ทริปอินเดีย2019 Day 1 @Visakhapatnam (ViZag)

หลังจากที่กลางดึกคืนแรกผ่านไปด้วยน้ำใจและความใส่ใจของจิตอนงค์เพื่อนรุ่นน้องที่แสนดีอย่างเสมอต้นเสมอปลายตลอดเวลาที่รู้จักกันมา (เราไปอินเดีย(เกือบ)พร้อมกันเมื่อหกปีก่อน ร่วมทุกข์ร่วมสุขและสร้างวีรกรรมกันมาพอสมควร😂.. ซึ่งเมื่อคืนนางช่วยบุ้คอูเบอร์ให้ตอนเที่ยงคืนครึ่งเพราะเราที่อยู่วิสาขปัตนัมไม่มีเบอร์โทรอินเดีย.. และรอจนเราถึงโรงแรม.. กว่าจะได้หลับได้นอน)กับคนขับอูเบอร์วัยละอ่อนที่สุภาพอ่อนโยนไม่ดูดายต่อสถานการณ์คับขันของเพื่อนมนุษย์เช่นกันซึ่งส่วนตัวคิดว่าไม่ได้เจอแบบนี้ง่ายๆเท่าไหร่ในอินเดีย(น้องเค้าคงสงสารที่ดูเนิร์ดเหมือนกัน.. คงเพราะน่าจะใส่เเว่นเหมือนกันเลยเข้าใจกันมั้ง😂)..
เช้านี้ก็ยังมีเสียงแตรรถยนต์เป็นนาฬิกาปลุกทึ่ช่างทำงานชัดแจ๋วแจ่มแจ้งแบบลั่นทุ่งซะยิ่งกว่าเสียงไก่ขัน..ทั้งที่นอนอยู่ห้องด้านในๆของตัวอาคารห่างถนนโดยอยู่ถึงชั้น3🤗
และขณะที่มโนสำนึกจดจำจนคุ้นชินว่าร้านรวงอะไรต่างๆก็มักเปิดเก้าโมงสิบโมง(สถานที่ราชการเปิดสิบโมงในวันทำงาน)..
ก็แอบคิดสนุกๆว่าขณะนี้(6.51น.)ถ้าลงไปจะเจออะไรบนท้องถนนและบ้านเรือนกันนะ😊
พอลงมาก็มีรถวิ่งขวักไขว่แต่เคยผ่านพารานาสีมาแล้วหนิ.. ที่นี่ก็เลยชิวไป😂

สมญานามของเมือง Visakhapatnam หรือViZag ที่กำลังเดินทางอยู่ในวันนี้ คือ
The City of Destiny,
The Jewel of the East Coast,
Goa of the East,
Financial Capital of Andhra Pradesh..
เศรษฐกิจดี วิวทิวทัศน์ดี มีความผูกพันกับเทพเจ้า ผู้คนเลยใจดีมีน้ำใจช่วยเหลือดี..

วันนี้ตั้งใจจะไป kailasagiri ซึ่งห่างจากตัวเมืองพอสมควรแต่คิดว่าน่าจะมีรถเมล์จึงเดินถามผู้คนไปเรื่อยๆ คนอินเดียไม่ค่อยเขินอายคนต่างชาติเท่าไหร่และแม้ว่าจะสื่อสารอังกฤษได้น้อยแต่ดูเหมือนพวกเขาก็ยังคงรู้สึกโอเค.. ไม่ได้แสดงอาการอยากวิ่งหนีคนพูดภาษาอังกฤษเหมือนคนไทยอย่างเราๆ..
ก็ถามจนได้ความว่าต้องนั่งรถหมายเลข28เพื่อไปต่ออีกต่อหนึ่งก็ไป..
ตอนเช้าแม้รถเมล์จะเบียดแต่ทุกคนดูจะตัวหอมกันอยู่..
คนเก็บตัวก็เท่ห์ๆห้าวๆและช่วยเหลือย่างดี.. ระหว่างยืนบนรถเมล์รู้สึกมีความสุขมาก.. เมื่อมาถึงที่ที่เค้าเรียกกันว่า complexก็ต่อรถสาย10kซึ่งจะพาขึ้นไปถึงบนเขาเลย..

ระหว่างทางก็วิ่งเลาะทะเลไปโดยที่ฝั่งซ้ายมือก็จะมีพิพิธภัณฑ์ต่างๆสลับกับร้านรวงและโรงแรมหรูจนถึงยอดเขา
น้อมใจสักการะพระศิวะและพระแม่ปราวตีเสร็จก็เดินเล่นจนทั่ว
ใช้เวลาที่นี่หลายชั่วโมงเหมือนกัน.. คือมาถึงเกือบสิบโมงแต่ขาลงตัดสินใจลงเขาไปประมาณบ่ายสอง..

ต่อด้วยแวะชมพิพิธภัณฑ์เรือดำน้ำ.. มันแสดงถึงความยิ่งใหญ่และชาญฉลาดของชาวอินเดียที่สามารถผลิตยุทโธปกรณ์สมรรถนะสูงขึ้นมาเองได้..

