ประสบการณ์รักผ่านโลก Social เรื่องยาว

ขอเกริ่นเรื่องเป็น Part นะครับ เรื่องนี้ผมอยากระบายมากๆ ไม่รู้ว่าจะโดนใจเพื่อนๆหรือเปล่า ลองดู!
Part 1. แนะนำตัว

เดิมทีอดีตผมเป็นพนักงานลูกจ้างบริษัทเอกชนแห่งนึงใน กทม. ทำนานยัน 12 ปี มีหญิงคบจนเป็นแฟนละไม่ได้แต่งงานกัน
ปัจจุบันผมอายุ 32 ปี ลาออกจากบริษัทเอกชนมาอยู่บ้านโดยพาแฟนกับลูกมาอยู่ที่บ้านเกิดบ้านนอกอีสานได้แค่ 1 ปีเป็นเหตุ
ให้แฟนกับผมต้องเลิกแยกทางกันโดยที่ฝ่ายแฟนผมได้ลูกไปและผมมอบเงินเก็บทั้งหมดของผมให้แฟนทั้งหมดที่มีไปให้เค้า
ผมร้องไห้นานนับเดือนกว่าจะตั้งชีวิตใหม่ได้ แต่ยังติดต่อลูกอยู่ ใช้ชีวิตโดยมีเป้าหมายว่า "กูมีเงินเหลือแค่ 400 บาทกูจะรวยให้ได้"
ผมมองหาธุระกิจจากริมบ่อตกปลาที่ตัวเองนั่งร้องไห้คนเดียว หาธุระกิจชนิดนึงที่ผมถนัดทำ ครอบครัวทางบ้านผมก็เสียใจกับผม
ไร้การช่วยเหลือ แต่ผมไม่โทษเค้าหรอก ผมเชื่อว่าปัญญหาผมมีไม่อดตาย ผมเชื่ออย่างนั้น
 
Part 2. เปิดธุระกิจ
ผมเปิดร้านขายช่วงแรกๆไม่ค่อยดี ใช้กลยุทธที่ไปร่ำเรียนมาจากบริษัทเอกชนที่เคยผ่านมา ให้เกิดประโยชน์ บุกไปทุกที่เพื่อ
ขายของในแต่ละวันให้ได้เงินไม่มากก็น้อยจนเกิดเป็นกำไรจากการขายของเริ่มๆค่อยๆขยายสินค้าเพื่มมากขึ่น จนปัจจุบันตอนนี้
เริ่มขยายฐานลูกค้าไปทุกๆที่ในระยะ 30 กิโลเมตรที่ผมเดินทางบ่อยๆจนลูกค้ามาหาเองที่บ้าน ทุกวันนี้ถามหาเงินเพื่อซื้ออะไร
ผมซื้อเองได้ ลูกอยากได้อะไร ผมซื้อให้ได้ เมือทำงานผ่านมาซักพักเกิดความเหงาในใจ เพื่อนๆแอบแซว หาแม่บ้านได้แล้ว
ยังมากวาดบ้าน ทำอาหารเองอยู่ พอเรานึกขึ่นได้ .... เอ่อ ก็จริงว่ะ เราจะแก่ไปหน้าแล้วนะ เราควรหาได้แล้วนะ พอมองรอบๆตัว
แต่ละคนรอบข้าง อายุ 24 26 28 งี้ มีลูกห้อย มีผัว กันละ แล้วจะเหลืออะไรให้เราที่บ้านนอกแบบนี้บ้าง เราต้องเข้าไปใน กทม. ?
คำตอบคือ ไม่ .... ฉะนั้นเราพึงโลก Social ออนไลน์ซิเห็นมีแอปหาคู่เยอะแยะลองดูไม่เสียหายไร
 
