สวัสดีค่ะ ชาวพันทิป
เรื่องราวของเรามันก้อเป็นแค่เรื่องที่ไม่รู้จะพูดกับใครได้ เลยแค่ขอระบายและแบ่งปันให้ชาวพันทิปฟัง แค่อยากให้ตัวเองหายอัดอั้นตันใจ ไม่มีเจตนาจะว่าใครหรือพูดให้ใครเสื่อมเสีย หรือโทษว่าใครผิดใครถูกนะคะ
เราอกหักจากผู้ชายเจ้าชู้คนนึง แล้วก้ออยู่เป็นโสดมา 3-4 ปี เราอายุ 33 ปี เราก้อเจอกับผู้ชายคนนึง สมมุติว่าเค้าชื่อ 'ภา' ละกันค่ะ เค้าเข้ามาเป็นลูกน้องใหม่ของเราเอง เค้าก้อดูเป็นคนนิสัยดี ขยัน เราให้ช่วยอะไรที่มากเกินกว่างานก้อช่วยตลอด ดูแล้วเป็นคนชอบช่วยเหลือคนอยู่นะ เราก้อเลยรักและสนิทเป็นพิเศษ ในฐานะลูกน้องนะคะ เราก้อเลยจะไปแฮงค์เอ้าท์ด้วยกันบ่อยๆ โดยในแกงค์ก้อจะมีอยู่ 3-4 คนที่จะไปเที่ยวทั้งกลางวัน กลางคืนด้วยกัน มีไรเราก้จะคอยช่วยเหลือเค้า เค้าเองก้อจะชอบมาปรึกษานู้นนี่ตลอด ด้วยความที่เราไม่มีแฟน ส่วนใหญ่ก้อจะไปเที่ยวคนเดียว วันนึงเรามีโอกาสได้ไปเที่ยวบ้านภาที่ เชียงรายค่ะ ถึงได้รู้ว่าบ้านภาเป็นชาวดอย แต่เค้ามีบัตรประชาชนเป็นคนไทยนะคะ แต่เราก้อว่าน่าภูมิใจในตัวเค้านะ ที่เค้าเป็นคนดอยแต่ก้อพาตัวเองมาในจุดที่เป็นอยู่ซึ่งก้อไม่ได้ดีมากมายสำหรับสังคมของเราเอง แต่มันก้อไม่เลวสำหรับคนดอยคนนึงที่จะมาถึงได้ และได้รู้อีกด้วยว่าเค้ามีลูกสาวคนนึงอายู 7 ขวบ แต่เค้าไม่เคยบอกใคร จะรู้ก้อแค่คนที่บ้านเค้า เค้าก้อเล่าเรื่องแม่ของลูกเค้าให้ฟัง ก้อเป็นเรื่องราวของคนที่ชีวิตไม่ราบลื่นธรรมดาๆ แต่ภาบอกเค้าไม่ยอมให้ลูกกับเมียเค้า เค้าไม่ยอม เค้าจะเลี้ยงเอง เราก้อแบบเออ มีความรับผิดชอบดี เราก้อไปนอนที่บ้านเค้าบนดอย บรรยากาศดีมาก อากาศเย็น ตกกลางคืนก้อดื่มกัน คุยกัน พากันไปเดินเล่นในหมู่บ้านเค้า จังหวะที่เดินเล่นไม่มีคนอยู่แถวนั้น เค้าก้อเค้ามากอดเราจากข้างหลัง แล้วก้อชวนกันมองดาว โคตรโรแมนติกจนเราไม่อยากขัดขืนและปล่อยให้เค้ากอด แล้วก้อเริ่มรู้สึกดีกับเค้า แล้วเค้าก้อมาบอกเราว่าเค้าแอบชอบเรามานานแล้ว พอกลับมากรุงเทพเราก้อคุยกันเรื่องที่เกิดขึ้นว่าต่างคนต่างรู้สึกดีๆให้กัน ต่างคนต่างไม่มีใคร ก้อเลยตกลงคบกัน เราเองก้อประมาณ ผญ สมัยใหม่นะ ทำมาหากินเงินเดือนก้อไม่ถือว่าน้อย ดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี ก้อเลยไม่ได้สนใจเรื่องฐานะ ชาติกำเนิด หรือหน้าที่การงานที่ต่ำหรือสูงกว่า ขอแค่เค้าเป็นคนจิตใจดีมีความรับผิดชอบก้อพอ เราก้อเลยคบกับเค้า
