เริ่มแหละนะคือเรา ชื่อ หมวย (นามสมมุติ) เราคบกับผู้ชายคนหนึ่งเขาอยู่สวีเดน ชื่อ กฤษ (นามสมมุติ) คงสงสัยใช้ไหมว่าเราเจอกันได้ยังไงเราเจอกันผ่านแอป แอปหนึ่ง (ที่เป็นรูปไดโนเสาร์กระโดดหยองๆ5555) เริ่มคุยกันเพราะพี่คนหนึ่งแนะนำให้รู้จัก เราเริ่มคุยกัน (ยังไม่คบ) ประมาน 1 เดือน ที่เราคุยกันแล้วนางก็บินกลับมาไทย นางอยากให้เราไปรับที่สนามบิน คือเราเป็นคนต่างจังหวัดแกเราไม่เคยเข้ากรุงเทพเลยจ้า แต่เราก็ตัดสินใจเดินทางไปกรุงเทพคนเดียว สงสัยกันใช่ไหมว่าพอเราไปถึงกรุงเทพเราไปอยู่ไหน ใช่เราไม่ร็จักที่ไหนเลยเราไปพักที่คอนโดพี่คนหนึ่ง (ซึ่งรู้จักกันในแอฟนั้นแหละ) (ตลอดเวลาที่เดินทางเราคาสายกับพี่กฤษตลอดเพราะพี่กฤษยังไม่ขึ้นเครื่อง) เราไปถึงประมานเกือบ3ทุ่ม เราก็ไปนอนพักที่คอนโดพี่เขา พอตอนเช้าเราก็ตื่นอาบน้ำไปสนามบิน เราไปรอที่สนามบินประมานครึ่ง ชม ได้ ในที่สุดก็เจอกันแล้วจ้า หลังจอที่คุยกันผ่านหน้าจอโทรศัพท์มา 1 เดือนวันนี้ได้เจอตัวจริงแล้วว เราดีใจมาากเลยนะพูดอะไรไม่ออกไม่รู้จะพูดอะไร ได้มองแค่แล้วก็เดินตามเขา5555 พี่กฤษก็เดินไปกับพี่สาว (เราก็เดินตาม) นั่งรถไฟฟ้าไปเราก็ไม่ได้นั่งข้างกันนะยังไม่ได้คุยกัน นางนั่งข้างพี่สาวนาง ส่วนเรานั่งข้างพี่สาวนางอีกที พอถึงสถานีที่จะลงเราก็ลงแล้วต่อแท็กซี่ไปหาโรงแรมอยู่ เพราะไม่ได้จองโรงแรมเอาไว้ พอได้โรงแรมเราก็เช็คอินไป 2 ห้อง ใช่เป็นห้องพี่สาว และห้องของเรา 2 คน คือ ตอนที่คุยกันแรกๆนางขอเราเป็นแฟนเราก็ยังไม่ได้ตอบรับเราบอกว่าเราขอดูก่อนนะเราขอเจอตัวจริง พี่กฤษเลยบอกว่างั้นถ้าพี่ไปถึงไทยครั้งนี้หมวยต้องเป็นคนขอพี่เป็นแฟนนะ ตอนนั้นเราก็ตอบตกลงไป ในตอนนี้ตอนที่ถึงโรงแรมนางก็เริ่มทวงสัญญาจ้า แกคือเราเขิลเราไม่เคยขอใครเป็นแฟน เราไม่รู้จะพูดยังไงดี สุดท้ายเราก็พูดว่า "พี่กฤษเป็นแฟนกับหนูนะ" แต่ตอนนั้นพี่กฤษไม่ได้ตอบตกลงหรืออะไรเลยจ้า แต่ตอนนั้นเราคิดในใจว่าพี่เขาคงตอบตกลงแหละ5555555555 แล้วตอนนั้นเราก็อาบน้ำนอนกันเพราะพี่กฤษก็นั่งเครื่องมาตั้ง 11 ชม พอตื่นนอนเราก็ไปเที่ยวคลับกันกับพี่ๆที่เราไปพักคอนโดพี่เขานั้นแหละ เอาจริงๆตอนนั้นคือมีความสุขมากแก เที่ยวเสร็จเราก็กลับโรงแรมแยกย้ายกัน พวกพี่เขาไปกินต่อกันที่คอนโดแต่เรา 2 คนไม่ได้ไปด้วยพวกเรากลับโรงแรมเลยส่วนพี่สาวพี่กฤษไปต่อกับพวกๆเขาจ้า เราอยู่กรุงเทพกันหลายวันเลยเที่ยวเล่นสนุก แล้วก็ถึงวันที่พี่กฤษจะพากลับบ้านที่ต่างจังหวัด ใช่ค่ะจะพาเราไปเจอครอบครัวพี่เขา