เรื่องมีอยู่ว่า ผม เป็นครู อยู่ที่หน่วยงานแห่งหนึ่ง ต้องทำการสอน และ ทำการเก็บคะแนน เหมือนทุกๆโรงเรียนเขาทำกันนั่นล่ะครับ
แต่ประเด็น อยู่ที่ ผมเพิ่งย้ายมาทำงานที่นี่ได้ประมาณ ปีกว่าๆ โดยทางผู้บริหาร ได้รับนโยบาย ในการจัดทำผลประเมิน คะแนนผู้เรียน ลงผ่านระบบอินเตอร์นเน็ต นั่นทำให้มันเข้าทางนรุ่นใหม่แบผม แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคนในองค์กร ทุกคนจะชอบระบบ การทำงานแบบนี้ทุกคน ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ คนที่อยู่ในห้องพักครู ร่วมกันกับผม เนื่องจาก ท่านมีอายุมากแล้ว ใกล้หมดอายุราชการ แต่ประเเด็นไม่ได้อยู่ที่ท่านอายุเท่าไหร่ แต่อยู่ ที่ ท่านไม่ยอมทำตามนโยบาย ของผู้บริหาร ในการกรอกคะแนน นักเรียนลงไปในระบบ ทำให้นักเรียน สามารถ เห็นคะแนน หรือรายละเอียดของรายวิชาที่ครูท่านนี้สอนเลยแม้แต่น้อย และเรื่องนี้เองก็เลยกลายเป็นประเด็นสำหรับผม เริ่มต้นด้วยการที่ครั้งแรกผมมาทำการเรียนการสอนที่นี่ ห้องเรียนผม เป็นแบบ เปิดโล่ง ไม่มีแม้แต่ผนังกั้นห้อง ต้องใช้ ต็เก็บ วัสดุ ของตึกมาวางต่อๆกัน เป็นเขตพื้นที่ห้อง แต่นั่น ก็ไม่ใช่เรื่องที่เจอทั้งหมด จะขอเล่าไปเป็นข้อๆไปแล้วกันนะครับ
1.หลังเลิกเรียน ผมต้องมาคอยเก็บขยะ จากเศษถุงขนม ขวดน้ำ ที่เด็กเอาเข้ามากิน เวลาที่ผมไม่มีสอน แล้วกลับเข้ามาห้องพักครู เพราะผมเกริ่นไปแล้วว่าห้องสอนเป็นแบบเปิดโล่ง ใครเดินเข้าเดินออกได้ ตลอดเวลา และที่สำคัญ มันไม่เก็บเสียงอะไรเลย มาสอนแรกๆ แทบจะท้อครับ กระดานไวท์บอร์ด ขอบที่ฟูเพราะไม่ได้เก็บรักษา และมีรอยเมจิก ที่เด็กเอามาเขียน แบบลบ ไม่ออกเยอะมาก กว่าจะกลับบ้านได้แต่ละวัน ใช้เวลาหลังเลิกเรียน กินเวลาไปอีกประมาณ 1 -2 ชม.