คบกันแรกๆเค้าดีกับเรามากเลย จะปลุกให้ตื่นแต่เช้าก้อตื่น เดินจับมือ เราไม่สบายก้อรีบเลิกงานมาดูแลเรา ดีกับเราทุกอย่าง เราเองก้อจะซื้อนั่นนี้ที่จำเป็นเข้าห้องให้เค้าตลอด เพราะห้องที่เค้าอยู่ไม่มีไรเลย เราก้อจะคอยซื้อของใช้สบู่ ยาสีฟัน ทีวี ตู้เย็น ดูแลเค้าซักผ้าทำความสะอาดห้อง ดูแลของกินให้ทุกอย่าง คือมีความสุขอ่ะที่ได้ทำ อยู่ด้วยกันก้อจะตลกโปกหา เราก้อจะขับรถพาเค้าไปเที่ยวไหนๆที่เค้าไม่เคยมีโอกาศได้ไป สอนเค้าขับรถ พาเค้าเก็บเงินดาวน์รถ แล้วเราก้อช่วยเค้าออกเงินครึ่งนึงทั้งดาวน์ทั้งผ่อน เวลาพาเค้ากลับบ้านเค้าที่เชียงรายเราก้อจะซื้อของไปแจกคนในหมู่บ้านเค้าพาเค้าขับรถโก้ๆไป ดูแลใช้จ่ายให้ครอบครัวเค้าแบบเต็มที่ อยากพาเค้ามีชีวิตดีๆแบบที่เค้าไม่เคยมี แล้วเราก้อเปิดตัวเค้ากับพ่อแม่เรา
คบกันไปสักพักเค้าก้อเริ่มแสดงด้านมืด แบบพูดจาไม่ดีโวยวาย ใช้กำลัง แต่เราก้อยอมรับนะว่าช่วงนั้นไม่รู้จะรับมือยังไง เพราะเราเคยเป็นคนที่มีแต่คนรัก และไม่จำเป็นต้องยอมใครเนื่องด้วยทางบ้านก้อพอมีฐานะทั้งการเงินและการงาน ก้อเลยรับมือด้วยการแรงมาก้อแรงกลับ แต่มันไม่เป็นผลดีเลย ทะเลาะกันหนักขึ้น ทำร้ายร่างกายและจิตใจกันมาขึ้น ช่วงแรกที่ทำร้ายร่างกายกัน ก้อยังพอมีคำขอโทษ คำว่ารัก จากปากเค้า เราก้อให้อภัย แต่หลังๆแทบไม่มีคำขอโทษออกจากปากเค้าเลย มีแต่คำพูดว่าก้อมันทำไปแล้วให้ทำไง ซึ่งตอนนั้นเราก้อไม่รู้ทำไมเราถึงทน อาจเพราะจากประสบการณ์ความรักหลายครั้งที่เคยมีเราก้อเลยอยากลองทนลองปรับให้มันดีที่สุด อายุเราก้อไม่น้อยแล้ว อยากมีใครสักคนที่อยู่ด้วยกันไปตลอด แต่ความอดทนของเราก้อแทบไม่เป็นผล สุดท้ายเค้าก้อไปกิ๊กกั๊กกับเด็ก ผญ ในที่ทำงานเค้า(พอเราคบกับเค้าเราก้อย้ายที่ทำงาน เพราะที่นั้นเราเป็นหัวหน้าสายตรงของเค้า มันดูไม่เหมาะสม) พอเราจับได้ ก้อบอกเราว่าไม่เอาเด็กคนนั้นหรอก ดูแลตัวเองยังไม่ได้เลย จะมาดูแลเค้าได้ไง แต่สุดท้ายก้อยังสานสัมพันธ์กันต่อนะ ทั้งที่เด็กนั่นก้อมีแฟนเป็นตัวเป็นตน มีเรื่องมีราวกันมาพักใหญ่ ก้อจบที่เค้าเลือกเรา แต่ก่อนจบนี่เค้ากระทืบเราแบบไม่แคร์สื่อแทบตายอ่ะ เราก้อไม่รู้ทำไมเราไม่แจ้งความแล้วเลิกกับเค้าไป แค่คำว่าเค้ารักเรามั้ง แต่ในที่สุดเรื่องนี้มันก้อจบ เด็กนั้นก้อยอมจบ
ชีวิตเหมือนจะกลับมามีความสุขอีกครั้ง แต่ก้อไม่ซะทีเดียว เค้าชอบกินเบียร์ แล้วออกจะเป็นคนเมาง่าย พอกินแล้วเราว่าก้อจะไม่พอใจทะเลาะกัน พูดจาไม่ดีเลย แบบ กู