เราก็ไปพอไปถึงบ้านเราก็ไม่รู้จะทำตัวยังไงแก เราไปถึงขนของลงรถกรวดห้องนู้นนี้นั้น เพราะที่บ้านมีแค่ยายทวดกับป้าและหลาน เลยไม่มีใครเตรียมห้องอะไรไว้ให้ แล้วเราก็กินข้าวกัน เราก็อยู่บ้านพี่กฤษหลายวันเลยครอบครัวพี่กฤษน่ารัก ต่อจากนั้นเราก็ลงมากรุงเทพกันอีกทีรอบนี้พาพี่กฤษมาทำพาสปอร์ตเพราะพาสปอร์ตไทยหมดอายุไปนานแล้วไม่ได้ต่อ เพราะพี่กฤษไม่ได้กลับมาไทยนานแล้ว สงสัยกันล่ะสิว่าแล้วเข้าไทยมาได้ยังไง คือพี่กฤษถือ 2 สัณชาติ คือ ไทยสวีเดน ใช้พาสปอร์ตสวีเดนบินมาจ้า พอทำพาสปอร์ตนู้นนี่นั้นเที่ยวเล่นแล้วพี่กฤษก็พาไปบ้านญาติที่อยู่แถวปริมณฑลนั้นแหละ ก็ไปพักที่นั้นคืนหนึ่งแล้วเราก็กลับมาที่ต่างจังหวัดหอพักเราเอง (ตอนนี้เราเรียนอยู๋นะ) พอมาถึงห้องเรา นางก็โวยวายทะเลาะกันใหญ่เลยรู้ไหมว่า เหตุเกิดเพราะอะไร เพราะในห้องเรามีรูปเราที่ถ่ายกับเพื่อนอยู่รูปหนึ่งขนาด A4 ตั้งอยู่บนโต๊ะ ใช่เราถ่ายกับผู้ชาย แต่มันไม่ใช่ผู้ชายแก มันคือกระเทยแล้วมันก็มีผัวอยู่แล้วด้วย คือเราก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงดีแกอธิบายยังงไงพี่กฤษก็ไม่เชื่อ แต่สุดท้ายก็ดีกัน อ่อเราลืมบอกพี่สาวพี่กฤษก็มาด้วยนะ ตอนนั้นทะเลาะกันลามไปยันพี่สาวตัวเอง พี่สาวก็ออกไปข้างนอกเราไม่รู้หรอกว่าพี่เขาไปไหนจนถึงเช้าพี่เขากลับมานอนพอตื่นเราเลยถามว่าไปอยู่ไหนเมื่อคืนพี่เขาบอกว่านั่งอยู่หน้าหอจนแม่บ้านมาเห็นแม่บ้านเลยเปิดประตูให้ ใช่แกหอเราต้องใช้คีการ์ดเปิดประตู พอวันรุ่งขึ้นพี่สาวก็กลับ แต่พี่กฤษยังอยู่กับเรานะ อยู่ประมานอาทิตย์หนึ่งเรา 2 คนก็เดินทางไปบ้านพี่กฤษอีกครั้งเพื่อที่จะทำบุญให้แม่พี่กฤษนี้แหละคือจุดประสงค์ที่พี่กฤษกลับมาไทยเพราะเอาแม่กลับมาไว้บ้านทำบุญให้แม่ พอทำบุญเสร็จเราก็กลับมาเรียนตามปกติของเราเพราะเราเรียนซัมเมอร์ตอนนั้นแต่ก็ใกล้จะจบเทอมแล้วแหละ แล้วเราก็มีเพลนไปเที่ยวทะเลกันกับพวกพี่ๆที่พี่กฤษรู้จัก พอเราปิดเทอมเราก็นั่งรถไปบ้านพีกฤษแล้วเราค่อยลงไปกรุงเทพไปหาพวกพี่ๆเขาพร้อมกัน แล้วก็ไปเที่ยวกันพวกเราเช่าคอนโด เช่ามอไซต์กันไว้เรียบร้อย ในระหว่างที่เราไปเที่ยวกันก็ไม่ใช่ว่าเราจะไม่ทะเลาะกันนะ เราก็มีทะเลาะกันบ้าง แล้วก็วันกลับระหว่างที่นั่งรถกลับพี่กฤษบอกเลิกเราเพราะเห็นรูปผู้ชายใน IG ของเราใช่อยู๋ว่าเป็นคนที่เราเคยคุยแต่ตอนนี้ไม่ได้ติดต่อกันแล้วแต่เราไม่ได้ลบรูปออกแล้วพี่เขาก็มีแฟนไปก่อนที่เราจะคุยกับพี่กฤษอีก สุดท้ายพี่กฤษก็ใจอ่อนไม่เลิกกลับเรา พอถึงกรุงเทพเรา2คนก็นั่งรถต่อมาที่มหาลัยเรามาอยู่กับเรา