.
.
.

.
รถของเราวิ่งไปบนถนนอ้างว้าง มีเปลวแดดเต้นระริกไหว ผ่านไปตามแนวไม้ตายซากสองข้างทางราวกับเป็นเส้นทางแห่งความตาย ชวนให้หดหู่และสิ้นหวัง มองจากกระจกมองหลัง เห็นฝุ่นควันกระจายเต็มถนน เส้นทางซึ่งไม่มีผู้คนผ่านมานานแล้ว
ผมกำลังพาเธอกลับบ้าน
ที่จริงผมมองไม่เห็นข้อดีในทางตรรกศาสตร์เลยสักนิด เพราะบ้านของเธอไม่มีอีกแล้ว เมืองทุกเมืองแทบถูกลบจากแผนที่โลก ผู้คนแทบไม่เหลืออยู่ นั่นคือความจริงที่แสนเจ็บปวด สงครามไม่ว่าใครจะนิยามความหมายมันอย่างไร ความจริงที่สุดคือมันเต็มไปด้วยการทำลายล้างและการสูญเสียที่ป่าเถื่อนที่สุด
เพราะเธออยากกลับบ้าน
ผมเขาใจดี ขอเพียงมีบ้านอบอุ่นและมีความทรงจำที่ดี วันหนึ่งเราเองก็คงอย่างกลับบ้าน หรือที่เรียกว่ากลับไปตายที่บ้านเกิดนั่นเอง
เราสองคนเดินทางผ่านเมืองอันอ้างว้างและเงียบเหงา ปั้มน้ำมันหาได้ไม่ยาก แต่ผู้คนไม่เหลือให้เห็น ระเบิดมรณะได้ลบล้างผู้คนแทบหมดสิ้น บ้านทุกหลัง ตึกทุกตึกปราศจากสิ่งมีชีวิต เพราะระเบิดมรณะมีผลต่อ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันในสิ่งมีชีวิต มันแยกสลายโมเลกุลของสิ่งมีชีวิตออกจากกันกลายเป็นธุลีมลายในสายลม
ยกเว้นเราสองคน ที่ในช่วงเวลาระเบิดมรณะถล่มลง พวกเราบังเอิญอยู่ห้องใต้ดินลึกลงในหลายสิบเมตรของโรงพยาบาล เพื่อค้นหาเอกสารเก่าเก็บและยาบางอย่างที่ได้รับมอบหมายให้ลงไปค้นหา
ความจริงมันเป็นงานของเธอ แต่ผมอดไม่ได้จะลงมาช่วยเธอ และนั่นคือเหตุผลและความบังเอิญที่พวกเราเหลือรอด เพื่อเผชิญกับความอดหยากหิวโหยแบบสาหัส
วันเวลาผ่านไป เธอร่างกายซูบผอมต่างจากวันแรกที่เรารู้จักกัน แต่ไม่ว่าเธอจะเป็นอย่างไร ผมก็ยังรักเธอ รักเธอเหมือนที่เคยรัก เคยมอง สมัยก่อนเกิดสงคราม เราสองกำลังพิสูจน์ความรักที่มีต่อกัน ไม่ใช่ให้โลกรู้ แต่ให้หัวใจของเราทั้งสองรู้
ผมคิดว่าหลายคนในโลกนี้ อาจไม่รู้จักคำว่า “ความรัก” ด้วยซ้ำไป แต่คิดว่าสิ่งที่ตัวเองพานพบประสบมาคือความรัก อยากอยู่ใกล้ๆคนรัก (ก็แน่ละครับ) อยากประคองกอดกัน หรือมีอะไรด้วยกัน กระทั่งใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน แต่ผมคิดว่านั้นเป็นความรักเน้นไปทางทางกายภาพ และหลายคู่มักจบลงด้วยการทำร้ายทำลายกัน นั่นเป็นสิ่งที่ผมเกลียดชังที่สุด คนรักกันไม่ควรทำร้ายกัน ไม่ว่าด้วยเหตุผลกลใด คนที่ทำร้ายกันโดยอ้างความรัก เป็นเหตุผลที่เห็นแก่ตัวมัวมืดอย่างที่สุด