Part 3. จีบสาวในโลก Socail
โหย ลืมไปนานแล้วไหม ? ตั้งแต่สมัยเรียนแล้วจีบสาวไม่ได้ใช้ก็ได้ใช้งวดนี้แหล่ะ ผมจึงโหลดแอปเขย่าหาคู่มาลองเล่นดูซักพัก
แล้วก็เจอหญิง 2 คนจาก 30 กว่าคนที่ทักทาย ที่เข้าท่าสุด และได้เข้าขั้นจนถึงมีการแอด Line กันแต่ไม่เคย Call หากันเลยนะ
แต่ ... ผมรู้สึกว่า ทำไมง่ายจังสิ่งที่เรียกว่า จะได้แฟน เค้าให้ผมเป็นตัวแทนของการเป็นแฟนเพียงแค่การคุยกันไม่ถึงเดือน
เอ่อ .... ง่ายดี ผมลองหยอดมุขไป เธอก็ OK นะ หยอดบอกจะไปหา เอ้า .... ง่ายอีก เธอบอกก็มาดิ เมื่อไหร่จะมา รอนาน
แท้จริงแล้วผมไม่ไปหรอก แต่ลองใจเฉย คนแรกพอผมเค้นไปมาไลฟ์สไตล์ เค้าไม่เข้ากับผมเลย และเค้าก็เป็นคนเฟตออกจากผมไปเอง
คนที่สองออกแนวเพ้อคบหลายคน ผมเองทนโลกของเธอไม่ไหว จึงขอตัวหายไปเองดีกว่า เธอก็ไม่ได้รู้สึกใดๆ ทั้งนี้เราไม่เคยเจอกันเลย
ผมจึงหยุดการเล่นแอปแนวนี้ไปซักพักใหญ่ๆประมาณ 4 เดือนกว่า แล้วมาเริ่มแอปใหม่ของ Facebook
 
Part 4. นี่หรือคือรักครั้งใหม่ ?
ผมได้เข้าไปใช้แอปหาคู่จาก Facebook ชือว่า ..... ผมใช้เวลาศึกษาแอปนี้จนไปเจอหญิงคนนึงที่หน้าตาการถ่ายภาพคล้าย หญิงในแอป
เขย่าหาคู่ จึงพยายามใช้คำอะไรก็ได้เพื่อให้เธอตอบรับผม และคุยกัน ปรากฏว่า ... สำเร็จ เธอตอบกลับมาใช้เวลาประมาณ 1-2 วัน
เธอถึงตอบ ผมใช้กลยุทธตามสัญชาตญาณตัวเองเพื่อดึงเธอให้นานที่สุด และมีการคุยถี่ขึ้น .... โดยที่เธอบอกว่าเธอทำงานเป็นพนักงาน
โรงแรม แผนกทำความสะอาด เงินเดือนน้อยนิด วุฒิน้อยความรู้ไม่มี ผมก็ได้แต่บอกว่า ไม่เป็นไร ปลอบใจและให้กำลังใจเธอ
หลังจากนั้นเธอก็หายไป 2-3 วัน ผมก็พยายามติดต่อทางแอปเรื่อยๆจนเธอตอบกลับมา
เธอจึงบอกว่าเธอโกหกผม ( อ้าว! ) ว่าเธอทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาดที่โรงแรม แท้จริงแล้วเธอต้องการลองใจผม หลังจากเธอบอก
มาผมช็อคแปปเลย เห้ยแบบนี้ก็ได้เหรอ .... เธอบอกว่าเธอทำงานเป็นลูกจ้างอยู่ที่ กระทรวง (รูปไฟ) ผมนี้อึ้งต่อได้อีก แต่ผมไม่ได้เกร็ง
หรือเกลียดอะไรเธอเลยนะที่โกหกกัน แต่เห็นความฉลาดบางอย่างในตัวเธอที่ใครซักคนจะเห็น ผมเห็นมัน และผมทำการสานต่อโดยการ
ขอ Line เธอ ผมไปเจอชื่อเธอ เธอก็หลอกผมอีกว่าเธอชื่อ A แท้จริงเธอชื่อ B แต่ไม่เป็นไรผมรับได้ยังมีอะไรที่ผมยังไม่รู้อีกไหม?

