บางครั้งเหตุการณ์ในอดีต ก็ยังส่งผลถึงปัจจุบัน เหตุการณ์นั้นอาจจบไปนานแล้ว แต่ความรู้สึกยังคงชัดเจนอยู่ในหัวใจ แล้วสิ่งไหนจะสามารถ(กัญชา)เยียวยาทุกสิ่ง ให้กลับมาเป็นเช่นเดิม
---------------
กลุ่มควันค่อยๆจางหายไปกับแรงลม พร้อมกับความเศร้าภายในจิตใจ หัวใจเต้นเร็วขึ้น หูเริ่มอื้อ สัมผัสของขาทั้งสองข้างค่อยๆหายไป สีสันรอบตัวก็ค่อยๆกลับมา ความสุขเข้ามาแทนที่ แม้จะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆก็ตาม
“คุณกำลังคิดอะไรอยู่” ผมถามเพื่อทำลายบรรยากาศความเงียบ ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้เขาเป็นทั้งเพื่อนและคนไข้ของผม ผมเป็นหมอจิตแพทย์อยู่ในโรงพยาบาลมามากกว่าสิบปีแล้ว แต่อาการแบบนี้ผมไม่ค่อยพบเจอบ่อยมากนัก
“กูช่วยได้นะ มีอะไรปรึกษากูได้” ผมเปลี่ยนสรรพนามเพื่อให้ดูสนิทกันมากขึ้น เขาเงยหน้าขึ้นมาหลังจากที่นั่งก้มหน้ากอดอกตั้งแต่เข้ามานั่งในห้อง “หยดน้ำตา ก็ไม่อาจลบเลือนความเศร้าภายในจิตใจ” เขาพูดและสบตากับผม ผมสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ไม่รู้สึก ความรัก ความสุข และความหวังของชีวิตหายไป ชีวิตที่ไม่มีชีวิตแสดงออกมาผ่านแววตาที่เย็นชาของเขา
“ความรักที่แท้จริง มันรู้สึกยังไง” เป็นคำพูดของเขาที่พูดกับผมเมื่อประมาณสามสิบปีที่แล้ว เขาพูดขณะกอดผมพร้อมกับร้องไห้ออกมา เขามักจะเล่าปัญหาชีวิตให้ผมฟัง อาจเพราะผมเป็นคนเดียวที่เข้าใจเขา เป็นเพื่อน ที่พร้อมจะรับฟังเขาได้เสมอ ในเวลาเย็นของทุกวันผมกับเขาจะมาเจอกันที่ทะเลสาบของหมู่บ้าน นั่งคุยกันจนมืดค่ำก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้าน
ผมกับเขามีอะไรหลายอย่างที่คล้ายกัน เขากำพร้าแม่ ส่วนผมกำพร้าพ่อ แม่ของผมเล่าให้ฟังว่าพ่อจากไปตั้งแต่ผมยังไม่เกิด แต่แม่ก็เลี้ยงดูผมอย่างดีและสอนให้ผมยอมรับความจริงในสิ่งที่เกิดขึ้น ผมก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองขาดหรือต้องการมีเหมือนครอบครัวอื่น แต่สำหรับเขาชายผู้นั้นที่เขาเรียกว่าพ่อไม่เคยมอบความรักให้เลย ชายคนนั้นไม่เคยพูดกับเขาเลยเมื่ออยู่บ้าน แต่เมื่อสุราเข้าปาก เขาจะถูกด่าว่าเหมือนสัตว์ที่มาขออาศัยอยู่ในบ้าน และถูกทำร้ายร่างกายดั่งกระสอบทราย เช้าวันต่อมาตัวเขาจะเต็มไปด้วยรอยแผล ช่องว่างในหัวใจคือสิ่งที่ผมสัมผัสได้เมื่อรู้จักตัวตนของเขาผ่านเรื่องราวและรอยบอบช้ำ