เธอมีความหวังในใจว่าจะได้กลับบ้านเกิด เมืองที่เธอจากมานาน กลับไปพร้อมคนรัก
บ่ายวันหนึ่งของการเดินทาง ผมรู้ว่าเธอหิวและอ่อนล้า แต่เธอไม่ปริปากสักคำ
ผมจอดรถข้างทาง หันไปมองเมืองที่เพิ่งขับรถออกมา เมืองที่ไม่เหลืออาหารเลยสักอย่าง โชคยังดีว่าผมมีปืนและกระสุนอยู่หลายนัด มีดเดินป่าที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ใช้ประโยชน์ แต่ตอนนี้ผมต้องใช้มันหาอาหาร
“รอนี่นะที่รัก.....” ผมบรรจงจูบหน้าผากของเธอ ก้าวลงจากรถ ยังจะมีสัตว์หรืออะไรพอเป็นอาหารได้ บางทีอาจเป็นหนูสักตัวที่หลุดออกมาจากท่อระบายน้ำ
เสียงปืนดังปัง หลังจากนั้นผมเริ่มก่อไฟ
เนื้อหอมกรุ่น
ผมหั่นเนื้อเป็นชิ้นบางๆ ป้อนให้เธออย่างช้าๆ เธอหิวมาหลายวันแล้ว และตัวร้อนด้วยพิษไข้ หรีอไม่ก็เพราะโรคร้ายจากอาวุธชีวภาพ ผมก็หิว อาหารอาจไม่มากนัก ในเขตนี้จะมีหนูรอดตายสักกี่ตัวกัน ผมยอมให้เธอกินอาหารเท่าที่มี ด้วยความเต็มใจ เพราะผมรักเธอ
เธอยิ้มให้ผม....รอยยิ้มที่มีความหวัง
“อีกไกลไหม......” เธอกระซิบถามเสียงแผ่ว สีหน้ายังดูอ่อนล้าเหลือเกินจนน่าใจหาย
“ไม่หรอกที่รัก เดี๋ยวก็ถึงแล้ว”
ผมพยายามฝืนยิ้มให้เธอ ทั้งที่ใจคิดถึงอาหารซึ่งเหลือน้อยลงทุกมี รวมทั้งตัวยาก็เหลือไม่กี่หลอด ไม่แน่ใจว่าผมจะพาเธอเดินทางไปถึงจุดหมายหรือไม่ แต่นั้นไม่สำคัญอะไร ผมเพียงทำหน้าที่ของตัวเอง และรักเธอให้ถึงที่สุดเท่านั้นก็เพียงพอแล้วในโลกอันตายซากเปล่าเปลี่ยวแห้งแล้ง
ผมขับรถต่อไป ด้วยความไม่สะดวกกายใจนัก ความกังวลบางอย่างแฝงลึกภายในใจ และความหิวจนแทบเป็นลมหลายครั้ง แต่อาหารต้องมีสำหรับเธอเท่านั้น
วันต่อมาเธอดูแย่ลง ผมจอดรถริมถนนซึ่งเหมือนอยู่ข้างทะเลทราย อากาศร้อนและแห้งแล้ง
ผมฉวยหลอดฉีดยา ฉวยปืนติดตัวลงไปด้วย ทั้งที่รู้ว่าคงไม่มีหนูหรือกระต่ายสักตัวอยู่แถวนี้
เสียงปืนดังปัง
กองไฟส่งควันสีขาวลอยกรุ่น อาหารกำลังจะหมดลง แต่ผมต้องหาอาหารให้เธอโดยที่ตัวเองยอมอดยอมหิว เพราะผมรักเธอ
แต่วันนี้ผมทำอาหารช้าไป