2.ผมต้องอยู่แบบข้อ1 ไปอีก 1ปี ใช่ครับ ทุกท่าน เข้าใจไม่ผิด ผมสอนอยู่แบบนี้ เป็นเวลา 1 ปี จนมี คณะผู้บริหาร เดินตรวจตรา อาคาร ทำให้สะดุดที่ห้องเรียนผม ขณะ ผมสอน และเดิน เข้ามาบอกผม ทำไมสอนได้ ลำบากขนาดนี้ เดี๋ยว.....จะกั้นห้องให้นะ เชื่อมั้ยครับ หลังจากคำพูดนั้นออกมา ผมได้ยินแล้วผมกลั้นน้ำตาไม่อยู่ครับ แบบน้ำตาผมคลอเลยครับ หลังจากนั้น เนื่องจากใครๆก็รู้ ระบบราชการ ในหน่วยงานที่ไหนๆ ก็จะช้านิดหน่อย ทำให้ผมมีห้องเรียน ที่กั้นใหม่ ในเทอม ถัดไป เนื่องจากต้องทำช่วงปิดภาคเรียน เมื่อได้ห้องสอนที่สามารถ ปิดได้แล้ว ผมเริ่มลงมือ รักษาห้องสอนห้องนี้ให้เป็นห้องที่ดี่ที่สุด เท่าที่จะทำได้ แม้แต่ให้เด็กถูพื้นก่อนเวลาเลิกเรียน 15 นาที เพื่อรายวิชาถัดไปจะได้ไม่ต้อง สกปรกมาก จากการเข้ามาเรียนในห้อง
3.เมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว ผมก็มีความสุขกับการเรียนการสอน มีทั้งห้องเรียนใหม่ มีทั้งกระดานสอนใหม่ แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับผมแล้ว พอแล้วจริงๆ แต่ ความทุกข์ของเรื่องห้องเรียน ผมยังไม่หมดนะครับ เมื่อจู่ๆ มีครูอีกท่านนึง ซึ่งปกติ มีห้องสอนประจำอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถ รองรับนักเรียนได้มากพอ ในรายวิชา ที่ครูท่านจะจัดหาที่นั่งได้ ทำให้ ครูท่านนี้ ไปขอเปลี่ยน กับครูห้องข้างๆ และครูห้องข้างๆ ก็มาขอห้องที่ผมรัก ไปเป็นห้องสอน นั่นหมายถึงว่า ผมจะต้องย้ายห้องอีกครั้ง แน่นอนครับ ผมยินดีย้าย เพราะผมคิดว่า ถ้าผมเป็นครู ผมจะสอนที่ห้องไหนก็ได้ ห้องไม่สวย ผมก็จะแก้ไข ให้มันสวยเท่าที่สุด เหมือนที่ทุกครั้งที่คิดๆมา
4. เมื่อเรื่องห้องเริ่มเข้าที่เข้าทางอีกครั้ง ผมก็ทำเหมือนเดิม แก้ไขห้องเหมือนเดิม ทำความสะอาดเหมือนเดิม แต่รอบนี้ จะเหนื่อยหน่อย เพราะเหนื่อยใจกับเรื่อง ที่ไม่เป็นเรื่อง ตามที่พาดหัวกระทู้ใว้ เริ่มต้นที่ ผมไม่ค่อยอยากกลับมาที่ห้องพักครู เนื่องจาก ครูท่านนึง มีต้องใช้เวลาในการพักเยอะขึ้นเนื่องจากป่วย และผมเป็นคนที่นักเรียนชอบเข้ามาหา มาถาม เลยเกรงใจ เรื่องเวลาพักผ่อน เลยตัดสินใจว่า เอาล่ะ เราจะไปนั่งที่ห้องสอน เพื่อที่จะไดด้ตัดปัญหาเรื่อง รบกวนอีกท่านที่ต้องการเวลาพักผ่อน
5.เมื่อผมไปอยู่ประจำที่ห้องสอน เด็กนักเรียนก็มักจะแวะเวียน เข้าไปคุยด้วย ขอนั่งทำงาน ขอนั่งทำการบ้าน คุยปรับทุกข์ เรื่องต่างๆ จากที่บ้าน เนื่องจากผมอายุยังไม่มาก และทุกอย่างก็เหมือนจะผ่านไปได้ด้วยดีใช่มั้ย แต่ไม่เลยครับ มีครูอีกท่าน มาเล่าให้ฟังมา ผมไม่ค่อยมาห้องพักครู ไม่รู้ไปไหน ไม่ค่อยรู้เวลาไปเวลากลับ เห้ออออออออออออ นานาจิตตัง ผมนี่ ก็ไม่ค่อยคิดอะไร เอาวะ ก็กลับไปนั่งห้องพักครู บ้างตามเดิม ห้องสอนบ้าง ห้องพักครูบ้าง
