เป็นเรื่องที่เจอเมื่อเช้ามืดวันนี้ จัดการทั้งหมดเสร็จสิ้นภายใน 11.00 น. ของวันนี้เลยเก็บประสบการณ์มาแชร์ให้ทราบกันค่ะ
เราเคยอ่านกระทู้เรื่องบัญชี Netflix ของท่านอื่นๆ ในพันทิปกับในกลุ่ม Netflix ไทย หลายกลุ่มผ่านๆ ตาบ้าง แต่ไม่ได้สนใจมาก เพราะคิดว่า ตัวเราไม่ได้ดูแล้ว ยกเลิกการสมัครไปแล้วก็น่าจะจบ แต่ไม่คิดเลยว่าจะโดนเข้ากับตัวเองค่ะ
เมื่อเช้าวันนี้ เราสะดุ้งตื่นตอน 6 โมงเช้า มีแจ้งเตือนจากแอพ KTC ว่ามีการใช้จ่าย Netflix.com ยอด 16,900 cop เห็นแล้วสะดุ้งลุกจากเตียงทันที ในใจคิดว่า เอาแล้วๆ โดนซะแล้ว เพราะว่าเราไม่ได้ดู Netflix นานมากๆ แล้ว ยกเลิกไปเมื่อปีที่แล้ว จู่ๆ มันจะมาตัดเงินย้อนหลังอะไรกันล่ะ
รีบโทรหา Call Center ของ KTC เจ้าหน้าที่บอกตอนนี้ยอดนี้ยังไม่บันทึกในระบบ แต่ยอดที่ระบบเห็นเป็นสกุลเงินบาท ประมาณ 160 กว่าบาทหรือไงนี่แหละค่ะ เจ้าหน้าที่ก็แนะนำว่าอาจจะเกิดจากการสมัครใน Itunes จึงแนะนำให้เราไปทำการยกเลิกก่อน แต่ดูในเครื่องเรา (ไอโฟน) ก็ไม่มี เครื่องของแม่เป็น Ipad ก็ไม่มี แต่เราก็แจ้งเจ้าหน้าที่ไปว่า ไม่แน่ใจ เพราะว่าเคยล็อคอินเอาไว้ในไอโฟนอีกเครื่องที่ถูกขโมยไป เจ้าหน้าที่บอกยังไงจะจัดการปฏิเสธยอดนี้ให้ แต่รายละเอียดตอนนี้ยังเช็คไม่ได้ เนื่องจากระบบยังไม่บันทึก จะโทรกลับมาแจ้งตอนประมาณ 3 ทุ่มคืนนี้
ในรายละเอียดของแอพ บอกรายละเอียดรายการว่า 408-724-9160 NLD ซึ่งเราไม่รู้ว่าเป็นอะไร ส่วน cop มันไม่ใช่ยอดเงินไทยแน่ๆ เราค่อนข้างมั่นใจว่าโดนแฮค เลยล็อคอินเข้า Netflix ทางแอพแต่ยังไม่พบความผิดปกติ เพราะล็อคอินเข้าได้ แต่เกิดเอะใจแปลกๆ เลยลองเข้าไปดูในอีเมล์ ก็โป๊ะเชะค่ะ
ช่วงตอน ตี 4 มีการสมัครใช้บริการ Netflix ในบัญชีของเราใหม่อีกครั้ง

อีเมล์ฉบับถัดมา คือมีการแก้ไขพาสเวิร์ด และอีเมล์ และสุดท้ายมีการเปลี่ยนพาสเวิร์ดกับอีเมล์กลับด้วยอีกต่างหาก

ลองค้นข้อมูลในพันทิป มีคนเจอกรณีคล้ายกัน ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ โทรศัพท์จะมีคนไทยช่วง 11.00 น. เราตัดสินใจแจ้งเรื่องผ่านทางแชทสดก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ขอเลขบัตรเครดิตไปตรวจสอบ โดยจะมีระบบให้เรากรอกเลขเอง เจ้าหน้าที่มีการสอบถามนั่นนี่โน่นแล้วบอกให้เราโทรบอกเจ้าหน้าที่อีกที (อ้าว นึกว่าจบ) เราเลือกขอคุยกับเจ้าหน้าที่ไทยตอน 11.00 น. ซึ่งคนที่คุยกับเราทางแชทสดก็โอเค (ในขั้นตอนนี้ตอนจบการสนทนา มีให้เลือกด้วยว่าจะเอาแชทล็อกไหม ถ้าเลือก ระบบจะส่งแชทล็อกเข้าอีเมล์เราให้ด้วย) หลังจากนั้นเราโทรคุยกับเจ้าหน้าที่คนไทยของ Netflix
