ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร

เราจำเหตุการณ์ต่างๆฝังใจมากค่ะ เราเป็นเด็กที่ครอบครัวมีปัญหาตั้งแต่เด็กๆค่ะ พ่อกับแม่เลิกกัน แม่ทิ้งอยู่กับตากับยาย ละแม่มีสามีใหม่ พอตอนยายเราเสีย ตอนนั้นเรา10ขวบ แม่ก็รับเรามาอยู่ด้วย ละเรามีโรคประจำตัวคือโรคหืดหอบค่ะ ตอนนั้นจำได้ว่าป.4เทอม2 เป็นช่วงหน้าหนาว  อาการหอบของเรากำเริบ เดินไปเรียนละเหนื่อยเกิน หายใจไม่ออก ครูโทรตามแม่ให้แม่มารับไปโรงพยาบาล แล้วแม่ตอบกลับว่าไม่ว่าง ว่างี้ ครูเลยพาเราไปพ่นยาที่โรงพยาบาลแทน พอตอนป.6คือบ้านเราอยู่ต่างจังหวัดค่ะ ตอนนั้นน้ำท่วม ปี2548 ครูก็ประสานให้ผู้ปกครองมารับเด็กๆกลับบ้าน แต่พ่อ(สามีใหม่ของแม่)กับแม่เรา ไม่มีใครมารับเลย เราต้องยืนเกาะลูกกรงเหล็กรอพ่อกับแม่มารับกลับบ้าน ตอนนั้นก็ประมาณหกโมงเย็นได้ เราก็ไม่ได้คิดน้อยใจอะไรหรอกนะ เพราะตอนนั้นยังเด็กด้วยมั้งคะ พอขึ้นม.ต้น เราก็เริ่มมีโลกส่วนตัวละ เริ่มเก็บตัว เริ่มรู้อะไรมากขึ้น แม่เราช่วงนั้นมักไปต่างจังหวัดกับเพื่อนบ่อยๆค่ะ ไปเชียงรายบ้าง เชียงใหม่บ้าง แทบทุกอาทิตย์เลยก็ว่าได้ ตอนเรานอน เราชอบล็อคห้อง ละพอตอนเช้ามักจะตื่นสายค่ะ แม่เลยเก็บกุญแจสำรองห้องเราไว้1ดอก เพื่อที่จะไขประตูห้องเข้ามาปลุกเราตอนเช้า วันไหนที่แม่ไปต่างจังหวัด พ่อก็จะเป็นคนไขประตูเข้ามาปลุกเราแทน ทำแบบนี้เป็นปกติ มาวันนึง แม่เราไปต่างจังหวัดกับเพื่อนตามปกติค่ะ ละคืนนั้นพ่อเราทำงานกลับมาดึก (เราลืมบอกว่าเรามีน้องสาว1คนด้วย เป็นลูกของแม่กับสามีใหม่) เราก็นอนเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้อง พอได้ยินเสียงพ่อเข้าบ้านเราก็เลยเดินไปปิดไฟในห้อง เพราะกลัวโดนพ่อด่าว่านอนดึก จู่ๆเราก็ได้ยินเสียงคนไขประตูห้องนอนเราเข้ามา เราเลยแกล้งนอนหลับ เรารู้สึกว่ามีคนพยายามที่จะทำอะไรกับเรา มีมือล้วงมาจับหน้าอกเรา เราก็เลยลืมตาลุกขึ้นละเดินออกห้องไปเคาะประตูเรียกน้อง แต่น้องไม่ตื่น พ่อเลยเดินตามมาแล้วกอดเราบอกว่าพ่อขอโทษ พ่อไม่ได้ตั้งใจ คือตอนนั้นเราไม่ร้องไห้นะคะ แต่คือเราสั่นเรากลัว เราพยายามเปิดไฟในบ้านให้สว่าง แล้วตั้งสติละบอกพ่อว่า พ่อไปนอนเถอะ หนูจะเข้าห้อง แล้วเรื่องวันนั้นฝังใจเรามากค่ะ ทำให้เรากลัวพ่อมาก แม่กลับมาจากต่างจังหวัด เราก็ไม่กล้าเล่าให้ฟัง ปกติเวลาพ่อไปทำงาน เราก็จะไปด้วยบ้าง ถ้าเราไม่มีอะไรทำ แต่หลังจากวันนั้น เราไม่เข้าหาพ่อ ไม่พูด ไม่คุยกับพ่อ ไม่เล่นกับพ่อเหมือนปกติ แม่ก็เลยสงสัย เลยพยายามถามว่าทำไม