จากใจครูสาวภูธร ถึงหนุ่มนักบินนครบาล

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนค่ะ วันนี้มีเรื่องมาเล่าให้ฟัง เกี่ยวกับความรู้สึกของเราเอง เนื้อเรื่องก็ตามหัวข้อเลยค่ะ เราเป็นครู อายุ 28 ปีแล้ว วันๆ ก็ทำแต่งาน บ้านพัก-โรงเรียน โรงเรียน-บ้านพัก วนๆ อยู่แบบนี้ วิถีเดิมๆ ไม่ค่อยได้ออกไปไหน หรือเจอใครบ่อยนัก ถ้าไปอบรมก็เจอเพื่อนๆ ในสายงานเท่านั้นแหละ แต่เดือนนี้พิเศษนิดนึงได้ออกมาไกล ถึงเมืองหาดใหญ่ เป็นเวลา 9 วัน เช้าวันอาทิตย์ที่แสนจะสดใส เราก็ลงมาทาานข้าวที่ห้องอาหารของโรงแรม ในขณะที่กำลังตักอาหารที่ชื่อว่าบะกุ๊ดเต๋อยู่นั่น ก็เหลือบไปเห็นใครบางคนตักอาหารใกล้ๆ เรา มองแว็บๆ อ้อ พี่ยามนี่เอง เขาถือถ้วยมาใบเดียว ตักทุกอย่างมารวมกัน ในใจก็แอบคิดว่า เออ พี่แกกินเหมือนพระเลย เขาเป็นสุภาพบุรุษมาก สูง แถมหล่อด้วย อิอิ เขาให้เราตักอาหารก่อน เราก็ไม่ได้คิดไร คิดแค่ว่าเขามีน้ำใจ พอตักอาหารเสร็จเราก็ไปนั่งที่โต๊ะกับพี่สาว เราก็เล่าให้ฟัง ว่าเจอพี่ยามตักข้าวกินเหมือนพระเลย พี่สาวมองหน้าเราอย่างแรงแล้วบอกว่า น้องงงงงงงง น้องไม่เห็นบั้งหรอ เขาเป็นนักบิน ไม่ใช่ยาม เรานี้แบบ ห๋าาาาาาาาา ตายล่ะ มีตาหามีแววไม่ 55555 ในใจนี่โอ๊ย อุตส่าห์ได้ออกจากป่าจากดอย มาอบรมไกลๆ ก็ยังมองไม่เห็นว่าอะไรดีอะไรไม่ดี5555 มีใครมองนักบินเป็นยามเหมือนเราบ้างงง หลังจากนั้นเราก็แอบมองพี่เค้าตลอดดเลย คงไม่มีใครโก๊ะเท่าเราแล้วล่ะ ถ้ามีโอกาสได้เจอพี่เค้า อยากบอกว่า ถึงจะรีบแค่ไหน ก็ต้องกินข้าวให้อิ่มนะคะ คุณยาม เอ๊ย!! คุณนักบิน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่