6.เมื่อใกล้จะถึงเวลาในการส่งเกรด ครูทุกคน ก็เริ่มลง คนนะแนน ในระบบ ซึ่งอันนี้ผมก็ขอเล่าก่อนว่า ระบบไอ้ที่ลงคะแนนเนี่ย ต้องทำตั้งแต่แรกๆ ไม่งั้นงานมันจะทับถม และ มันก็ได้ทับถมครูคนนั้นจริง และลุกลามปัญหา มาถึงผม เพราะ เขาอ้างว่า ทำไม่เป็น อายุเยอะ ไม่ถนัด แต่ผมก็สอนทำนะครับ ตั้งแต่เทอมก่อนหน้านี้ อาจจะเป็นเพราะ เทอมที่แล้ว เคยช่วยใว้รึป่าวก็ไม่รู้ครับ เทอมนี้ กลายเป็นว่า ผมต้องทำให้แทบจะทุกอย่างเลย ตั้งแต่ลงตารางสอนในระบบ ฯลฯ ขอไม่เอ่ยมากนะครับ จะเป็นเหมือนการใส่ร้ายป้ายสีครูท่านนั้นเกินไป
สุดท้ายไม่มีอะไรมากครับ ผมแค่อยากจะถามพี่ๆว่า ในโรงเรียน พี่ๆ มีครูคนไหน ที่ไม่ทำตามหน้าที่ๆได้รับ เป็นรายบุคคล แล้วให้คนอื่น ทำแทนบ้าง และผมที่สำคัญ นะครับ ผมปฏิเสธ ที่จะบอกครูคนนี้ ว่า ให้ครูทำเอง ไม่เป็น เพราะท่านอายุเยอะ หรือ ไม่รู้ว่าสงสารท่านกันแน่
แต่ที่แน่ๆคือ เหมือนผมโดนเอาเปรียบ ทั้งๆที่ ผม พยายามช่วยเหลือให้ ครูท่านนี้ สามารถ พอทำได้
ระหว่าง ทำให้ กับ ช่วยทำ ไม่เหมือนกันเลยนะครับ เข้าใจที่ผมจะสื่อใช่มั้ยครับ นั่นแหล่ะครับ
หน้าที่หลักพื้นฐานของตัวเอง ทำไมต้องให้คนอื่น เป็นคนทำ
ผมก็ไม่รู้จะไป อธิบายให้ใครฟังนะครับ อย่างน้อยก็มาขอระบายบ้าง เผื่อที่จะมีคนที่เจอหนักกว่าผม หรือ ใครที่เคยโดนประมาณนี้ มีวิธี บอกยัง ปฏิเสธ ยังไง จะได้ดูไม่เป็นเด็กหัวแข็งครับ
โดนเพื่อนร่วมงาน รุ่นเก๋าเอาเปรียบ จากความเป็นผู้น้อย
แต่ประเด็น อยู่ที่ ผมเพิ่งย้ายมาทำงานที่นี่ได้ประมาณ ปีกว่าๆ โดยทางผู้บริหาร ได้รับนโยบาย ในการจัดทำผลประเมิน คะแนนผู้เรียน ลงผ่านระบบอินเตอร์นเน็ต นั่นทำให้มันเข้าทางนรุ่นใหม่แบผม แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคนในองค์กร ทุกคนจะชอบระบบ การทำงานแบบนี้ทุกคน ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ คนที่อยู่ในห้องพักครู ร่วมกันกับผม เนื่องจาก ท่านมีอายุมากแล้ว ใกล้หมดอายุราชการ แต่ประเเด็นไม่ได้อยู่ที่ท่านอายุเท่าไหร่ แต่อยู่ ที่ ท่านไม่ยอมทำตามนโยบาย ของผู้บริหาร ในการกรอกคะแนน นักเรียนลงไปในระบบ ทำให้นักเรียน สามารถ เห็นคะแนน หรือรายละเอียดของรายวิชาที่ครูท่านนี้สอนเลยแม้แต่น้อย และเรื่องนี้เองก็เลยกลายเป็นประเด็นสำหรับผม เริ่มต้นด้วยการที่ครั้งแรกผมมาทำการเรียนการสอนที่นี่ ห้องเรียนผม เป็นแบบ เปิดโล่ง ไม่มีแม้แต่ผนังกั้นห้อง ต้องใช้ ต็เก็บ วัสดุ ของตึกมาวางต่อๆกัน เป็นเขตพื้นที่ห้อง แต่นั่น ก็ไม่ใช่เรื่องที่เจอทั้งหมด จะขอเล่าไปเป็นข้อๆไปแล้วกันนะครับ
1.หลังเลิกเรียน ผมต้องมาคอยเก็บขยะ จากเศษถุงขนม ขวดน้ำ ที่เด็กเอาเข้ามากิน เวลาที่ผมไม่มีสอน แล้วกลับเข้ามาห้องพักครู เพราะผมเกริ่นไปแล้วว่าห้องสอนเป็นแบบเปิดโล่ง ใครเดินเข้าเดินออกได้ ตลอดเวลา และที่สำคัญ มันไม่เก็บเสียงอะไรเลย มาสอนแรกๆ แทบจะท้อครับ กระดานไวท์บอร์ด ขอบที่ฟูเพราะไม่ได้เก็บรักษา และมีรอยเมจิก ที่เด็กเอามาเขียน แบบลบ ไม่ออกเยอะมาก กว่าจะกลับบ้านได้แต่ละวัน ใช้เวลาหลังเลิกเรียน กินเวลาไปอีกประมาณ 1 -2 ชม.