Part 5. ประสบการณ์รักครั้งใหม่ ที่ใช่ หรือไม่ ?
หลังจากผมได้ Line เธอและได้ทำการ Add ไปซึ่งผมเองก็ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไงดี เพราะข้อมูลเธอนั้นมีน้อยนิดมากๆ แต่ใช้ลูกอาศัย
ว่าความอยากรู้จักในตัวเธอ และผมยังติดนิสัยจากแฟนคนเก่าๆ ที่เลิกคุยกันไปเมื่อ 4 เดือนทำให้นิสัยถูกนำมาใช้กับเธอคนนี้
ปรากฏว่า ไม่เป็นผลใดๆ ผมเข้าหาเธอโดยการคุยผ่าน Line เรื่อยๆทักทาย ถามสารทุกข์ต่างๆ ชีวิตการทำงาน และนิสัยส่วนตัว
2 - 3 วันมีครั้งนึง ถามเรื่องอาหารเธอกินอะไรตอนเย็น เธอจึงตอบกลับมาว่า "อยากรู้ให้ Call มาดูซิ!" ผมอุทานในใจ "เอาแล้วว!"
ผมได้โทรหา และเป็นการพบหน้ากันแบบจริงจังผ่าน VDO Call บอกไม่ถูกตื่นเต้น และไม่เคยทำกับใครมาก่อน และเราได้คุยอยู่
ในวงของเพื่อนเค้าและเธอกำลังนั่งกินข้าว+เหล้ากับเพื่อน 1 คน จุดเด็ดที่ผมยังจำได้เรื่องเธอถามผมว่า 3 วันหยุดนี้ว่างๆไหม?
ผมก็อึ๊ง ... เราเพิ่งคุยกันถามเรื่องนี้ทำไม ? ผมจึงตอบไปว่า "ไม่ว่างติดธุระทั้ง 3 วันเลย" ซึ่งผมเองก็ไม่รู้จะคุยอะไรจึงได้ฝากข้อความไว้
กินเสร็จค่อยคุยกันก่อนนอนก็ได้ กินกับเพื่อนเถอะเดี๋ยวเพื่อนเหงา ยิ้ม มาทราบทีหลังว่าเธอเดินทางกลับบ้านเกิดไปหาครอบครัวผมจึงเดาๆ
เธอต้องการอะไร จะให้พาผมไปพบครอบครัว หรือลองใจอะไรผมรึเปล่านะ ?
หลังจากนั้น ทุกๆวันเราคุยกันผ่าน Line ทั้ง Chat ทั้ง VDO Call บ่อยๆ ซึ่งเธอเอง จะเป็นคน Call หาผมบ่อยๆ เวลาติดงานอะไร ผมเองก็รับ
สัญชาตญาณมันบอกว่า รับดิๆ ! ผมก็คุยๆ โดยไม่ทราบงานเธอแน่ชัด ว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นไงในช่วงนั้น จนช่วงงานเธอมากขึ้นเธอเงียบลง
ผมเองก็พยายามข้อความหาเธอเรื่อยๆ มีบ่นเหนื่อยบ้าง ผมเองก็ให้กำลังใจ และใส่ใจคำพูดทุกๆคำจากเมื่อก่อนไม่เคยทำอะไรให้ใครแบบนี้
กับทวีคูณความรู้สึกกับเธอมากขึ้น จนถึงช่วงเวลานึงๆ เราเริ่มคุยกันน้อยลง ซึ่งจากตัวงานเธอเองที่มากขึ้นผมเองก็พยายามเข้าใจในงานเธอ
และไม่อยากให้เธอหายไปจากชีวิตผมด้วยล่ะ มันมีบททดสอบอะไรหลายๆอย่างในช่วงเดือน 2 เดือนแรกที่คุยกันที่ผมต้องแก้และเรียนรู้รักใน
ครั้งนี้อย่างมาก แต่ก็มีความสุขนะที่ได้รักแบบนี้ที่เธอเองจะรู้หรือไม่ก็ตาม
 
