ผมกำลังเป็นโรคซึมเศร้า

สวัสดีครับ ผมจะมาเล่าเรื่องในชีวิตของผมแบบเข้าใจง่ายๆ ในแต่ละช่วงชีวิตนะครับ

วัยเด็ก

ตอนเด็ก พ่อแม่ผม แยกทางกันตั้งแต่เล็กๆครับ ประมาณ 4 ขวบเห็นจะได้ สาเหตุขอไม่พูดถึงนะครับ ผมก็อยู่กับแม่ตั้งแต่นั้น และแม่ผมก็มีคนเข้ามาในชีวิตบ้าง ในวัยนั้นผมไม่เข้าใจหรอกครับ ว่ามันคืออะไร รู้แค่จะได้อยู่กับแม่แค่คนเดียว โดยไม่มีพ่อ ผมเป็นเด็กร่าเริงครับ ตลก มีความคิดเป็นของตัวเอง ผมมีพี่น้อง 3 คนรวมผมแล้วนะครับ ชาย2 หญิง1

วัยรุ่นตอนต้น

วัยนี้ผมก็เป็นวันรุ่นปกติครับ ในช่วง ม.ต้น ผมเป็นเด็กที่เรียนไม่เก่งมาก และไม่แย่มากครับ กลางๆ กีฬาไม่เด่น การเรียนก็ไม่เด่น 5555 แต่ในวัยนั้นโรงเรียนมันน่ากลัวครับ มีสังคมที่เหมือน ใครเก๋ากว่า หรือมีพวกเยอะกว่าจะได้เป็นที่รู้จัก และมีสาวๆรุมล้อมครับ และเช่นกันผมมันก็ไม่เด่นเรื่องนี้ครับ ผมไม่ชอบต่อยตีเท่าไหร มองว่ามันไร้สาระ

แต่วันหนึ่งผมกลับได้มีเรื่องกับ คนอื่น เค้าหาว่าผมไปมองหน้าเค้าและกวนบาทาของเค้า (ผมสายตาสั้น) ตอนนั้นผม งง ครับ ผมโดนหาเรื่องเพราะเรื่องนี้หรอ ผมก็ได้ตอบไปว่าไม่ได้มอง และถามถ้ามองผมผิดด้วยหรอ สรุปผมโดนรุมเตะ รุมต่อยครับ 5555 ผมโดนแบบนี้มา 3 ปี ตลอดช่วง ม.ต้น

ผมไม่ได้อยากจะมีเรื่องหรอกครับ แต่ส่วนใหญ่เรื่องมันจะมาหาผมเอง ไม่แปลกใจที่ปัจจุบัน ในสังคมยังมีเรื่องแบบนี้อยู่เป็นประจำ เป็นปัญหาสังคม

และจุดเปลี่ยนที่สำคัญในชีวิตก็มาถึงครับ

พี่ชายคนโตของผม ฆ่าตัวตาย ครับ

ใช่ครับ เค้าฆ่าตัวตาย ผมเกิดคำถามในหัวเยอะแยะมากมาย

ตอนช่วงนั้นผมสตั้น ทำอะไรไม่ถูกครับ ผมได้แต่ถามตัวเองว่า แล้วจะยังไงต่อ พี่ไม่อยู่แล้ว ผมมองว่า ชีวิตผมไม่เคยกลัวการตาย เพราะอาจจะปัญหาครอบครัว ปัญหาในวัยรุ่น มันทำให้ผมไม่กลัวการตายเลยสักนิด

แต่ผมดัน กลัวการตายของคนที่ผมรักครับ

คนที่เรารักตาย มันเป็นอะไรที่ทรมาน มากครับ ภาพทุกภาพยังติดตา ตราตรึง ทุกๆอย่างมันดับวูบ มันพูดอธิบายไม่ถูก ถ้าคนๆนั้นคือคนที่คุณรักมากที่สุดครับ

มันเหมือนตกนรก ทั้งเป็นคนที่คุณรัก ได้หายไปจากโลกนี้ โดยจะไม่มีเค้าอีกแล้ว มันเป็นอะไรที่แสนจะทรมานมากๆครับ ผมหันไปมองที่แม่ แม่ผมแทบบ้า แม่ผม หันมาที่ผม ผมได้แต่บอกผมจะทำในส่วนพี่ชายเอง คือดูแลแม่ครับ

