JJNY : 4in1 ชัชชาติแนะกกต./วิญญัติจี้กกต./จาตุรนต์สวนกกต./พีเน็ต มึน กกต.

มองทุกอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ 'ชัชชาติ' แนะ กกต. ใช้เทคโนโลยีสร้างความโปร่งใสในการเลือกตั้ง
https://voicetv.co.th/read/7tbZlYIUN

หลังจากการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรเกิดความผิดพลาดจนกลายเป็นประเด็นใหญ่ที่สังคมต้องหันมาจับตามองการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ออกมาแนะกกต. ให้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสร้างความโปร่งใสในการเลือกตั้ง และการเก็บหีบบัตร
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตอนนี้ทางกกต. ต้องรีบเร่งแก้ปัญหาแล้ว และจริงๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องยาก เพราะทุกอย่างมันเป็นวิทยาศาสตร์ เมื่อทราบจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งแต่ละเขต ก็สามารถคำนวณความยาวของคิวได้ ดังนั้น เรื่องแรกคือ ทางกกต. ต้องเตรียมบุคลากรให้เพียงพอ เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม

อย่างไรก็ตาม ยังมีเรื่องน่าเป็นกังวลมากกว่านั้นคือ เมื่อได้รับบัตรเลือกตั้งมาแล้วจะเก็บไว้ตรงไหน เพราะความโปร่งใสเป็นสิ่งสำคัญ กกต. ต้องทำให้ชัดเจนว่า มีการเก็บบัตรเลือกตั้งอย่างปลอดภัย ไม่มีคนมาวุ่นวายกับบัตรที่ลงคะแนนแล้ว

"มันหน้าที่หลักของกกต. เลยนะ เราก็ไปก้าวล่วงไม่ได้ ดังนั้น กกต. ก็ต้องแสดงให้เห็นว่า มีความสามารถเพียงพอในการจัดการตรงนี้" นายชัชชาติกล่าว
สำหรับหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า และหีบบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ซึ่งรวมกับแล้วจำนวนกว่า 2 ล้านเสียง ต้องเก็บไว้จนกระทั่งถึงวันที่ 24 มีนาคม ก่อนทำการเปิดออกมานับคะแนน ซึ่งนายชัชชาติ แนะทางกกต. ว่าควรพิจารณานำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เพราะใช้คนเฝ้าบัตรเลือกตั้ง 24 ชั่วโมงคงยากลำบาก และอาจจะดูไม่โปร่งใส ยกตัวอย่างเช่น การติดกล้องซีซีทีวีเชื่อมต่อออนไลน์ 24 ชั่วโมง แล้วอัพขึ้นคลาวด์ เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ หรือเก็บไฟล์การบันทึกเอามาดูย้อนหลัง มากไปกว่านั้นยังมีวิธีซีลติดกล่องบัตร สร้างคิวอาร์โค้ด และติดแท็กแบบแกะไม่ได้


"เทคโนโลยีมีอยู่แล้ว อย่าไปพึงคน ต้องอาศัยเทคโนโลยีเข้าไปจับ ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีก็ราคาถูกลงเยอะ กกต. น่าจะมีมาตรการเหล่านี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทุกคนมากยิ่งขึ้น" นายชัชชาติเน้นย้ำ

ทว่าสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับทางกกต. ว่าจะทำหรือเปล่า เพราะมันไม่ใช่เรื่องยาก ถ้ารู้จักคิด หรือรับผิดชอบ ก็ต้องเห็นเทคโนโลยีอยู่แล้ว จึงอยากฝากให้ กกต. เอาเทคโนโลยีมาช่วย แค่นี้ก็อุ่นใจแล้ว


"วิญญัติ"จี้กกต.พิจารณาคำร้องยุบพปชร.หลังชี้"โต๊ะจีน"ไม่ผิดอย่างไว
https://www.matichon.co.th/local/crime/news_1404267

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมาย เพื่อสิทธิและเสรีภาพ (สกสส.) ในฐานะผู้ยื่นคำร้องต่อประธานกกต.ยุบพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า เข้าข่ายการกระทำความผิดต่อกฎหมายและขัดรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่เลขาธิการกกต. จะเอาเรื่องโต๊ะจีนที่บอกว่า ตรวจสอบไม่พบการบริจาคจากต่างชาติ จึงถือว่าไม่มีความผิดเข้าข่ายยุบพรรคว่า

เห็นว่าเป็นเรื่องน่าสงสัยว่า เลขา กกต.มีเจตนาใดที่ให้ข่าวเช่นนี้ เพราะเรื่องโต๊ะจีนหากผิดจริงก็มีโทษปรับเท่านั้น และตนเองที่ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวน สืบสวน สอบสวนและวินิจฉัยชี้ขาด เหตุใดจึงไม่มีความคืบหน้า เฉพาะในส่วนที่ตนยื่นคำร้องยุบพรรคต่อ กกต.เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 62 มีหลายประเด็นอันเป็นกระทำการกันอย่างเป็นขบวนการในแต่ละช่วงเวลาทั้งก่อนหน้ามีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งและหลังมีการเลือกตั้งต่อเนื่องติดต่อกัน โดยแบ่งแยกหน้าที่กันกระทำทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ กรรมการบริหารพรรค และกับพวกอีกหลายราย และยังเกี่ยวกับการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ และเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ไม่ใช่การบริหารราชการแผ่นดินในหน้าที่ปกติ ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เช่น

ประการที่ 1. ความสัมพันธ์ของกลุ่มบุคคลในรัฐบาลตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และอดีตรัฐมนตรีหลายคนที่กระทำการเข้าครอบงำพรรคพลังประชารัฐ

ประการที่2. การตั้งพรรคพลังประชารัฐมีเจตนาตั้งแต่ต้น ว่าจะสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยใช้พรรคพลังประชารัฐที่ตนเองเป็นเส้นทางก้าวไปสู่อำนาจ

ประการที่3. กลุ่มสามมิตร เคลื่อนไหวและดำเนินการทางการเมือง เพื่อให้ผู้สมัครมา โดยวิธีการในลักษณะใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่อดีตรัฐมนตรี 3-4 คนและใช้ทรัพยากรของรัฐเอาเปรียบผู้สมัครพรรคการเมืองอื่น

ประการที่4. รัฐบาลหรือบุคคลในรัฐบาลยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้ใช้นโยบายรัฐบาลประชารัฐ เป็นนโยบายพรรคพลังประชารัฐ

ประการสุดท้าย คือ การเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยการเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ทั้งที่รู้ว่าพลเอกประยุทธ์มาจากการยึดอำนาจ และเป็นผู้ที่ใช้ คสช. เพื่อประโยชน์ในทางตรงและทางอ้อมต่อบุคคล

ทั้งหมดนี้ การที่เลขา กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคควรต้องทำหน้าที่ให้รวดเร็วและไม่เลือกปฏิบัติ สังคมจึงต้องร่วมกันติดตาม กกต.ว่า ทำเรื่องพรรคพลังประชารัฐไปถึงไหนแล้วเร็วๆนี้จะได้พิสูจน์กันว่า กกต.กระทำการหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ หรือกระทําการอื่นใดอันเป็นการขัดขวางมิให้การเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ หรือคําสั่งของคณะกรรมการ ซึ่งมีโทษทางอาญาและถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งด้วย หรืออยากให้มีคนยื่นฟ้อง กกต.ต่อศาลเอาผิดจึงจะมีคำตอบให้สังคม อย่างนี้ประชาชนจะเชื่อมั่นในความเป็นกลางจัดการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรมได้อย่างไร
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่