2.ผมต้องอยู่แบบข้อ1 ไปอีก 1ปี ใช่ครับ ทุกท่าน เข้าใจไม่ผิด ผมสอนอยู่แบบนี้ เป็นเวลา 1 ปี จนมี คณะผู้บริหาร เดินตรวจตรา อาคาร ทำให้สะดุดที่ห้องเรียนผม ขณะ ผมสอน และเดิน เข้ามาบอกผม ทำไมสอนได้ ลำบากขนาดนี้ เดี๋ยว.....จะกั้นห้องให้นะ เชื่อมั้ยครับ หลังจากคำพูดนั้นออกมา ผมได้ยินแล้วผมกลั้นน้ำตาไม่อยู่ครับ แบบน้ำตาผมคลอเลยครับ หลังจากนั้น เนื่องจากใครๆก็รู้ ระบบราชการ ในหน่วยงานที่ไหนๆ ก็จะช้านิดหน่อย ทำให้ผมมีห้องเรียน ที่กั้นใหม่ ในเทอม ถัดไป เนื่องจากต้องทำช่วงปิดภาคเรียน เมื่อได้ห้องสอนที่สามารถ ปิดได้แล้ว ผมเริ่มลงมือ รักษาห้องสอนห้องนี้ให้เป็นห้องที่ดี่ที่สุด เท่าที่จะทำได้ แม้แต่ให้เด็กถูพื้นก่อนเวลาเลิกเรียน 15 นาที เพื่อรายวิชาถัดไปจะได้ไม่ต้อง สกปรกมาก จากการเข้ามาเรียนในห้อง
3.เมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว ผมก็มีความสุขกับการเรียนการสอน มีทั้งห้องเรียนใหม่ มีทั้งกระดานสอนใหม่ แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับผมแล้ว พอแล้วจริงๆ แต่ ความทุกข์ของเรื่องห้องเรียน ผมยังไม่หมดนะครับ เมื่อจู่ๆ มีครูอีกท่านนึง ซึ่งปกติ มีห้องสอนประจำอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถ รองรับนักเรียนได้มากพอ ในรายวิชา ที่ครูท่านจะจัดหาที่นั่งได้ ทำให้ ครูท่านนี้ ไปขอเปลี่ยน กับครูห้องข้างๆ และครูห้องข้างๆ ก็มาขอห้องที่ผมรัก ไปเป็นห้องสอน นั่นหมายถึงว่า ผมจะต้องย้ายห้องอีกครั้ง แน่นอนครับ ผมยินดีย้าย เพราะผมคิดว่า ถ้าผมเป็นครู ผมจะสอนที่ห้องไหนก็ได้ ห้องไม่สวย ผมก็จะแก้ไข ให้มันสวยเท่าที่สุด เหมือนที่ทุกครั้งที่คิดๆมา
4. เมื่อเรื่องห้องเริ่มเข้าที่เข้าทางอีกครั้ง ผมก็ทำเหมือนเดิม แก้ไขห้องเหมือนเดิม ทำความสะอาดเหมือนเดิม แต่รอบนี้ จะเหนื่อยหน่อย เพราะเหนื่อยใจกับเรื่อง ที่ไม่เป็นเรื่อง ตามที่พาดหัวกระทู้ใว้ เริ่มต้นที่ ผมไม่ค่อยอยากกลับมาที่ห้องพักครู เนื่องจาก ครูท่านนึง มีต้องใช้เวลาในการพักเยอะขึ้นเนื่องจากป่วย และผมเป็นคนที่นักเรียนชอบเข้ามาหา มาถาม เลยเกรงใจ เรื่องเวลาพักผ่อน เลยตัดสินใจว่า เอาล่ะ เราจะไปนั่งที่ห้องสอน เพื่อที่จะไดด้ตัดปัญหาเรื่อง รบกวนอีกท่านที่ต้องการเวลาพักผ่อน