แต่เราไม่ตอบ เพราะกลัวว่าแม่จะมีปัญหากับพ่อ แต่พอมาวันนึง เราเกิดแรงกดดันจากคนรอบข้างพูดประมาณว่า ทำไมเดี๋ยวนี้ไม่ช่วยงานพ่อเลย แม่ก็จะชอบด่าว่าทำไมไม่ช่วยงานพ่อ ทำไมไม่ไปช่วยงานที่บ้าน เราโมโหเราเลยตะโกนออกไปว่า แล้วแม่อยากรู้มั้ยละว่าทำไม แล้วเราก็เดินหนี แม่ก็พยายามเค้นเรา เราเลยบอกไปว่า ตอนแม่ไปต่างจังหวัดพ่อเขาแอบเข้าห้องมาจับนมหนู เราไม่อยากจะเชื่อว่าคำที่เราได้ยินมันจะออกมาจากปากแม่ แม่พูดกับเราว่า สมควร ทำตัวเองเอง แม่พูดคำนี้ออกมาเท่านั้นแหละ เราเกลียดแม่ทันที เราอคติกับแม่ทันที คือเราไม่เคยคิดว่าคนเป็นแม่จะพูดกับเราแบบนี้ อย่างน้อยเขาควรจะปกป้องเราถูกมั้ยคะ แต่นี่ไม่เลย กลับโทษว่าเป็นความผิดเรา หลังจากนั้นมา เรากลายเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงมากค่ะ ใครพูดอะไรไม่เข้าหูเราไม่สนใจ เดินหนี แม่เรียกมากินข้าวเราไม่ออกมาจากห้องเลย จะออกมากินหลังจากที่พ่อแม่น้องสาวกินเสร็จหมดแล้ว เราไม่ค่อยคุยกับคนในบ้าน หาเรื่องแต่จะออกนอกบ้าน ไปบ้านเพื่อน ไปทำงานข้างนอก ไปเที่ยวตลอด จบเราเรียนจบม.ปลาย แม่บอกเราว่าจะไม่ส่งเรียนละนะ ถ้าอยากเรียนให้หาเงินเรียนเอง เราก็เลยบอกไปว่าได้ ถ้าไม่อยากส่งเรียนจะหาตังเรียนเอง เราก็เลยไปทำงานเป็นเด็กเสริ์ฟร้านเหล้า ทำได้2-3วันก็ออกเพราะลูกค้าขี้เมามันจับตูด เราเลยซัดหน้ามันไปทีนึงแล้วบอกเข้านายว่าขอลาออก งานต่อมาเรามาทำงานเซเว่นค่ะ แล้วก็เรียนไปด้วย บอกเลยว่าเหนื่อยมากกกกก งานเซเว่นเป็นอะไรที่เหนื่อยแบบสุดๆ สุดจริงๆ ทำได้1ปี6เดือนก็ออก แล้วจากนั้นก็มาทำร้านหมูกะทะต่อ ทำได้6เดือนร้านปิดค่ะ เราเลยเคว้งคว้าง เงินก็ไม่ค่อยมีใช้ พ่อแม่ไม่ได้ให้เงินเราเลย เราต้องหาเลี้ยงตัวเอง เลยคิดขายของออนไลน์ แรกๆก็ขายดีค่ะ พอขายไปขายมาโดนโกง สั่งของมาจายโอนเงินไปแล้ว8,000แต่ไม่ส่งของให้ เราเครียดมากตอนนั้น เงินก็ไม่มี งานก็ไม่มี ยังจะมาโดนโกงอีก ปรึกษาใครก็ไม่ได้ ขอยืมเงินใครก็ไม่ได้ คิดจะฆ่าตัวตาย แต่ก็ไม่ใจกล้าขนาดนั้น ยังคิดว่าตัวเองยังทำอะไรได้อีกเยอะ เลยลองหาวิธีดู เราเลยลองยื่นกู้กยศ. เพื่อที่จะเอาเงินมาจ่ายค่าเทอมค่ะ แต่ก็นะ มันต้องให้ผู้ปกครองเซ็นยืนยัน เราก็ไปบอกแม่ว่าเซ็นให้หน่อย จะกู้เงินเรียน แม่ก็ไม่ยอมเซ็นให้ เราเครียดมากค่ะ กดดันกว่าเดิมไปอีก ญาติพี่น้องก็ไม่มี พึ่งใครไม่ได้ เราก็เลยไม่มีเงินเรียนเลยดรอปไว้จนถึงตอนนี้ค่ะ (ว่างแล้วจะมาต่อนะคะ)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่