แล้วเรา2คนก็จะทะเลาะกันบ่อยๆตลอดเลย จนครั้งสุดท้ายที่เราทะเลาะกันแล้วเราเองที่เป็นคนตบหน้าพี่เขาต่อยหน้าพี่เขา ปามีดเกือบโดนที่เขา (เราไม่ได้ตั้งใจที่จะปาไปใส่พี่เขานะ) พี่เขาก็บอกเลิกเราเก็บกระเป๋ากลับบ้าน (เหตุเพราะเราจับได้ว่าพี่เขาคุยกับคนอื่น 2 วันติดๆซึ่งไม่ใช่คนเดิม) แล้วไม่นานพี่เขาก็ไปคบกับคนใหม่ ชื่อ แพม (นามสมมุติ ) แต่เราไม่ได้เลิกคุยกับพี่กฤษนะแก เพราะอะไรไม่รู้ถึงพี่เขาจะไปคบกับคนอื่นแล้วแต่เราก็ยังอยู๋กลับพี่เขา จนถึงวันที่พี่กฤษจะบินกลับใช่วันที่บินกลับเราเป็นคนเลือกวันให้ เราเป็นคนไปส่งพร้อมครอบครัวพี่เขา เรา 2 คนไม่ได้บอกใครว่าเลิกกันทำตัวปกติทุกอย่าง แต่สถานะเราตอนนั้นคือแค่พี่น้อง ตลอดระยะเวลาพี่เขาคบกับคนอื่นก็มีเราอยู่ในนั้นตลอด พี่เขาจะเลิกไปสักกี่คนก็ยังมีเราอยู๋ในนั้นตลอด พี่เขาคบกับผ็หญิงคนอื่นเราก็อยู่กับพี่เขาคาสายกับพี่เขาอยู่ตลอดเราอยู่ด้วยกันแทบจะ 24 ชม เลยก็ว่าได้แต่ไม่ได้กลับไปคบกัน จนวันหนึ่งพี่เขาเลือกที่จะไม่มีใครแล้วหันมาคุยกับเราแค่คนเดียวแต่มันไม่ได้สวยงามแบบนั้น พี่เขาเข้ามาเจอแชทที่ผู้ชายทักมาจีบเราแต่เราก็บอกผู้ชายพวกนั้นนะว่าเราเป็นแฟนกับพี่กฤษไม่ใช่ว่าเราบอกทั้งที่พี่เขาก็ไม่ได้ยอมรับว่าเราเป็นแฟนแต่สำหรับเราแล้วพี่เขาเป็นแฟนเราอยู่เสมอ แล้วก็มีประเด็นมาอีกว่ามีแชทสีชมพูกับคนอื่น เราไปงานกีฬาสัมพันธ์ใช่เราไม่ได้เล่นกีฬาเราแค่ไปเชียร์เพื่อน ก็มีประเด็นขึ้นมาอีกว่าเราไปเชียร์คนที่เราคุยด้วยบ้างแหละนู้นนี้นั้นมากมาย แล้วล่าสุดเราไปค่ายไปเป็นพี่เลี้ยงค่ายให้อาจารย์ ก็ว่าเรามีอะไรกับอาจารย์น็นี้นั้นทั้งที่อาจารย์เราเป็นผู้หญิงแก ตลอดระยะเวลาที่เลิกกันเราคุยกันตลอดคาสายตลอดแต่ว่าเวลาที่ทะเลาะกันพี่เขาจะด่าเราเหมือนเราเป็นตัวอะไรสักอย่างเลยแกเราเชื่อว่าไม่มีใครที่สามารถทนคำด่าพวกนี้ได้เท่าเรา พี่เขาพยายามที่จะไล่เราออกจากชีวิตพี่เขาอยู่ทุกวันแต่เราก็ไม่ไปหรอกเราก็จะอยู่ตรงนี้ที่เดิมตลอด แล้วก็ล่าสุดเมื่อวานนี้เองคือเพื่อนเรามาเอาเอกสารที่เรียนใช่เป็นผู้ชายก็หาว่าเรานัดผู้ชายมาห้องมาเอากันนู้นนี่นั้น แกคือเราไม่ใช่คนแบบนั้น เราทนคำด่าคำว่าของพี่เขามาตลอดเพราะรักพี่เขาเรายอมมาตลอดจนตอนนี้ตอนที่เขียนกระทู้เราก็คาสายกับพี่เขานะแต่ไม่ได้คุยอะไรมันมีแค่ความเงียบเท่านั้นเอง #หนูรักพี่นะและหนูไม่เคยนอกใจพี่สักครั้งเลยทุกอย่างงที่พี่เข้าใจคือพี่เข้าใจหนูผิดหมดเลย
อาจจะบอกว่าเราโง่ก็ได้