สีหน้าของเธอถึงจะอ่อนล้าหิวโหยแต่มุมปากยังมีรอยยิ้ม รอยยิ้มของความหวัง รอยยิ้มถึงความฝันว่าจะได้กลับบ้านเกิด แม้ว่าเธอจะปราศจากลมหายใจ เธอจากผมไปแล้ว ถึงจะเตรียมใจว่าวันนี้จะต้องมาถึง แต่ผมก็อดจะร้องไห้ออกมาไม่ได้ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องร้องไห้ คงเป็นเพราะอารมณ์ส่วนลึกที่รักที่ห่วงหวงอาลัย
ตอนนั้นแขนซ้ายผมหายไปหมดแล้ว รวมทั้งขาขวา นั่นทำให้ผมขับรถไม่ถนัดนัก หลายๆวันที่ผ่านมา ผมแกล้งทำเป็นลงไปยิงสัตว์ข้างทางมาเป็นอาหาร เพื่อให้เธอสบายใจ แต่ความจริงผมลงไปใช้ยาชาและยาห้ามเลือดที่นำมาจากโรงพยาบาลมาให้กับตัวเอง แล้วใช้มีดเชือกเฉือนเนื้อแขนขาตัวเอง ก่อไฟย่างนำมาเป็นอาหารให้เธอ
ผมรักเธอ ทำยอมเพื่อเธอได้ทุกอย่าง ไม่ใช่รักเพียงคำพูด แต่รักที่สามารถสละเลือดเนื้อให้เธอได้
ความจริงผมยังพอเหลือขาอีกข้าง ถึงจะผอมซูบก็พอจะให้เธอกินได้อีกหลายวัน เพียงเธอมีชีวิตอยู่ผมก็พร้อมจะเฉือนร่างกายของผมให้เธอกินจนหมดหรือจนกว่าจะไม่สามารถทำอะไรต่อไปได้ แขนขาหมดไปยังพอเหลือตับไตไส้พุงที่อาจค่อยๆเฉือนออกมาทำเป็นอาหารได้
เพราะผมรักเธอ
ตอนนี้ผมทำได้เพียงร้องให้ ร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด
ที่รัก คุณหมดเวรหมดกรรมไปแล้ว แต่ผมจะต้องทำตามเจตนารมย์ของเราสอง ผมจะต้องพาคุณไปส่งยังเมืองของคุณให้ได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ผมจะยอมทำทุกอย่างเพื่อคุณ
เธอตายไปแล้ว ตายไปพร้อมกับความหวัง ที่ฉาบฉายบนใบหน้า ผมไม่เหลือใครหรืออะไรอีกแล้ว ชีวิตซึ่งขาดเธอมันไร้ความหวังหมดกำลังใจทุกอย่าง เหลือตัวคนเดียวในโลกใบนี้ แต่ผมต้องอยู่ต่อไป เดินทางต่อไป ไม่ใช่เพราะความหวัง แต่เป็นเพราะสัญชาตญาณของการมีชีวิตรอด และการรักษาคำมั่นสัญญา ผมจะต้องไปส่งเธอถึงจุดหมาย จากนั้นก็จะปลิดชีพตัวเอง เพื่อจะไปเจอเธอในโลกหน้า
ที่รัก ผมรักคุณเหลือเกิน
ตอนนี้ผมหิวจนจะขาดใจ เรี่ยวแรงไม่พอเพียงในการลงไปก่อไฟแล้ว แต่ผมรู้ตัวเองว่ายังตายไม่ได้ สัญญาที่ให้ต่อกันยังไม่บรรลุเป้าหมาย ยกโทษให้ผมนะที่รัก เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป เป็นของกันและกันตลอดไปจนกว่าผมจะหมดลมหายใจ
รอไม่ไหวแล้วที่รัก
ผมน้ำตาไหลพรากด้วยความร้าวราน ขณะบรรจงยกแขนของเธอด้วยใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตา และเริ่มกัดกินแขนของเธออย่างหิวโหย
อยู่ในกันและกันนะที่รัก
จบแล้วครับ


อยู่ในกันและกัน นะที่รัก
.