Part 6. ความเปลี่ยนแปลง
เมื่อเราคุยกันมาโดยที่ยังไม่ทราบสถานะชัดเจนว่าเราคุยเพื่อคบ หรือ คุยเพื่ออะไรแต่ผมเองก็ยังไม่จี้เธอนะว่าเราจะคบคือคุยแบบไหน
ได้แค่คุยไปเรื่อยๆก่อน จนถึงช่วงวันขึ้นปีใหม่เธอได้กลับบ้านเกิดของเธออีกครั้ง เธอเองก็บอกว่าหากถึงบ้านจะบอกนะ เธอกลับรถโดยสาร
หลังจากนั้น เธอก็หายไป ... จนตกช่วงบ่ายๆเกือบเย็น ผมถึงได้รับข้อความ และเธอก็ VDO Call หาผมเอง เธอ Call ให้ยายเธอ ให้ป้าเธอ
ให้ผมได้รู้จัก แค่สวัสดี ... เท่านั้น และเธอบอกแค่นี้ก่อนนะทำอาหารกินก่อน เราก็แอบยิ้มๆ และคิดในใจแบบ งงๆ เพืออะไร ? 5555+
หลังจากนั้น เธอจะอัพเดทอาหาร ถ่ายรูปมาให้ดูเยอะแยะ ผมว่าช่วงนั้นมันโอเคมากๆเลยนะ
หลังจากปีใหม่มาความเปลี่ยนแปลงเริ่มเกิดขึ้นเมื่อเธอเริ่มมาการเปลี่ยนพาร์ทงานในองกร มีการโยกย้ายหัวหน้างาน และตำแหน่งงานเธอ
เรามีการคุยกันน้อยลงกว่าจากเดิมซึ่งเราเอง คงตัวเท่าเดิมและมากขึ้นและเธอเองก็กำลังมุ้งจุดหมายใหม่ๆ ซึ่งเธอเองก็ไม่เคยบอกผมหรอก
วันนึงเธอหายไปซึ่งเราก็อดห่วงไม่ได้ก็ได้แต่ข้อความไปหา ไม่มากนักเพราะเธอจะลำคาญ ตกมาตอนเย็นๆหลังเธอเลิกงาน เธอข้อความ
กลับมาหาผมว่า "เหนื่อย อยากลาออก เบื่อหัวหน้าใหม่จู้จี้" ช่วงนั้นผมก็ข้อความหาและบอกเธอว่าเดียวจะโทรหา เพราะผมติดธุระงาน
และผมรีบโทรกลับหา เมื่อผมโทรหากลับเธอดูเป็นเหนื่อยๆกับหลายๆอย่าง ซึ่งผมก็ได้แต่ปลอบใจให้สู้ต่อไปซึ่งเธอบอกกับผมว่าจะเดินหน้า
ต่อไปหางานใหม่แถวระยองผมก็ได้แต่ห้าม เราได้คุยกันหลายๆอย่างแนะนำเธอแต่เธอออกจะหัวรั้นบอกผมว่า "พี่ห้ามน้องไม่ได้หรอกพี่ไม่
ใช่แฟน พี่เป็นแค่คนคุยเท่านั้นเอง" !@#$%^& คำนี้ผมอึ้งงง ....... ได้แค่บอกว่า OK ใช่พี่เป็นแค่คนคุยเท่านั้นไม่มีสิทธิ์ห้ามอะไร ทางเดิน
เธออยากทำอะไรก็ได้ แล้วแต่เธอและกันผมจะเป็นกำลังใจให้ และวางสายให้เธอพักผ่อน