“หยดน้ำตา ก็ไม่อาจลบเลือนความเศร้าภายในจิตใจ” คือคำที่เขาพูดกับผมในวันสุดท้ายที่เราได้เจอกันก่อนผมจะไปเรียนต่อต่างประเทศ เขาคือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ผมไปเรียนต่อจิตแพทย์เพื่อมารักษาอาการของเขา พระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า ความหวังและชีวิตของเขาก็เช่นกัน และผมคงจะเป็นแสงแรกที่เขารอคอยการกลับมา ผมเป็นห่วงเขา ผมมักจะเอาคำพูดที่แม่สอนผมมาสอนกับเขา ก่อนแยกกันผมกอดเขาและบอกให้ยิ้มไว้ผมจะรีบกลับมา เขายิ้มตอบพร้อมกับน้ำตาที่ค่อยๆไหลออกมา
ผมคิดในใจทฤษฎีที่ผมร่ำเรียนมาไม่อาจจะช่วยเขาได้ คงเหลือทางเลือกทางเดียวที่จะเยียวยาจิตใจของเขา “กูจะให้กัญชากับ” ผมยิ้มให้เขา “มันเป็นยาเสพติด” เขาก้มหน้าตอบผม “ไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว รัฐบาลประกาศถอนกัญชาออกจากยาเสพติดประเภทที่ห้า และสามารถใช้มันในทางการแพทย์อย่างถูกกฏหมาย” ก่อนออกจากห้องผมกอดเขา และบอกว่า “อย่าคิดมาก ยิ้มไว้ กูอยู่ข้างเสมอเพื่อน” เขายิ้มให้ผมเป็นรอยยิ้มเดียวกันกับเมื่อสามสิบปีที่แล้ว ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป
“กัญชาเยียวยาทุกสิ่ง” ผู้ช่วยของผมเอ่ยขึ้นเมื่อบังเอิญไปเจอกับคนไข้รายนั้นเมื่อเวลาผ่านไปกว่าสามเดือน เขากลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผมยิ้มให้กับเธอและบอกว่า “ความรักต่างหากที่เยียวยาทุกสิ่ง เพราะที่จริงแล้วผมไม่ได้ให้กัญชาของจริงกับเขาไป”
ควันหลง เรื่องสั้น 25 บรรทัด
---------------
กลุ่มควันค่อยๆจางหายไปกับแรงลม พร้อมกับความเศร้าภายในจิตใจ หัวใจเต้นเร็วขึ้น หูเริ่มอื้อ สัมผัสของขาทั้งสองข้างค่อยๆหายไป สีสันรอบตัวก็ค่อยๆกลับมา ความสุขเข้ามาแทนที่ แม้จะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆก็ตาม
“คุณกำลังคิดอะไรอยู่” ผมถามเพื่อทำลายบรรยากาศความเงียบ ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้เขาเป็นทั้งเพื่อนและคนไข้ของผม ผมเป็นหมอจิตแพทย์อยู่ในโรงพยาบาลมามากกว่าสิบปีแล้ว แต่อาการแบบนี้ผมไม่ค่อยพบเจอบ่อยมากนัก
“กูช่วยได้นะ มีอะไรปรึกษากูได้” ผมเปลี่ยนสรรพนามเพื่อให้ดูสนิทกันมากขึ้น เขาเงยหน้าขึ้นมาหลังจากที่นั่งก้มหน้ากอดอกตั้งแต่เข้ามานั่งในห้อง “หยดน้ำตา ก็ไม่อาจลบเลือนความเศร้าภายในจิตใจ” เขาพูดและสบตากับผม ผมสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ไม่รู้สึก ความรัก ความสุข และความหวังของชีวิตหายไป ชีวิตที่ไม่มีชีวิตแสดงออกมาผ่านแววตาที่เย็นชาของเขา
