๆหรือทำเพื่อแค่ให้เขาสบายใจ"อันนี้ผมไม่ได้เล่าเรียงลำดับเรื่องอนาคตนะครับ
พอถึงช่วงรับปริญญา เขาพาผมไปแนะนำครอบครัวใหญ่ของเขา ให้ไปถ่ายรูปให้แนะนำผมให้รู้จักญาติๆเขาเริ่มพาผมไปเปิดตัวมากขึ้น โคตรตื้นตันรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนนึงกับชีวิตเขา แต่ระหว่างวันรับจริงเขาลางานไม่ได้ต้องกลับไปทำงาน แต่ตอนนั้นผมว่างงานอยู่ ผมก็ไปกินเบียร์กับเพื่อนแล้วดันยิ้มไปเจอกับAมันมาทักผมครับ ผมไม่สนใจไม่พูดไม่คุย บอกแค่ว่าไม่ต้องมายุ่ง กลับมาห้องผมก็เล่าให้แฟนฟังว่าไปเจอมันมา ผมรู้สึกโล่งอกนะที่ได้แชร์เรื่องนี้ หลังจากเสร็จงานปริญญา เขาชวนผมไปเที่ยวบ้านเกิดเขาที่ ตจว. แมร่งแบบในหัวผม ความคิดผม แบบคุณก็น่าจะรู้นะว่ามันรู้สึกดีแค่ไหนที่เขายอมรับในตัวเรา ครอบครัวก็ยอมรับในตัวผม ไม่ได้รู้สึกรังเกียจผมเลยนะ น่าจะยินดีซะด้วยซ้ำ(อันนี้ผมคิดเข้าข้างตัวเองนะ) พอกลับมา......

ครั้งที่2ที่ A มันยังทักมา เป็นแบบเดิมเลย อยากรู้ว่าแฟนผมเป็นไงบ้าง ใช่ครับแฟนผมทำใจไม่ได้ เขาบอกเลิกผมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาหายไป ผมพยายามติดต่อเขา พอรู้ว่าเขามาอยู่กับเพื่อน ผมก็ตามมาหาเขามาปรับความเข้าใจกันแล้วก็รู้ว่าถ้ามันยังเป็นเรื่องนี้อยู่ไปเรื่อยๆ วันนึงเขาจะไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว ผมรู้ตัวว่าต้นเหตุมาจากผมเองทั้งหมด พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น เพื่อบางอย่างที่ดีขึน แล้วในระหว่างนั้นมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ให้เราได้เรียนรู้ปรับความเข้าใจเข้าหากัน แต่ว่าในบางครั้ง โลก2ใบของเรามันต่างกัน ต้องปรับกันอีกมาก เขาเคยบอกผมว่า เขาไม่เคยเข้าใจผมเลย ต้องพยายามอย่างมากที่จะมาเข้าใจตัวเรา ผมก็ง้อเขาสำเร็จ แล้วผมก็กอดเขาทั้งน้ำตา ผมเคยส่งเพลงนี้ให้ฟัง
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอแล้วครั้งนี้คือเส้นทางที่ผมไม่มีเขาเดินร่วมทางอีกแล้ว ครั้งสุดท้าย ตามสเต็ปเดิมเลย เขาก็มาบอกผมว่า Aมันยังทักมาอยู่เลย เป็นช่วงที่ผมกลับมาจากเที่ยวกับที่บ้านเลยมีของจะให้เขาด้วย ผมนัดเขาออกมาดูหนังกัน เขาก็บอกว่าไม่ดีกว่าไว้วันอื่น ผมก็บอกว่ามาเจอกันเผื่อว่าจะมีอะไรดีขึ้นแล้วพอมาเจอกันผมรู้สึกได้เลยว่ามันช่างแตกต่างออกไปจากครั้งอื่นๆ สีหน้า ท่าทาง ไร้ซึ่งรอยยิ้ม เขาบอกผมว่าไม่มีอะไรแต่มันมีอะไรแน่นอน ผมก็ชวนเขากินข้าวเขาก็บอกกินอะไรก็ได้ ผมก็เลือกไม่ได้สักที คืออยากหาร้านอะไรที่จะทำให้เขาพอใจ จนสุดท้ายเขาบอกไม่กินแล้วก็จะกลับบ้านเลย ซึ่งผมก็ไม่กล้าพูดอะไรมาก ไปส่งเขากลับบ้าน แล้วเขาก็บอกเราเลิกกันเถอะนะ ผมพยายามคุยกับเขาแต่เขาไม่อยากคุย ในระหว่างทางกลับบ้านเขาก็บอกผมว่าถ้าหิวก็อย่าลืมกินข้าวถึงแล้วก็บอกด้วย พอถึงบ้านเท่านั้นแหละน้ำตาล่วงนึกว่าเขื่อนแตก พยายามติดต่อเขาแต่ไม่ได้เขาบล๊อคผมทุกช่องทาง หลังจากนั้นผมเริ่มหางานทำอย่างจริงจังเปลี่ยนแปลงตัวเองทีละนิด