ทางเจ้าหน้าที่จะขอเลขหน้าบัตรเครดิต เราอ้างอิงข้อมูลที่เซฟเก็บไว้ เพราะขณะคุยกับเจ้าหน้าที่เรายังเข้า Netflix ของเราได้ คือโชว์หรามาก ว่าโดนเทคโอเวอร์ล่ะ

เจ้าหน้าที่จัดการบล๊อกเลขบัตรเครดิตของเราให้ พร้อมบล๊อกแอคเคาท์ของเรา เพื่อไม่ให้เอาไปใช้ได้อีก ซึ่งจะมีผลในอีก 3 วัน แนะนำให้เราอายัดบัตรเครดิต เราก็โทรไปอายัดเรียบร้อย
หนนี้เข็ดเลยค่ะ ปกติเราคิดว่าเราระวังตัวแล้ว ส่วนใหญ่จะใช้ virtual cards ของ true wallet บ้าง air pay บ้าง อันนี้ประมาทเกินไป ยังดีไม่ใช้ใบอื่น ของ KTC เราคิดว่าแอพเด้งเตือนการใช้จ่ายเร็วมาก เพราะปกติเราใช้ใบนี้กับไอโฟน เวลากดซื้อแอพ กดซื้อเกม ยอดมูลค่าสุงๆ เจ้าหน้าที่ก็โทรมาเช็คตลอด แล้วถ้าจำเป็นต้องรูดในตปท. หรือในอินเตอร์เน็ต เราจะใช้แต่ใบนี้เท่านั้น เพื่อป้องกันปัญหา ประมาณว่าเกิดเรื่องก็ใบนี้ใบเดียว ใบอื่นจะได้ไม่ต้องเสี่ยงไปด้วย เสียแต่วงเงินสูงไปหน่อย แต่เราใช้รูดพวกค่าใช้จ่ายกลุ่มอื่นๆ ด้วย เลยไม่ได้ลดวงเงิน สรุป เข็ดค่ะ ที่คิดว่าอาจจะกลับมาดู Netflix อีก สงสัยจะต้องคิดใหม่ล่ะค่ะ
ที่สำคัญคือ พอเข้าไปเช็คว่ามีวิธีเอาข้อมูลบัตรเครดิตเราออกจากระบบไหม ก็ไม่มีค่ะ เราวางใจว่าเออ เรายกเลิกการสมัครไปแล้วนะก็ไม่รอด แถมคนแฮค เอาข้อมูลเราไปจ่ายของตัวเองเสร็จแล้วคืนมาให้เราได้โดยไม่ต้องใช้ cvv เลย ทั้งๆ ที่ตอนเราใช้ ยังต้องกรอก ไม่รู้ว่า ระบบมันตัดได้โดยไม่ต้องกรอก cvv หรือว่าระบบมันแอบเซฟ cvv ไว้กันแน่
บัญชี Netflix ที่ยกเลิกไปแล้ว ถูกแฮค
เราเคยอ่านกระทู้เรื่องบัญชี Netflix ของท่านอื่นๆ ในพันทิปกับในกลุ่ม Netflix ไทย หลายกลุ่มผ่านๆ ตาบ้าง แต่ไม่ได้สนใจมาก เพราะคิดว่า ตัวเราไม่ได้ดูแล้ว ยกเลิกการสมัครไปแล้วก็น่าจะจบ แต่ไม่คิดเลยว่าจะโดนเข้ากับตัวเองค่ะ
เมื่อเช้าวันนี้ เราสะดุ้งตื่นตอน 6 โมงเช้า มีแจ้งเตือนจากแอพ KTC ว่ามีการใช้จ่าย Netflix.com ยอด 16,900 cop เห็นแล้วสะดุ้งลุกจากเตียงทันที ในใจคิดว่า เอาแล้วๆ โดนซะแล้ว เพราะว่าเราไม่ได้ดู Netflix นานมากๆ แล้ว ยกเลิกไปเมื่อปีที่แล้ว จู่ๆ มันจะมาตัดเงินย้อนหลังอะไรกันล่ะ
รีบโทรหา Call Center ของ KTC เจ้าหน้าที่บอกตอนนี้ยอดนี้ยังไม่บันทึกในระบบ แต่ยอดที่ระบบเห็นเป็นสกุลเงินบาท ประมาณ 160 กว่าบาทหรือไงนี่แหละค่ะ เจ้าหน้าที่ก็แนะนำว่าอาจจะเกิดจากการสมัครใน Itunes จึงแนะนำให้เราไปทำการยกเลิกก่อน แต่ดูในเครื่องเรา (ไอโฟน) ก็ไม่มี เครื่องของแม่เป็น Ipad ก็ไม่มี แต่เราก็แจ้งเจ้าหน้าที่ไปว่า ไม่แน่ใจ เพราะว่าเคยล็อคอินเอาไว้ในไอโฟนอีกเครื่องที่ถูกขโมยไป เจ้าหน้าที่บอกยังไงจะจัดการปฏิเสธยอดนี้ให้ แต่รายละเอียดตอนนี้ยังเช็คไม่ได้ เนื่องจากระบบยังไม่บันทึก จะโทรกลับมาแจ้งตอนประมาณ 3 ทุ่มคืนนี้