.
.
รถของเราวิ่งไปบนถนนอ้างว้าง มีเปลวแดดเต้นระริกไหว ผ่านไปตามแนวไม้ตายซากสองข้างทางราวกับเป็นเส้นทางแห่งความตาย ชวนให้หดหู่และสิ้นหวัง มองจากกระจกมองหลัง เห็นฝุ่นควันกระจายเต็มถนน เส้นทางซึ่งไม่มีผู้คนผ่านมานานแล้ว
ผมกำลังพาเธอกลับบ้าน
ที่จริงผมมองไม่เห็นข้อดีในทางตรรกศาสตร์เลยสักนิด เพราะบ้านของเธอไม่มีอีกแล้ว เมืองทุกเมืองแทบถูกลบจากแผนที่โลก ผู้คนแทบไม่เหลืออยู่ นั่นคือความจริงที่แสนเจ็บปวด สงครามไม่ว่าใครจะนิยามความหมายมันอย่างไร ความจริงที่สุดคือมันเต็มไปด้วยการทำลายล้างและการสูญเสียที่ป่าเถื่อนที่สุด
เพราะเธออยากกลับบ้าน
ผมเขาใจดี ขอเพียงมีบ้านอบอุ่นและมีความทรงจำที่ดี วันหนึ่งเราเองก็คงอย่างกลับบ้าน หรือที่เรียกว่ากลับไปตายที่บ้านเกิดนั่นเอง
เราสองคนเดินทางผ่านเมืองอันอ้างว้างและเงียบเหงา ปั้มน้ำมันหาได้ไม่ยาก แต่ผู้คนไม่เหลือให้เห็น ระเบิดมรณะได้ลบล้างผู้คนแทบหมดสิ้น บ้านทุกหลัง ตึกทุกตึกปราศจากสิ่งมีชีวิต เพราะระเบิดมรณะมีผลต่อ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันในสิ่งมีชีวิต มันแยกสลายโมเลกุลของสิ่งมีชีวิตออกจากกันกลายเป็นธุลีมลายในสายลม
ยกเว้นเราสองคน ที่ในช่วงเวลาระเบิดมรณะถล่มลง พวกเราบังเอิญอยู่ห้องใต้ดินลึกลงในหลายสิบเมตรของโรงพยาบาล เพื่อค้นหาเอกสารเก่าเก็บและยาบางอย่างที่ได้รับมอบหมายให้ลงไปค้นหา
ความจริงมันเป็นงานของเธอ แต่ผมอดไม่ได้จะลงมาช่วยเธอ และนั่นคือเหตุผลและความบังเอิญที่พวกเราเหลือรอด เพื่อเผชิญกับความอดหยากหิวโหยแบบสาหัส
วันเวลาผ่านไป เธอร่างกายซูบผอมต่างจากวันแรกที่เรารู้จักกัน แต่ไม่ว่าเธอจะเป็นอย่างไร ผมก็ยังรักเธอ รักเธอเหมือนที่เคยรัก เคยมอง สมัยก่อนเกิดสงคราม เราสองกำลังพิสูจน์ความรักที่มีต่อกัน ไม่ใช่ให้โลกรู้ แต่ให้หัวใจของเราทั้งสองรู้
ผมคิดว่าหลายคนในโลกนี้ อาจไม่รู้จักคำว่า “ความรัก” ด้วยซ้ำไป แต่คิดว่าสิ่งที่ตัวเองพานพบประสบมาคือความรัก อยากอยู่ใกล้ๆคนรัก (ก็แน่ละครับ) อยากประคองกอดกัน หรือมีอะไรด้วยกัน กระทั่งใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน แต่ผมคิดว่านั้นเป็นความรักเน้นไปทางทางกายภาพ และหลายคู่มักจบลงด้วยการทำร้ายทำลายกัน นั่นเป็นสิ่งที่ผมเกลียดชังที่สุด คนรักกันไม่ควรทำร้ายกัน ไม่ว่าด้วยเหตุผลกลใด คนที่ทำร้ายกันโดยอ้างความรัก เป็นเหตุผลที่เห็นแก่ตัวมัวมืดอย่างที่สุด