ในระยะเวลาที่เราห่างกัน เลิกลากันไป ผมพยายามติดต่อเขามาเสมอแต่ไม่สำเร็จ เขาใจเเข็งมาก ช่วงแรก เขาเคยบอกว่าไม่ได้อยากเริ่มต้นใหม่กับใครใหม่แล้วมันก็เป็นเรื่องยากที่จะเริ่มใหม่ แล้วความรู้สึกที่มีให้มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอแล้วนั่นคือทางแยกระหว่างเรา เธอได้เดินแยกออกไปจากเส้นทาง ส่วนผมก็ยังใช้เส้นทางเดิม เพราะสิ่งที่ผมสัญญากับเขาไว้ แต่ก็ไม่ใช่เพื่อเขาคนเดียว เพื่อตัวผมเองด้วย ผมอยากพิสูจน์ตัวเองให้มีค่าพอกับคำพูดตัวเอง ระยะเวลาหนึ่งผมมีโอกาสไปพม่าไปไหว้เจดีย์Shwedagon แล้วก็ลองขอดูหากได้มีโอกาสก็ขอให้ได้คุยกัน ผมลองใช้เครื่องเก่าลองทักไปดู สักพักตอบมาก็คุยกัน เขาให้อภัยผมทั้งหมด แต่ไม่กล้าที่จะให้โอกาสผม ผมเริ่มก้าวก่ายชีวิตเขามากขึ้นเรื่อยๆ คือ ส่งของขวัญไปให้ในวันสำคัญ ส่งข้อความทักหาเพื่อนเขาจนมากเกินไป เขาก็บอกกับผมว่าเลิกทำแบบนี้สักที เพราะจะยิ่งทำให้เขามีเพื่อนน้อยลง พยายามติดต่อเขาแต่ไม่ประสบความสำเร็จเลย ผมยังไม่กล้าที่จะไปเจอกันเขาเลย ผมยังต้องสะสางคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ ถ้าหากว่าเขายังคงไม่ลืม ยังอยากให้โอกาสคนคนนี้ ผมเริ่มเข้าใจแล้วแหละ ผมเห็นคุณค่าของเขาในตอนที่เสียเขาไป มันแปลกดีนะที่ตอนมีเขาอยู่กลับละเลยคนที่มีอยู่ ส่วนตอนนี้จะมาเรียกร้องให้เขากลับมา ถึงยังไงผมก็ยังเชื่อมั่นว่าผมต้องทำให้ได้ เพราะเวลามันพิสูจน์ตัวตนเรา ตอนนี้มันก็ผ่านมานานเหมือนกันสำหรับผมนะ เส้นทางที่ไม่มีเรา ไม่รู้ว่าเขาเป็นยังไงบ้าง สุขสบายดีแค่ไหน คิดว่าคงสบายดีแหละหลังจากที่ได้คุยกันล่าสุด เขาน่าจะมีคนมาจีบเยอะ เขาเป็นคนที่มีเสน่ห์มาก น่าจะมีคนอยู่ในใจเขาแล้ว แล้วถ้ามีคนดูแลหัวใจใหม่แล้วก็ยิ่งดีเลย จะได้ไม่ต้องมาเจอเรื่องแย่ๆ เรื่องไม่ดีที่คอยทำให้พวงหรือมีอะไรมาตอกย้ำให้เจ้บปวดก็เถอะ เพราะที่ผ่านมาเธอไม่ได้ทำผิดอะไรเลย เธอทำดีมาตลอดจนวินาทีสุดของเส้นทางระหว่างเรา

ผมคิดว่าเรื่องราวของผมน่าจะช่วยให้ใครได้เจอกับคู่รักที่ดีได้หรือมีปัญหากันก็ขอให้แก้ไขปัญหาและผ่านมันไปด้วยกัน ขอให้ความรักของทุกคู่เป็นความรักที่สวยงามนะครับ จับมือกันแล้วเดินผ่านอุปสรรค์ไปด้วยกัน

***สุดท้ายนี้เราขอโทษที่ไปก้าวก่ายชีวิตของเธอมากเกินไป เรายินดีด้วยนะถ้าเธอได้เจอกับสิ่งใหม่แล้วมีความสุขไปด้วยกัน หรือใครที่ทำให้เธอยิ้ม คนที่พร้อมจะโอบกอดเธอเวลาที่เธอเศร้าอยากร้องไห้ ถึงแม้ลึกๆแล้วเราจะยังยอมรับมันไม่ได้หรอก แต่เราก็ไม่เคยเสียใจนะที่ได้รู้จักเธอได้รักเธอ แม้เราจะก้าวผิดพลาดไปบ้าง แต่ก็ยังมีเธอที่คอยฉุดรั้งเอาไว้ ความจริงคิดเราไม่ได้รู้จักกันแล้ว เหลือเพียงความทรงจำที่เราได้เล่าผ่านตัวอักษรนี้
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่