JJNY : 4in1 หญิงหน่อยประกาศปราบยาเสพติด/ผิดหวังกกต.สอบโต๊ะจีน/ปณ.นิวยอร์กตีกลับบัตรลต./ม.อ.โพลใต้ให้ธนาธรเหนืออภิสิทธิ์

‘หญิงหน่อย’ ประกาศ พรรคเพื่อไทย เป็นรัฐบาล จะกลับมาปราบปรามยาเสพติด!
https://www.khaosod.co.th/election-2019/news_2300274

คุณหญิงสุดารัตน์ ประกาศเพื่อไทย ขอกลับมา ปราบปรามยาเสพติด ส่งคืนลูกหลานสู่อ้อมอกพ่อแม่ ย้ำ 24 มี.ค. ต้องไปเลือก ให้ถล่มทลาย
หญิงหน่อย เพื่อไทย ยาเสพติด – เมื่อวันที่ 12 มี.ค. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่จังหวัดสกลนครขึ้นเวทีปราศรัยช่วยผู้สมัครพรรคเพื่อไทย นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ผู้สมัครเขต 1 นายนิยม เวชกามา ผู้สมัครเขต 2 นายพัฒนา สัพโส ผู้สมัครเขต 3 นางอนุรักษ์ บุญศล ผู้สมัครเขต 4 น.ส.สกุณา สาระนันท์ ผู้สมัครเขต 5 และนายเกษม อุประ ผู้สมัครเขต 6

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า ได้กลับมาพบพี่น้องประชาชนสกลนครอีกครั้ง ก็ดีใจแม้จะมาหลายครั้ง แต่ใกล้ถึงวันสำคัญจึงต้องกลับมาอีก เพื่อมาย้ำถึงนโยบายดีๆ ของพรรคเพื่อไทย ที่จะมาแก้ปัญหาแก้ความทุกข์ของคนไทย ที่กำลังประสบอยู่ในขณะนี้ และแม้การเลือกตั้งครั้งนี้จะเขียนกติกามาใหม่ทั้งการแบ่งเขตแบ่งเบอร์ผู้สมัครจนประชาชนสับสน แต่เชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศจะไม่สับสนกับกลลวงของกติกานี้อย่างแน่นอน

ส่วนปัญหาเศรษฐกิจ และปากท้องของประชาชน จะเห็นว่าตลอด 5 ปีที่รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศ รัฐบาลใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 13 ล้านล้านบาท ซึ่งมากกว่าทุกรัฐบาล ทุกนายกรัฐมนตรี แต่ประชาชนยังจนอยู่ จึงย้อนถามว่าจะทนอยู่กับสภาพแบบนี้ต่อไปอีกหรือไม่

ขณะเดียวกันก็มีเสียงนินทาว่า มาลงพื้นที่ปราศรัยทุกครั้ง มาโปรยนโยบาย มาขายฝันให้คนรากหญ้า ซึ่งยอมรับว่าทุกครั้ง ได้ไปพบประชาชนคนไทย ในแต่ละจังหวัด พรรคเพื่อไทยมาเอาใจ คนจนจริง และมาผูกเสี่ยวกันไว้แล้วเรียบร้อย และหลังเลือกตั้ง ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เข้ามาบริหารประเทศ จะทำให้ประชาชน ชาวไร่ชาวสวนมีชีวิตที่ดีขึ้น จะมาเติมเงินในกระเป๋าให้ตุง ไม่ต้องจนแบบนี้

ใครจะนินทาอะไรก็ปล่อยไป เพราะเพื่อไทยมีเหตุผล ไม่ได้เอาเงินมายัดใส่กระเป๋า ให้ประชาชน แล้วไม่มีสิทธิ์ที่จะใช้จ่ายเงิน ที่ยัดใส่มือมาให้ ทั้งนี้หากเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ราคาข้าวกลับมาดีขึ้นเกวียนละ12,000 บาท และสินค้าเกษตรทุกอย่างจะมีราคาดีขึ้นภายในเวลา 6 เดือนอย่างแน่นอน

ส่วนปัญหายาเสพติดที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ จะเห็นว่าแม้จะมีมาตรา 44 ใช้ได้อย่างเต็มมือแต่ก็ยังทำให้ยาเสพติดระบาดมากขนาดนี้ วันนี้อยากให้พี่น้องชาวสกลนครและคนไทยทั้งประเทศมาจับมือกันแก้ปัญหายาเสพติด เอาลูกหลานที่ติดยาเสพติดมาบำบัดให้กลับสู่อ้อมอกพ่อแม่อีกครั้ง