5.เมื่อผมไปอยู่ประจำที่ห้องสอน เด็กนักเรียนก็มักจะแวะเวียน เข้าไปคุยด้วย ขอนั่งทำงาน ขอนั่งทำการบ้าน คุยปรับทุกข์ เรื่องต่างๆ จากที่บ้าน เนื่องจากผมอายุยังไม่มาก และทุกอย่างก็เหมือนจะผ่านไปได้ด้วยดีใช่มั้ย แต่ไม่เลยครับ มีครูอีกท่าน มาเล่าให้ฟังมา ผมไม่ค่อยมาห้องพักครู ไม่รู้ไปไหน ไม่ค่อยรู้เวลาไปเวลากลับ เห้ออออออออออออ นานาจิตตัง ผมนี่ ก็ไม่ค่อยคิดอะไร เอาวะ ก็กลับไปนั่งห้องพักครู บ้างตามเดิม ห้องสอนบ้าง ห้องพักครูบ้าง
6.เมื่อใกล้จะถึงเวลาในการส่งเกรด ครูทุกคน ก็เริ่มลง คนนะแนน ในระบบ ซึ่งอันนี้ผมก็ขอเล่าก่อนว่า ระบบไอ้ที่ลงคะแนนเนี่ย ต้องทำตั้งแต่แรกๆ ไม่งั้นงานมันจะทับถม และ มันก็ได้ทับถมครูคนนั้นจริง และลุกลามปัญหา มาถึงผม เพราะ เขาอ้างว่า ทำไม่เป็น อายุเยอะ ไม่ถนัด แต่ผมก็สอนทำนะครับ ตั้งแต่เทอมก่อนหน้านี้ อาจจะเป็นเพราะ เทอมที่แล้ว เคยช่วยใว้รึป่าวก็ไม่รู้ครับ เทอมนี้ กลายเป็นว่า ผมต้องทำให้แทบจะทุกอย่างเลย ตั้งแต่ลงตารางสอนในระบบ ฯลฯ ขอไม่เอ่ยมากนะครับ จะเป็นเหมือนการใส่ร้ายป้ายสีครูท่านนั้นเกินไป
สุดท้ายไม่มีอะไรมากครับ ผมแค่อยากจะถามพี่ๆว่า ในโรงเรียน พี่ๆ มีครูคนไหน ที่ไม่ทำตามหน้าที่ๆได้รับ เป็นรายบุคคล แล้วให้คนอื่น ทำแทนบ้าง และผมที่สำคัญ นะครับ ผมปฏิเสธ ที่จะบอกครูคนนี้ ว่า ให้ครูทำเอง ไม่เป็น เพราะท่านอายุเยอะ หรือ ไม่รู้ว่าสงสารท่านกันแน่
แต่ที่แน่ๆคือ เหมือนผมโดนเอาเปรียบ ทั้งๆที่ ผม พยายามช่วยเหลือให้ ครูท่านนี้ สามารถ พอทำได้
ระหว่าง ทำให้ กับ ช่วยทำ ไม่เหมือนกันเลยนะครับ เข้าใจที่ผมจะสื่อใช่มั้ยครับ นั่นแหล่ะครับ
หน้าที่หลักพื้นฐานของตัวเอง ทำไมต้องให้คนอื่น เป็นคนทำ
ผมก็ไม่รู้จะไป อธิบายให้ใครฟังนะครับ อย่างน้อยก็มาขอระบายบ้าง เผื่อที่จะมีคนที่เจอหนักกว่าผม หรือ ใครที่เคยโดนประมาณนี้ มีวิธี บอกยัง ปฏิเสธ ยังไง จะได้ดูไม่เป็นเด็กหัวแข็งครับ