“ความรักที่แท้จริง มันรู้สึกยังไง” เป็นคำพูดของเขาที่พูดกับผมเมื่อประมาณสามสิบปีที่แล้ว เขาพูดขณะกอดผมพร้อมกับร้องไห้ออกมา เขามักจะเล่าปัญหาชีวิตให้ผมฟัง อาจเพราะผมเป็นคนเดียวที่เข้าใจเขา เป็นเพื่อน ที่พร้อมจะรับฟังเขาได้เสมอ ในเวลาเย็นของทุกวันผมกับเขาจะมาเจอกันที่ทะเลสาบของหมู่บ้าน นั่งคุยกันจนมืดค่ำก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้าน
ผมกับเขามีอะไรหลายอย่างที่คล้ายกัน เขากำพร้าแม่ ส่วนผมกำพร้าพ่อ แม่ของผมเล่าให้ฟังว่าพ่อจากไปตั้งแต่ผมยังไม่เกิด แต่แม่ก็เลี้ยงดูผมอย่างดีและสอนให้ผมยอมรับความจริงในสิ่งที่เกิดขึ้น ผมก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองขาดหรือต้องการมีเหมือนครอบครัวอื่น แต่สำหรับเขาชายผู้นั้นที่เขาเรียกว่าพ่อไม่เคยมอบความรักให้เลย ชายคนนั้นไม่เคยพูดกับเขาเลยเมื่ออยู่บ้าน แต่เมื่อสุราเข้าปาก เขาจะถูกด่าว่าเหมือนสัตว์ที่มาขออาศัยอยู่ในบ้าน และถูกทำร้ายร่างกายดั่งกระสอบทราย เช้าวันต่อมาตัวเขาจะเต็มไปด้วยรอยแผล ช่องว่างในหัวใจคือสิ่งที่ผมสัมผัสได้เมื่อรู้จักตัวตนของเขาผ่านเรื่องราวและรอยบอบช้ำ
“หยดน้ำตา ก็ไม่อาจลบเลือนความเศร้าภายในจิตใจ” คือคำที่เขาพูดกับผมในวันสุดท้ายที่เราได้เจอกันก่อนผมจะไปเรียนต่อต่างประเทศ เขาคือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ผมไปเรียนต่อจิตแพทย์เพื่อมารักษาอาการของเขา พระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า ความหวังและชีวิตของเขาก็เช่นกัน และผมคงจะเป็นแสงแรกที่เขารอคอยการกลับมา ผมเป็นห่วงเขา ผมมักจะเอาคำพูดที่แม่สอนผมมาสอนกับเขา ก่อนแยกกันผมกอดเขาและบอกให้ยิ้มไว้ผมจะรีบกลับมา เขายิ้มตอบพร้อมกับน้ำตาที่ค่อยๆไหลออกมา
ผมคิดในใจทฤษฎีที่ผมร่ำเรียนมาไม่อาจจะช่วยเขาได้ คงเหลือทางเลือกทางเดียวที่จะเยียวยาจิตใจของเขา “กูจะให้กัญชากับ” ผมยิ้มให้เขา “มันเป็นยาเสพติด” เขาก้มหน้าตอบผม “ไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว รัฐบาลประกาศถอนกัญชาออกจากยาเสพติดประเภทที่ห้า และสามารถใช้มันในทางการแพทย์อย่างถูกกฏหมาย” ก่อนออกจากห้องผมกอดเขา และบอกว่า “อย่าคิดมาก ยิ้มไว้ กูอยู่ข้างเสมอเพื่อน” เขายิ้มให้ผมเป็นรอยยิ้มเดียวกันกับเมื่อสามสิบปีที่แล้ว ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป
“กัญชาเยียวยาทุกสิ่ง” ผู้ช่วยของผมเอ่ยขึ้นเมื่อบังเอิญไปเจอกับคนไข้รายนั้นเมื่อเวลาผ่านไปกว่าสามเดือน เขากลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผมยิ้มให้กับเธอและบอกว่า “ความรักต่างหากที่เยียวยาทุกสิ่ง เพราะที่จริงแล้วผมไม่ได้ให้กัญชาของจริงกับเขาไป”