แต่สิ่งที่พูดมาทั้งหมดจะทำไม่ได้ ถ้าวันที่ 24 ประชาชนไม่เลือกเพื่อไทย เพราะกติกาทุกอย่าง มันเปลี่ยนและบิดเบี้ยวไปหมดแล้ว โดยเพราะเสียง ส.ว.250 เสียง ที่ตุนอยู่ในกระเป๋าแล้ว แต่แม้ผู้มีอำนาจจะใช้อำนาจล้นฟ้าเพียงใด

หากประชาชนคนไทยไปเลือกตั้งให้คะแนนถล่มทลายไปเลือกพรรคเพื่อไทยให้ท่วมเสียง ส.ว. คนไทยก็จะได้ส่งลุงและทหารคืนไปและเอาเงินในกระเป๋าคืนมา แล้วจะได้ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยเข้ามาทำงาน จะได้ออกจากความทุกข์อย่างแท้จริง วันที่ 24 มีนาคม จึงไม่ใช่วันที่จะมาเกรงใจ และกลัวใครอีกต่อไปแล้ว



ศรีสุวรรณ ผิดหวัง กกต. สอบโต๊ะจีน พปชร. ไม่ตรงคำร้อง ทำให้รอดยุบพรรค ถามหาความเที่ยงธรรม
https://www.khaosod.co.th/election-2019/news_2300979

ศรีสุวรรณ ผิดหวัง กกต. สอบโต๊ะจีน พปชร. ไม่ตรงคำร้อง ทำให้รอดยุบพรรค ถามหาความเที่ยงธรรม

วันที่ 12 มี.ค. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย แถลงการณ์สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เรื่อง ผิดหวังเลขา กกต. สอบโต๊ะจีน พปชร.ไม่ตรงกับคำร้อง ความว่า ตามที่เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง แถลงเปิดเผยถึงการพิจารณาคำร้องกรณีพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) จัดโต๊ะจีนระดมทุน 200 โต๊ะ ๆ ละ 3 ล้านบาท ได้ยอดรวมมูลค่ากว่า 650 ล้านบาทว่า จากการตรวจสอบผู้บริจาค ที่มีนิติบุคคล 40 แห่ง และบุคคล 84 คน ไม่พบบุคคลต่างชาติร่วมบริจาคเงิน ถือว่าไม่มีความผิด และไม่เข้าข่ายถูกยุบพรรคนั้น

คำแถลงดังกล่าว ไม่ทราบว่าเลขา กกต. นำมาจากคำร้องของผู้ใด เพราะสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยไม่เคยร้องว่าเงินที่พรรค พปชร.จัดระดมทุนโต๊ะจีนนั้น มีบุคคลต่างชาติบริจาคหรือไม่ แต่คำร้องที่สมาคมฯร้องให้ กกต.ตรวจสอบ คือ

1) มีข้าราชการและหรือหน่วยงานรัฐร่วมบริจาคทั้งทางตรงหรือทางอ้อมตามมาตรา 76 แห่งพรป.พรรคการเมือง 2560 หรือไม่ อย่างไร

2) เงินที่นิติบุคคลบางแห่งบริจาคนั้น เป็นบริษัทที่มีผลประกอบการขาดทุนมาโดยตลอด แต่ทำไมจึงมีศักยภาพในการบริจาคได้ ซึ่งอาจเข้าข่ายมาตรา 72 และหรือมาตรา 29 แห่ง พรป.พรรคการเมือง 2560 หรือไม่

3) มีพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น กทม. ททท. ฯลฯ มาร่วมซื้อโต๊ะและหรือบริจาคด้วยหรือไม่ ตามที่มีชื่อปรากฎในแผนผังของการจัดโต๊ะจีนดังกล่าว

ซึ่งหากพิจารณาไต่สวนแล้วมีข้อมูลอันเชื่อได้ว่ามีเหตุตามคำร้องทั้ง 3 ประเด็นข้างต้น ก็สามารถใช้เป็นเหตุตามมาตรา 72 ประกอบมาตรา 92(3) ได้ที่ระบุว่า “ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดํารงตําแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า มีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย” ซึ่งนายทะเบียนพรรคการเมืองสามารถเสนอเรื่องให้คณะกรรมการ กกต.เสนอศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค พปชร.ได้ต่อไป

แต่การที่เลขา กกต. มากล่าวอ้างการตรวจสอบเฉพาะมาตรา 74 คือ ไม่มีผู้บริจาคเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลต่างชาติก็สรุปเอาง่ายๆว่า ไม่มีเหตุแห่งการยุบพรรค พปชร.โดยไม่นำมาตรา 72 มาพิจารณาตรวจสอบเลยนั้น ท่านเลขา กกต.ไปกินอะไรมาผิดสำแดงหรือเปล่า ? เช่นนี้จะเรียกว่าเป็นการใช้อำนาจไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมได้อย่างไร ?
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่