เธอมีความหวังในใจว่าจะได้กลับบ้านเกิด เมืองที่เธอจากมานาน กลับไปพร้อมคนรัก
บ่ายวันหนึ่งของการเดินทาง ผมรู้ว่าเธอหิวและอ่อนล้า แต่เธอไม่ปริปากสักคำ
ผมจอดรถข้างทาง หันไปมองเมืองที่เพิ่งขับรถออกมา เมืองที่ไม่เหลืออาหารเลยสักอย่าง โชคยังดีว่าผมมีปืนและกระสุนอยู่หลายนัด มีดเดินป่าที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ใช้ประโยชน์ แต่ตอนนี้ผมต้องใช้มันหาอาหาร
“รอนี่นะที่รัก.....” ผมบรรจงจูบหน้าผากของเธอ ก้าวลงจากรถ ยังจะมีสัตว์หรืออะไรพอเป็นอาหารได้ บางทีอาจเป็นหนูสักตัวที่หลุดออกมาจากท่อระบายน้ำ
เสียงปืนดังปัง หลังจากนั้นผมเริ่มก่อไฟ
เนื้อหอมกรุ่น
ผมหั่นเนื้อเป็นชิ้นบางๆ ป้อนให้เธออย่างช้าๆ เธอหิวมาหลายวันแล้ว และตัวร้อนด้วยพิษไข้ หรีอไม่ก็เพราะโรคร้ายจากอาวุธชีวภาพ ผมก็หิว อาหารอาจไม่มากนัก ในเขตนี้จะมีหนูรอดตายสักกี่ตัวกัน ผมยอมให้เธอกินอาหารเท่าที่มี ด้วยความเต็มใจ เพราะผมรักเธอ
เธอยิ้มให้ผม....รอยยิ้มที่มีความหวัง
“อีกไกลไหม......” เธอกระซิบถามเสียงแผ่ว สีหน้ายังดูอ่อนล้าเหลือเกินจนน่าใจหาย
“ไม่หรอกที่รัก เดี๋ยวก็ถึงแล้ว”
ผมพยายามฝืนยิ้มให้เธอ ทั้งที่ใจคิดถึงอาหารซึ่งเหลือน้อยลงทุกมี รวมทั้งตัวยาก็เหลือไม่กี่หลอด ไม่แน่ใจว่าผมจะพาเธอเดินทางไปถึงจุดหมายหรือไม่ แต่นั้นไม่สำคัญอะไร ผมเพียงทำหน้าที่ของตัวเอง และรักเธอให้ถึงที่สุดเท่านั้นก็เพียงพอแล้วในโลกอันตายซากเปล่าเปลี่ยวแห้งแล้ง
ผมขับรถต่อไป ด้วยความไม่สะดวกกายใจนัก ความกังวลบางอย่างแฝงลึกภายในใจ และความหิวจนแทบเป็นลมหลายครั้ง แต่อาหารต้องมีสำหรับเธอเท่านั้น
วันต่อมาเธอดูแย่ลง ผมจอดรถริมถนนซึ่งเหมือนอยู่ข้างทะเลทราย อากาศร้อนและแห้งแล้ง
ผมฉวยหลอดฉีดยา ฉวยปืนติดตัวลงไปด้วย ทั้งที่รู้ว่าคงไม่มีหนูหรือกระต่ายสักตัวอยู่แถวนี้
เสียงปืนดังปัง
กองไฟส่งควันสีขาวลอยกรุ่น อาหารกำลังจะหมดลง แต่ผมต้องหาอาหารให้เธอโดยที่ตัวเองยอมอดยอมหิว เพราะผมรักเธอ
แต่วันนี้ผมทำอาหารช้าไป