วัยรุ่นตอนปลาย

ช่วงวัยนี้มันก็เรื่องปกติครับ คือความรัก การใช้ชีวิตในช่วงนี้ของผม หมดไปกับการทำงาน ช่วยที่บ้านครับ ครอบครัวมีธุรกิจครับ ผมช่วยทำไปได้สักพัก แล้วมีปัญหาส่วนตัวกับทางบ้านครับ แยกตัวออกมา ไปทำงานด้านอื่นๆแทน

และช่วงชีวิตนี้ละครับ ผมได้มีลูก กับคนที่ผมรัก ผมมีลูกชายครับ

ผมได้ทำงานเก็บเงินกับแฟนครับ แฟนผมนิสัยดีมากครับ เป็นคนขยัน นิสัยดี เก็บเงิน จัดการเงินดีเยี่ยม ตอนนั้นผมคิดว่าชีวิตผมคงสมบูรณ์ดีพร้อมแล้ว มีครอบครัวที่ดีที่สุดสำหรับคนอย่างผมแล้ว

แต่แล้วมันก็มาครับ

พวกคุณคงรู้จัก โรคซึมเศร้า แล้วใช่ไหมครับ มันมาในช่วงวัยต่อไปของผมครับ หลายๆอย่างมันไปกระตุ้นเจ้าโรคนี้ให้ตื่น มาทำลายตัวตนของผมหมดสิ้นครับ

ช่วงวัยทำงาน

ในช่วงที่ผมแยกตัวออกมาจาก ครอบครัวผม ได้ประสบอุบัติเหตุครับ ผมไม่เป็นอะไรมากครับ แต่มันไปตกที่ลูกของผมครับ เกือบตาย ผมรู้สึกผิดอยู่ตลอดเวลาครับ ณ ปัจจุบันก็ยังเป็นอยู่

และมันก็เริ่มคืบคลานมาครับ หลังจากอุบัติเหตุ ผมก็ทำงานใช้ชีวิตตามปกติครับ

แต่ความคิด สมองมันเริ่มผิดแปลกไปครับ มันเริ่มมีความรู้สึก เบื่อ อยู่ไปก็ไร้ค่า เราทำอะไรได้บ้าง

ครอบครัวก็ไม่เคยรับฟัง ครอบครัวผมเป็นครอบครัวที่ผู้ใหญ่ถูกต้องเสมอครับ

ครอบครัวผม ไม่ฟังเสียงคนอย่างผมครับ ผมพยายามช่วยในทุกๆด้าน แต่ก็จบด้วยผมเป็นเด็กครับ ผมไม่สามารถเสนอความคิด หรือแนวทางการแก้ไขอะไรได้เลย ผมรับรู้ถึงปัญหาทุกด้าน และอยากจะช่วยแก้ไข อยากขอโอกาสให้ฟังความคิดของผมสักครั้ง

ผมเริ่มรู้สึก คิดอยากตาย ตามพี่ชายไป แต่แฟนผมคอยย้ำเตือน ว่าผมมีทั้งเค้า และลูกที่น่ารักครับ

ผมก็สู้ต่อครับ ยิ้มรับมัน และสู้เพื่อครอบครัวของผมแทนครับ

ผมเริ่มทำงาน เริ่มวางแผนที่จะทำธุรกิจส่วนตัวครับ

แต่แล้วมันมาทำลายครอบครัวของผมครับ เจ้าสมองของผม มันดันทำให้ผมทะเลาะกับแฟนครับ ทะเลาะเริ่มบ่อยมากขึ้นๆ เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

บวกกับผมย้ายกลับมา อยู่กับครอบครัวของผมครับ ปัญหาเดิมๆ ก็ตามมาครับ แต่ผมยังทำงานข้างนอกบ้านอย่างเดียวนะครับ

ผมเริ่มมีอาการแปลกมากขึ้น ทุกๆอย่างที่มันบ่งบอก ว่าเป็นสาเหตุของโรคนี้ครับ

มันทวีคูณความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆครับ

ผมเริ่มรู้สึกว่าผมแปลกเกินไปแล้ว ผมเริ่มศึกษา และโรคนี้คนส่วนใหญ่แนะนำให้ไปหาหมอครับ

เพราะมันต้องรักษาด้วยนักจิตวิทยา และทานยาควบคู่ไปด้วย

แต่ผมคิดว่าผมยังไหวอยู่ ยังไม่อาการหนักขนาดนั้น ผมมีครอบครัวที่ดูแลผมอยู่

แต่แล้ว มันไม่เป็นอย่างนั้นครับ

ผมทะเลาะกับแฟนมากขึ้น เริ่มมีปัญหากับครอบครัวของผม มีปัญหาด้านการงาน หลายๆอย่างมันเริ่มทะยอยตามมาครับ