ตามด้วยเดินเล่นที่ชายหาดแล้วก็กลับที่พัก..
วันนี้รู้สึกว่าข้างในจิตใจทำงานเยอะ.. แต่เป็นไปในทางที่ดีและเป็นไปตามธรรมชาติ..
02/03/19
เพจและไอจีผู้เขียนจ้า
เพจ

ไอจี
ผู้หญิงคนเดียวเที่ยวอินเดีย2019:บันทึกการเดินทาง
หลังจากที่กลางดึกคืนแรกผ่านไปด้วยน้ำใจและความใส่ใจของจิตอนงค์เพื่อนรุ่นน้องที่แสนดีอย่างเสมอต้นเสมอปลายตลอดเวลาที่รู้จักกันมา (เราไปอินเดีย(เกือบ)พร้อมกันเมื่อหกปีก่อน ร่วมทุกข์ร่วมสุขและสร้างวีรกรรมกันมาพอสมควร😂.. ซึ่งเมื่อคืนนางช่วยบุ้คอูเบอร์ให้ตอนเที่ยงคืนครึ่งเพราะเราที่อยู่วิสาขปัตนัมไม่มีเบอร์โทรอินเดีย.. และรอจนเราถึงโรงแรม.. กว่าจะได้หลับได้นอน)กับคนขับอูเบอร์วัยละอ่อนที่สุภาพอ่อนโยนไม่ดูดายต่อสถานการณ์คับขันของเพื่อนมนุษย์เช่นกันซึ่งส่วนตัวคิดว่าไม่ได้เจอแบบนี้ง่ายๆเท่าไหร่ในอินเดีย(น้องเค้าคงสงสารที่ดูเนิร์ดเหมือนกัน.. คงเพราะน่าจะใส่เเว่นเหมือนกันเลยเข้าใจกันมั้ง😂)..
เช้านี้ก็ยังมีเสียงแตรรถยนต์เป็นนาฬิกาปลุกทึ่ช่างทำงานชัดแจ๋วแจ่มแจ้งแบบลั่นทุ่งซะยิ่งกว่าเสียงไก่ขัน..ทั้งที่นอนอยู่ห้องด้านในๆของตัวอาคารห่างถนนโดยอยู่ถึงชั้น3🤗
และขณะที่มโนสำนึกจดจำจนคุ้นชินว่าร้านรวงอะไรต่างๆก็มักเปิดเก้าโมงสิบโมง(สถานที่ราชการเปิดสิบโมงในวันทำงาน)..
ก็แอบคิดสนุกๆว่าขณะนี้(6.51น.)ถ้าลงไปจะเจออะไรบนท้องถนนและบ้านเรือนกันนะ😊
พอลงมาก็มีรถวิ่งขวักไขว่แต่เคยผ่านพารานาสีมาแล้วหนิ.. ที่นี่ก็เลยชิวไป😂
สมญานามของเมือง Visakhapatnam หรือViZag ที่กำลังเดินทางอยู่ในวันนี้ คือ
The City of Destiny,
The Jewel of the East Coast,
Goa of the East,
Financial Capital of Andhra Pradesh..
เศรษฐกิจดี วิวทิวทัศน์ดี มีความผูกพันกับเทพเจ้า ผู้คนเลยใจดีมีน้ำใจช่วยเหลือดี..
วันนี้ตั้งใจจะไป kailasagiri ซึ่งห่างจากตัวเมืองพอสมควรแต่คิดว่าน่าจะมีรถเมล์จึงเดินถามผู้คนไปเรื่อยๆ คนอินเดียไม่ค่อยเขินอายคนต่างชาติเท่าไหร่และแม้ว่าจะสื่อสารอังกฤษได้น้อยแต่ดูเหมือนพวกเขาก็ยังคงรู้สึกโอเค.. ไม่ได้แสดงอาการอยากวิ่งหนีคนพูดภาษาอังกฤษเหมือนคนไทยอย่างเราๆ..
ก็ถามจนได้ความว่าต้องนั่งรถหมายเลข28เพื่อไปต่ออีกต่อหนึ่งก็ไป..
ตอนเช้าแม้รถเมล์จะเบียดแต่ทุกคนดูจะตัวหอมกันอยู่..
คนเก็บตัวก็เท่ห์ๆห้าวๆและช่วยเหลือย่างดี.. ระหว่างยืนบนรถเมล์รู้สึกมีความสุขมาก.. เมื่อมาถึงที่ที่เค้าเรียกกันว่า complexก็ต่อรถสาย10kซึ่งจะพาขึ้นไปถึงบนเขาเลย..
ระหว่างทางก็วิ่งเลาะทะเลไปโดยที่ฝั่งซ้ายมือก็จะมีพิพิธภัณฑ์ต่างๆสลับกับร้านรวงและโรงแรมหรูจนถึงยอดเขา
น้อมใจสักการะพระศิวะและพระแม่ปราวตีเสร็จก็เดินเล่นจนทั่ว
ใช้เวลาที่นี่หลายชั่วโมงเหมือนกัน.. คือมาถึงเกือบสิบโมงแต่ขาลงตัดสินใจลงเขาไปประมาณบ่ายสอง..
ต่อด้วยแวะชมพิพิธภัณฑ์เรือดำน้ำ.. มันแสดงถึงความยิ่งใหญ่และชาญฉลาดของชาวอินเดียที่สามารถผลิตยุทโธปกรณ์สมรรถนะสูงขึ้นมาเองได้..
ตามด้วยเดินเล่นที่ชายหาดแล้วก็กลับที่พัก..
วันนี้รู้สึกว่าข้างในจิตใจทำงานเยอะ.. แต่เป็นไปในทางที่ดีและเป็นไปตามธรรมชาติ..
02/03/19
เพจและไอจีผู้เขียนจ้า
เพจ
ไอจี