เป็นคนบอกเลิกยุ่งแท้ๆ แต่ทำไมถึงยังรู้สึกไม่อยากจบ

คือมันเป็นอารมณ์ร้อนในช่วงเวลาหนึ่งที่พุ่งขึ้นไปแบบเดือดมาก  ตอนเดือดๆพูดทุกอย่างที่มันรู้สึกอยู่ในใจ อะไรที่ทำให้ของขึ้นก็พูดหมด เวลานั่นมันคือการปลดปล่อย  แต่พอผ่านไปสักพักมันก็เหมือนแย่  ผมไม่รู้จะรู้สึกยังไงตอนนี้ เหมือนจะดีใจแต่ก็ไม่ดีใจ เหมือนจะสะใจ ก็ไม่ได้รู้สึกแบบนั้น

เหตุเกิดจากที่ผมช้าเอง ผมตายใจ คิดว่าการคุยไปเรื่อยๆ มันจะดีกว่า จนต้องเจอปัญหาที่อีกฝ่ายมีคนคุยอีกคน ผมรู้ว่าเค้าคุยกัน แต่ฝ่ายหญิงไม่ได้บอกอีกคนว่า ผมก็คุยด้วย จริงๆผมรู้แล้วละว่าเค้าไม่ได้เลือกผมหรอก เพราะเค้ากล้าบอกว่าคุยอยู่กับใคร  ง่ายๆคือผมแค่คนคุย แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมา ผมก็ค่อยๆรู้สึกดี ผมคงรู้สึกคนเดียวมากกว่าด้วยซ้ำ  ยิ่งเค้าพูดถึงผู้ชายอีกคนว่าดีอย่างนี้ ผมก็ไม่โอเคเลย   แต่ก็อยากคุยกับเค้า ไม่รู้เพราะอะไร อาจจะชิน อาจจะติด หรือว่าผมรู้สึกดีมีความสุข แต่ทุกครั้งที่ได้คุย ขอแค่เค้าตอบก็มีความสุขละ  แต่พอเห็นเค้าคุยกันบ่อยผมก็อึดอัด ผมเหมือนเสียเปรียบ ที่ตัวเองเป็นฝ่ายเดียวที่เห็นทุกอย่าง แล้วรับได้ ในขณะที่ผู้ชายอีกคนไม่รู้เรื่องเลย มันคือความรู้สึกอึดอัดที่สะสม    มันเจ็บปวดนะที่เราต้องรู้เรื่อง   ผมไม่โอเค  ผมเลยบอกว่าจะหยุดคุย แต่ผู้ชายอีกคนควรจะรับรู้ด้วย ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่า ผู้ชายคนนั่นจะคิดแบบไหน อยากรู้ว่าจะรับสถานการณ์แบบนี้ได้ไหม   ฝ่ายผู้หญิงตกลง เค้าไปบอกและได้คำตอบว่า  อยากจะคุยกับใครก็ได้ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคุย  จังหวะนี้ผมเสียใจมาก แต่ก็ยอมนะเพราะเออ ถ้าเค้าโอเคกัน ก็คุยกันต่อไป ผมถอยเอง แต่ถัดมาอีกวัน ฝ่ายผู้หญิงก็มาบอกว่าไม่เหลือใคร  ผมก็สับสนนะว่าควรจะรู้สะใจหรอ หรือควรจะรู้สึกแย่  ผมไม่โอเคตั้งแต่เลือกที่จะคุยละ แต่ผมก็ต้องตัดใจเหมือนกัน ผมไม่อยากเป็นแค่คนคุยแก้เหงา   ผมว่าจะทำใจได้แล้ว เห็นเค้าแฮปปี้ผมเสียใจไม่เป็นไร แต่เหตุการณ์มันก็แย่ เพราะเค้าก็เสียใจ   ผมเป็นคนเลวในสายตาเค้าแล้ว แต่ผมก็ยังกังวลกับความรู้สึกเค้าตลอดเวลา     ผมไม่รู้ว่าเค้าจะเข้าใจตัวผมจริงๆ หนือเค้าก็มองแล้วก็จำสิ่งที่เค้าเห็นว่ามันไม่ดีสำหรับเค้า    

ผมเหนื่อยมากเลยที่ต้องแกล้งรู้สึกสะใจ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่