สีหน้าของเธอถึงจะอ่อนล้าหิวโหยแต่มุมปากยังมีรอยยิ้ม รอยยิ้มของความหวัง รอยยิ้มถึงความฝันว่าจะได้กลับบ้านเกิด แม้ว่าเธอจะปราศจากลมหายใจ เธอจากผมไปแล้ว ถึงจะเตรียมใจว่าวันนี้จะต้องมาถึง แต่ผมก็อดจะร้องไห้ออกมาไม่ได้ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องร้องไห้ คงเป็นเพราะอารมณ์ส่วนลึกที่รักที่ห่วงหวงอาลัย
ตอนนั้นแขนซ้ายผมหายไปหมดแล้ว รวมทั้งขาขวา นั่นทำให้ผมขับรถไม่ถนัดนัก หลายๆวันที่ผ่านมา ผมแกล้งทำเป็นลงไปยิงสัตว์ข้างทางมาเป็นอาหาร เพื่อให้เธอสบายใจ แต่ความจริงผมลงไปใช้ยาชาและยาห้ามเลือดที่นำมาจากโรงพยาบาลมาให้กับตัวเอง แล้วใช้มีดเชือกเฉือนเนื้อแขนขาตัวเอง ก่อไฟย่างนำมาเป็นอาหารให้เธอ
ผมรักเธอ ทำยอมเพื่อเธอได้ทุกอย่าง ไม่ใช่รักเพียงคำพูด แต่รักที่สามารถสละเลือดเนื้อให้เธอได้
ความจริงผมยังพอเหลือขาอีกข้าง ถึงจะผอมซูบก็พอจะให้เธอกินได้อีกหลายวัน เพียงเธอมีชีวิตอยู่ผมก็พร้อมจะเฉือนร่างกายของผมให้เธอกินจนหมดหรือจนกว่าจะไม่สามารถทำอะไรต่อไปได้ แขนขาหมดไปยังพอเหลือตับไตไส้พุงที่อาจค่อยๆเฉือนออกมาทำเป็นอาหารได้
เพราะผมรักเธอ
ตอนนี้ผมทำได้เพียงร้องให้ ร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด
ที่รัก คุณหมดเวรหมดกรรมไปแล้ว แต่ผมจะต้องทำตามเจตนารมย์ของเราสอง ผมจะต้องพาคุณไปส่งยังเมืองของคุณให้ได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ผมจะยอมทำทุกอย่างเพื่อคุณ
เธอตายไปแล้ว ตายไปพร้อมกับความหวัง ที่ฉาบฉายบนใบหน้า ผมไม่เหลือใครหรืออะไรอีกแล้ว ชีวิตซึ่งขาดเธอมันไร้ความหวังหมดกำลังใจทุกอย่าง เหลือตัวคนเดียวในโลกใบนี้ แต่ผมต้องอยู่ต่อไป เดินทางต่อไป ไม่ใช่เพราะความหวัง แต่เป็นเพราะสัญชาตญาณของการมีชีวิตรอด และการรักษาคำมั่นสัญญา ผมจะต้องไปส่งเธอถึงจุดหมาย จากนั้นก็จะปลิดชีพตัวเอง เพื่อจะไปเจอเธอในโลกหน้า
ที่รัก ผมรักคุณเหลือเกิน
ตอนนี้ผมหิวจนจะขาดใจ เรี่ยวแรงไม่พอเพียงในการลงไปก่อไฟแล้ว แต่ผมรู้ตัวเองว่ายังตายไม่ได้ สัญญาที่ให้ต่อกันยังไม่บรรลุเป้าหมาย ยกโทษให้ผมนะที่รัก เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป เป็นของกันและกันตลอดไปจนกว่าผมจะหมดลมหายใจ
รอไม่ไหวแล้วที่รัก
ผมน้ำตาไหลพรากด้วยความร้าวราน ขณะบรรจงยกแขนของเธอด้วยใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตา และเริ่มกัดกินแขนของเธออย่างหิวโหย
อยู่ในกันและกันนะที่รัก
จบแล้วครับ