ช่วงเวลานั้นๆผมก็พยายามให้กำลังใจเธอเรื่อยๆ
ให้เธอได้รู้สึกดีๆไม่มองโลกในแง่ร้ายเกินไป และดึงเธอออกจากความรู้สึกแย่ๆกับสายงานที่เธอกำลังทำอยู่ เธอก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำๆไป
ผมก็ได้แต่ข้อความ และโทรหาเธออยู่เรื่อยๆ ตอบบ้างแค่เธอไม่เคยถามอะไรผมกลับเลยละไม่เป็นไร ผมก็ได้แต่อาศัยความรู้จาก พันทิพย์
นี้แหล่ะเป็นคำตอบและสานต่อความรักให้ยาวขึ้น มั่นให้กำลังใจเธอ และให้คำมั่นให้เธอแน่ใจว่าผมจะไม่หายไปไหนจะอยู่ข้างเธอ
เราก็ยังคุยโทรหากัน นานๆทีก็ยังดีให้รู้ว่า ยังคิดถึงกัน เราคุยกันเธอเอ่ยถาม อยากได้สิ่งนั้น สิ่งนี้ผมสนองให้ว่าจะซื้อให้เพื่อให้เธอยิ้ม
เธอมีความสุขผมก็ซื้อผ่านเน็ตให้ 2 - 3 ชิ้น จนมาช่วงนึงๆเธอเองก็ไม่ได้ต้องการให้ผมทราบอย่างไร ผมข้อความหาเธอตอนเย็นปกติได้ใจความ
มาว่า เธอกำลังเดินทางไปกรุงเทพฯไปทำธุระ ซึ่งผมก็ งง ว่าเธอไปทำอะไร จนงัดคำพูดเธอมาได้ว่าไปสอบหน่วยงานที่กระทรวง (ไฟ)
ผมเองก็อึ้งต่อไม่รู้จะพูดไง ก็ดีใจกับเธอและให้กำลังใจแล้วกัน ขอให้ผ่านไปด้วยดี ใน 3 วันที่เธออยู่ กทม.นั้นเหมือนผมกับเธอถูกตัดขาด
จากโลก Social ไปเลย นานๆทีเธอมาตอบ 1 ข้อความ หรือ ไม่ตอบเป็นวันเลย จนมาถึงช่วงวันที่เธอกลับจาก กทม. จึงเห็นภาพถ่ายที่เธอ
ส่งมาให้ว่าอยู่บนรถทัวน์พอมาถึงบ้านเธอ ก็ได้ข้อความถามสาระทุกข์ต่างๆ ดูเหมือนเธอจะเกร็งๆตอบแบบไม่ต้องการให้ผมทราบและดูเหมือน
ความรู้สึก (จะรู้ไปทำไม)

เมื่อผมจับความรู้สึกได้จึงไม่ค่อยถามต่อ เมื่อมีครั้งนึงผมข้อความหาเธอ แต่เธอน่าอยู่กับเพื่อน และได้แค่อ่านเท่านั้นผมเองก็กลัวเธอรำคาญเบื่อ
เลยไม่คุยต่อให้เธอตอบเอง ก็ไม่มีคำตอบจนข้ามไปอีก 1 วัน เพราะเธอไปงานแต่งเพื่อนและเมาเละกับเพื่อนๆ จนวันถัดมาผมโพสเชิงป่วยลงใน
Timeline Line เธอจึงมากด Like ผมเลยได้ทักหาเธออีกรอบ ด้วยความเป็นห่วงเธอรึเปล่า ประโยคแรกเธอบอกว่า "อาการดีขึ้นรึยัง ดูแลตัวเองด้วยนะ" เห้ยผมดีใจนะ หลังจากนั้นเราก็คุยกัน โทรหากันคุยไม่นานมากเท่าไหรหรอก
 
 
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่