ในรายละเอียดของแอพ บอกรายละเอียดรายการว่า 408-724-9160 NLD ซึ่งเราไม่รู้ว่าเป็นอะไร ส่วน cop มันไม่ใช่ยอดเงินไทยแน่ๆ เราค่อนข้างมั่นใจว่าโดนแฮค เลยล็อคอินเข้า Netflix ทางแอพแต่ยังไม่พบความผิดปกติ เพราะล็อคอินเข้าได้ แต่เกิดเอะใจแปลกๆ เลยลองเข้าไปดูในอีเมล์ ก็โป๊ะเชะค่ะ
ช่วงตอน ตี 4 มีการสมัครใช้บริการ Netflix ในบัญชีของเราใหม่อีกครั้ง
อีเมล์ฉบับถัดมา คือมีการแก้ไขพาสเวิร์ด และอีเมล์ และสุดท้ายมีการเปลี่ยนพาสเวิร์ดกับอีเมล์กลับด้วยอีกต่างหาก
ลองค้นข้อมูลในพันทิป มีคนเจอกรณีคล้ายกัน ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ โทรศัพท์จะมีคนไทยช่วง 11.00 น. เราตัดสินใจแจ้งเรื่องผ่านทางแชทสดก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ขอเลขบัตรเครดิตไปตรวจสอบ โดยจะมีระบบให้เรากรอกเลขเอง เจ้าหน้าที่มีการสอบถามนั่นนี่โน่นแล้วบอกให้เราโทรบอกเจ้าหน้าที่อีกที (อ้าว นึกว่าจบ) เราเลือกขอคุยกับเจ้าหน้าที่ไทยตอน 11.00 น. ซึ่งคนที่คุยกับเราทางแชทสดก็โอเค (ในขั้นตอนนี้ตอนจบการสนทนา มีให้เลือกด้วยว่าจะเอาแชทล็อกไหม ถ้าเลือก ระบบจะส่งแชทล็อกเข้าอีเมล์เราให้ด้วย) หลังจากนั้นเราโทรคุยกับเจ้าหน้าที่คนไทยของ Netflix
ทางเจ้าหน้าที่จะขอเลขหน้าบัตรเครดิต เราอ้างอิงข้อมูลที่เซฟเก็บไว้ เพราะขณะคุยกับเจ้าหน้าที่เรายังเข้า Netflix ของเราได้ คือโชว์หรามาก ว่าโดนเทคโอเวอร์ล่ะ
เจ้าหน้าที่จัดการบล๊อกเลขบัตรเครดิตของเราให้ พร้อมบล๊อกแอคเคาท์ของเรา เพื่อไม่ให้เอาไปใช้ได้อีก ซึ่งจะมีผลในอีก 3 วัน แนะนำให้เราอายัดบัตรเครดิต เราก็โทรไปอายัดเรียบร้อย
หนนี้เข็ดเลยค่ะ ปกติเราคิดว่าเราระวังตัวแล้ว ส่วนใหญ่จะใช้ virtual cards ของ true wallet บ้าง air pay บ้าง อันนี้ประมาทเกินไป ยังดีไม่ใช้ใบอื่น ของ KTC เราคิดว่าแอพเด้งเตือนการใช้จ่ายเร็วมาก เพราะปกติเราใช้ใบนี้กับไอโฟน เวลากดซื้อแอพ กดซื้อเกม ยอดมูลค่าสุงๆ เจ้าหน้าที่ก็โทรมาเช็คตลอด แล้วถ้าจำเป็นต้องรูดในตปท. หรือในอินเตอร์เน็ต เราจะใช้แต่ใบนี้เท่านั้น เพื่อป้องกันปัญหา ประมาณว่าเกิดเรื่องก็ใบนี้ใบเดียว ใบอื่นจะได้ไม่ต้องเสี่ยงไปด้วย เสียแต่วงเงินสูงไปหน่อย แต่เราใช้รูดพวกค่าใช้จ่ายกลุ่มอื่นๆ ด้วย เลยไม่ได้ลดวงเงิน สรุป เข็ดค่ะ ที่คิดว่าอาจจะกลับมาดู Netflix อีก สงสัยจะต้องคิดใหม่ล่ะค่ะ
ที่สำคัญคือ พอเข้าไปเช็คว่ามีวิธีเอาข้อมูลบัตรเครดิตเราออกจากระบบไหม ก็ไม่มีค่ะ เราวางใจว่าเออ เรายกเลิกการสมัครไปแล้วนะก็ไม่รอด แถมคนแฮค เอาข้อมูลเราไปจ่ายของตัวเองเสร็จแล้วคืนมาให้เราได้โดยไม่ต้องใช้ cvv เลย ทั้งๆ ที่ตอนเราใช้ ยังต้องกรอก ไม่รู้ว่า ระบบมันตัดได้โดยไม่ต้องกรอก cvv หรือว่าระบบมันแอบเซฟ cvv ไว้กันแน่