พ่อแม่ ที่ไม่แสดงออก ความรักให้ลูก แล้วลูกรู้สึกขาดความอบอุ่น พ่อแม่จะคิดหรือเปล่า ว่าลูกขาด?

สิ่งที่ผมจะเล่า เป็นเรื่องราวของผมเองครับ

ผมเกิดอยู่โรงพยายาลแห่งหนึ่ง​ในกรุงเทพฯผมพอจำได้ว่า เกิดได้ไม่กี่ปี ผมก็ได้ไปอยู่ที่เพชรบูรณ์​ อยู่กับตาและยายของผม แม่พ่อก็อยู่เลี้ยงผม แต่ไม่ได้อยู่​เลี้ยงผมจนโต ไม่ใช่ว่าผมจำได้ แต่เพราะผมเห็นรูปผม ตอนเป็นเด็กที่ยังเดินไม่เป็น แล้วมีพ่อแม่อยู่ด้วย, แต่พอผมโตขึ้น เข้าเรียนอนุบาล ผมยังไม่รู้แน่ชัดว่าใครคือ พ่อแม่ผม ว่าพ่อแม่คืออะไร คือใคร รู้แต่ว่าผมเรียกตา ยาย ที่เลี้ยงผม เมื่อนานๆมา เริ่มรู้ว่าคนนี้คือ พ่อแม่ เพราะมาที่เพชรบูรณ์​นานๆครั้ง แต่ผมแทบไม่รู้เลยว่า เขาคือใคร ใช่พ่อแม่จริงๆผมหรือเปล่า ทำไมถึงปล่อยผมไว้กับตายาย, เมื่อผมกำลังขึ้น ป.4 เทอม2 อยู่ๆ ก็พาผมไปลาออก แล้วไปเรียนที่โคราช, หลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตมาเรื่อยๆ ไม่มีความรู้สึกว่าพ่อแม่รักผมเลย, ไม่สนใจว่าการเรียนเป็นยังไง, นิสัยผมคือคนที่เงียบ เก็บตัวเอง กลัวพ่อแม่, ทำอะไรผิดนิด ก็จะดุด่า หนักที่สุดคือ กลับบ้านไม่ตรงเวลา ใช้ไม้ไผ่พันเทปดำทั้งอัน ตีขา จนขาลาย ขาเป็นแผล และมีช่วงหนึ่ง เขาต่อยผม จมูกแตก เลือกออก เนื่องจากมีแหวนที่นิ้วพ่อ, ผมร้องไห้หนักที่สุด และหลายครั้งๆ, จนวันหนึ่ง ผมอยู่ ป.5หรือป.6 ผมจำไม่ชัด พ่อเอาคุณย่า มาพักที่บ้านด้วย เนื่องจากเป็นอัมพฤก​หรืออัมพาต​ เดินไม่ได้ (ย่าเคยเล่าว่า ไปที่ตลาดแล้วถูกาุนัขกัด แล้วใช้มีดหรือไม้ ไปทำมันจนขาหักหรือตาย)​ *จำไม่ได้อภัย
ผมใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านกับย่า อยู่ไม่นานมาก
ตอนนั้นผมเด็กมากๆ ได้ทำอะไรมากมายให้ย่า, แต่ย่าเสียชีวิต เนื่องจากมีฟองฟูมปาก ผมไม่ทราบสาเหตุ, จนพ่อผมถามว่า เอาน้ำปลาใส่แก้วให้ย่ากินเหรอ ผมตอบไม่ได้ เพราะผมจำไม่ได้ ผมจะทำไปทำไม, แต่ผมก็มีอารมณ์​ความรู้สึกโกรธ​ อาจจะเป็นไปได้, หลังจากนั้นใช้ชีวิตมาเรื่อย เก็บตัวเอง กลัวพ่อแม่, คนข้างนอกหรือที่โรงเรียนจะรู้ว่าผมเป็นคนดีมาก พ่อแม่ก็อาจจะรู้ว่าดี แต่ไม่ดีแค่เรื่องภายในบ้าน เล็กๆน้อยๆ ซึ่งปัญหา​มันเกิดจากผมหรือเปล่า ที่เป็นเด็กขาดความรัก ขาดชีวิตชีวา ขาดความรู้การเรียน, คนอื่นได้ไปเรียนพิเศษ แต่ผมไม่ได้, ผมถูกตีขาเป็นแผลมาตลอด, จนผมจบ ม.​6 ผมตัดสินใจออกจากบ้าน เพราะทนตัวเองให้อยู่ไม่ได้, ออกมาทั้งๆที่มี่เงินไม่กี่บาท, ผมกระวนกระวาย​ กับเพื่อนเพื่อขอที่พัก, ซึ่งเจอปัญหา​เยอะมาก, จริงผมอยากเรียนต่อ แต่ความอดทนของผมถึงขีดสุด, ผมได้ทำงานหลายๆอย่างๆ ไปที่กรุงเทพฯ​ ทำงานหลายปี, กลับไปคุยกับพ่อแม่ ก็ดีขึ้น แต่ไม่ได้รับความอบอุ่นเหมือนเดิมครับ แต่ผมโตแล้ว ทำงานมีเงิน, และคิดจะกลับไปเรียนต่อ, คงไม่ต้องการแล้วความอบอุ่น, ขอแค่คุยกันนานๆครั้ง แค่นั้นพอแล้ว, พ่อแม่เขาก็มีลูกชายอีกคนนะครับ ห่างผม 10 ปี ผม22, น้อง12, ผมจะไม่พูดถึงความอิจฉา​ที่น้องได้รับทุกๆอย่างนะ เพราะชีวิตตอนนี้ผมดีขึ้นแล้ว, แต่ระหว่างผมเล่าก็นน้ำตาเกือบหยด แต่ผมก็คิดว่า แบบนี้ดีแล้วครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่