เราอายุ 22 อยู่ในวัยที่ใกล้จะเรียนจบ และหางานทำ ช่วงนี้ใกล้ชิดกับอาจาร์ยมหาลัยมากเพราะทำโปรเจคจบ
เลยมาสังเกตตัวเองและเพื่อนคนอื่น
ว่าทุกคนจะมีความกลัวอาจาร์ยมาก
เนื่องจากข้อมูลในยุคนี้หาง่ายแสนง่ายอยากรู้อะไรอากู๋แปปเดียวเจอแทบทุกอย่าง
ความรู้บางอย่างที่เชื่อๆสอนๆต่อกันมา มีอิทธิพลน้อยมากกับเด็กยุคนี้ เพราะเรามีแหล่งความรู้ที่น่าเชื่อถือกว่าในอยู่ในมือ
ทำให้หลายครั้งสิ่งที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองสอน มักไม่เข้าหู เพราะเกิดอคติที่ว่า เราเองก็รู้ได้ เราเองก็ไปหาเพิ่มเติมเองได้ เลยรู้สึกต่อต้านเวลาถูกสอนอะไรต่างๆ
คนแบบอาจาร์ยมหาลัยเลยมีอิทธิพลกับเรามากกว่าเพราะเขารู้ข้อมูลเชิงลึก เป็นข้อมูลที่หาไม่ได้ตามอินเทอร์เน็ต
เวลาเขาตำหนิเลยจะรู้สึกกลัว ไม่พยายามต่อต้านเหมือนตอนอยู่กับพ่อแม่ที่บ้าน เพราะเรารู้น้อยกว่า อีกอย่างอาจาร์ยเป็นเหมือนแบบอย่างในอนาคตของการทำงาน
สุดท้ายเลยกลายเป็นเชื่อคนไกลตัวมากว่าคนใกล้ตัว ไปซะอย่างงั้น
คิดว่าเรื่องนี้เป็นจริงเท็จอย่างไงลองมาแชร์กันได้นะ
เด็กเจนนี้เชื่อพ่อแม่น้อยลงรึป่าว
เลยมาสังเกตตัวเองและเพื่อนคนอื่น
ว่าทุกคนจะมีความกลัวอาจาร์ยมาก
เนื่องจากข้อมูลในยุคนี้หาง่ายแสนง่ายอยากรู้อะไรอากู๋แปปเดียวเจอแทบทุกอย่าง
ความรู้บางอย่างที่เชื่อๆสอนๆต่อกันมา มีอิทธิพลน้อยมากกับเด็กยุคนี้ เพราะเรามีแหล่งความรู้ที่น่าเชื่อถือกว่าในอยู่ในมือ
ทำให้หลายครั้งสิ่งที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองสอน มักไม่เข้าหู เพราะเกิดอคติที่ว่า เราเองก็รู้ได้ เราเองก็ไปหาเพิ่มเติมเองได้ เลยรู้สึกต่อต้านเวลาถูกสอนอะไรต่างๆ
คนแบบอาจาร์ยมหาลัยเลยมีอิทธิพลกับเรามากกว่าเพราะเขารู้ข้อมูลเชิงลึก เป็นข้อมูลที่หาไม่ได้ตามอินเทอร์เน็ต
เวลาเขาตำหนิเลยจะรู้สึกกลัว ไม่พยายามต่อต้านเหมือนตอนอยู่กับพ่อแม่ที่บ้าน เพราะเรารู้น้อยกว่า อีกอย่างอาจาร์ยเป็นเหมือนแบบอย่างในอนาคตของการทำงาน
สุดท้ายเลยกลายเป็นเชื่อคนไกลตัวมากว่าคนใกล้ตัว ไปซะอย่างงั้น
คิดว่าเรื่องนี้เป็นจริงเท็จอย่างไงลองมาแชร์กันได้นะ