จนมีอยู่วันหนึ่ง ผมบอกแฟนว่าผม คงต้องได้ไปรักษาได้แล้ว มันเริ่มกัดกินความคิดผม และมันเริ่มส่งผลกระทบต่อเธอเช่นกัน

ผมรู้สึกว่าผมเป็นมากขึ้น มันกำลังกลืนกินผมมากขึ้นๆ ผมกำลังจมลงสู่ความมืดครับ ผมทำร้ายความรู้สึกของคนที่ผมรัก

ผมกำลังจะคิดฆ่าตัวตายครับ

เฮ้ พวกคุณคงคิดมันตลกใช่ไหมครับ
 
ผมมีครอบครัวที่แสนอบอุ่นครับ ใช่ครับ มีทุกๆอย่างแล้วครับ

ผมเคยคิดฆ่าตัวตายมาแล้วหลายครั้งครับ หลายๆวิธีนะครับ แต่ผมยังดึงสติกลับมาได้ครับ

เพราะแฟนผมและลูกผม กับการสูญเสียพี่ชายไปในวัยเด็ก และคำมั่นสัญญาว่าจะดูแลแม่ของผมแทนพี่ชาย มันทำให้ผม ยังไม่ตัดสินใจทำครับ

ตอนนี้ผมรู้สึกว่า ครอบครัว สำคัญกับชีวิตผมมากครับ

ทั้งพ่อแม่ผมทีผมที่แยกทางกัน ทั้งคนในครอบครัวที่ไม่รับฟังความคิดของผม และไม่ทำความเข้าใจกับตัวผมครับ

ผมมองว่าคนส่วนใหญ่ คงมีปัญหาเหมือนกับผม คือ ครอบครัวครับ

ครอบครัวที่มีทั้งพ่อแม่ที่พยายามเข้าใจในตัวลูก

และครอบครัวที่ไม่รับฟัง และไม่ทำความเข้าใจในตัวลูกเช่นกัน

มันเป็นแรงกระตุ้นอย่างแรก ที่ทำให้เด็กวัยรุ่น เป็นเยาวชนที่ดี หรือไม่ดี ได้เลยครับ

ในสังคมปัจจุบัน ผมเริ่มมองว่า เด็กเค้าต้องการความเข้าใจครับ

ผมอยากให้พ่อแม่ ลูก มานั่งเปิดใจคุยกัน รับฟังกัน เหตุผลของแต่ละคน และผสมผสานกันให้ลงตัวครับ หาแนวทางที่สามารถนำมาใช้ควบคู่กันไปได้

ทั้งความเป็นผู้ใหญ่

ทั้งความเป็นวัยรุ่น

มีครอบครัวที่ทำแบบนี้ครับ แต่ก็มีอีกหลายครอบครัวที่ยังไม่เปิดรับฟัง เสียงของคนในครอบครัวครับ

วัยรุ่นก็ต้องฟังเสียง ของพ่อแม่เช่นกันครับ เรื่องไหนที่มันผิด ก็ต้องว่ากันไปครับ อย่าอ้างว่าเป็นวัยรุ่นยุคใหม่ครับ เพราะผู้ใหญ่เค้าก็ผ่านมาก่อนเช่นกัน คุณต้องฟังเสียงของพ่อแม่ด้วยเช่นกันครับ ไม่อย่างนั้นคุณก็ไม่ต่างอะไรกับท่านครับ

พ่อแม่ ก็ต้องทำความเข้าใจกับยุคสมัยที่มันเปลี่ยนไปครับ ต้องเปิดรับฟัง ต้องเข้าใจในสังคม และลูกของคุณที่ เค้าโตมา และเรียนรู้ได้มากกว่าในยุคของคุณครับ คุณต้องพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดกับลูกครับ ทำความเข้าใจเปิดความคิดของคุณให้กว้างมากขึ้น รับฟังและเสนอแนะเคียงคู่ไปกับเค้าครับ

สุดท้ายผมรักพ่อแม่ของผม

ผมรักแฟนและลูกของผม

ผมรักพวกเค้า และสุดท้ายผมต้องรักษาตัวเองให้หาย  เพราะผมกลัวความมืดที่กลืนกินผมมากจนมันกำลังจะพาผมไปสู่ ความตาย ในไม่ช้า

ผมมีอีกหลายๆเรื่องอยากจะเล่าให้ทุกๆคนฟังครับ ไว้มาคุยกันอีกนะครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่