สัตว์ ทะเลาะกันบ่อยมาก เวลาทะเลาะเค้าก้อบอกว่าเป็นเพราะเราชอบพูดจาข่มเค้า เราเรื่องมาก คิดเยอะ เราเป็นคนพูดเพราะ เวลาเราพูดเพราะ ก้อถามว่าทำไม่ต้องพูดเพราะๆด้วย คือเราเป็นคนพูดจามั่นๆแต่พูดเพราะมาตั้งแต่ยังไม่คบกับเค้า เค้าก้อบอกเองว่าชอบเราเพราะเราเป็นคนเก่งและเรียบร้อย แต่พอมันหมดโปรก้อว่าเราทุกอย่างอ่ะ ไม่เคยมีไรดีเลย เรากล้าพูดได้เต็มปากเลยว่าเราไม่เคยเปลี่ยนตั้งแต่วันแรกที่คบกับเค้า มีแต่เรานะที่คอยปรับทุกอย่างถึงแม้บางที่อาจจะฝืนใจ เพราะเราอยากให้เราเดินไปให้รอด
จนกระทั่งเรากู้เงินมาได้ก้อนนึง เราก้อเลยตัดสินใจแต่งงานกัน เงินกูเป็นชื่อเรานะ ตอนก่อนแต่งเค้าบอกเค้าจะช่วยเราใช้เอง ตอนที่เตรียมงานเรางี้รับความกดดันเยอะมาก เพราะเค้าดูไม่เหมาะกับเราในทุกๆด้าน ผู้คนติฉินนินทามากมาย พ่อแม่เราต้องคอยตอบคำถาม แต่พ่อแม่เราน่ารักมาก ก้อเป็นกำลังใจให้เราผ่านความกดดันเหล่านี้ไปด้วยกัน เราแต่งงานกันแบบเรียกว่าไม่อายใครเลยที่เดียว เราทำบ้านแยกมาอยู่เป็นส่วนตัว ทั้งหมดใช้เงินที่เรากู้มา และตอนนี้เราช้วยซับพอร์ตที่บ้านโดยการใช้หนี้ให้ที่บ้านเดือนนึงสองหมื่นกว่าบาทด้วย เราทะเลาะกันเรื่องนี้ก้อบ่อย เพราะภาไม่ค่อยชอบใจที่เรารับภาระตรงนี้มาดูแลเอง แต่เราก้อไม่เคยใช้เงินเค้าซักบาทนะ เพียงแต่เราพาเค้าใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยมากไม่ได้แล้ว จนตอนนี้เราท้อง เราคิดว่าลูกของเราจะมาเปลี่ยนการใช้ชีวิตและทัศนคติของเค้าบ้าง เพราะตลอดเวลาเค้าไม่เคยคิดที่จะอดทนทำอะไรเพื่อใคร อยากแค่ใช้ชีวิตของตัวเองตามใจต้องการเท่านั้น ลูกเมียเก่าเค้าที่บอกว่าแย่งกับเมียเค้ามา เค้าก้อแทบไม่เคยได้ดูแล พี่สาว น้องสาวเค้าดูแลมาแต่เล็กจนโต ปล่อยให้ลูกเข้าเรียนโรงเรียนสงเคราะห์ ไม่เคยให้ตังค์หรือซื้ออะไรให้ หรือโทรหาพูดคุยถามไถ่ทุกข์สุขลูกเลย ล่าสุดลูกเค้าผ่าไส้ติ่ง พี่สาวเค้าข้อความมาบอก เราก้อถามไม่โทไปถามลูกบ้างหรอว่าเป็นไงบ้าง เค้าก้อบอกก้อถามแล้วนี้ไง คือ ถามพี่สาวผ่านข้อความแค่นั้นนะ ปากอ่ะบอกเป็นห่วง แต่ไม่เคยเห็นทำไรให้เด็กมันเลย บางทีเห็นแล้วสงสารอยากเอามาเลี้ยงเองเลย นี่เราก้อบอกเค้าว่าให้เค้าเก็บเงินให้ลูกของเราเดือนละ 5000 คำตอบคือเดี๋ยวค่อยเก็บก้อได้ เดี๋ยวคือเมื่อไหร่ก้อไม่มีคำตอบ ทั้งที่เรารับผิดชอบค่าใช้จ่ายในบ้านทุกอย่างเองหมดเลยนะก้อยังไม่อยากเก็บให้ลูกอ่ะ เงินที่กู้มาสุดท้ายเราก้อใช้คนเดียว เค้าไม่เคยมาพูดถึงว่าจะช่วยเราเลย คือเค้าใช้ชีวิตสบายมากอ่ะ ต้นเดือนมาให้เราจ่ายค่านั้น ค่านี่ จัดการนั้นนี่ให้ทุกอย่าง ส่วนเค้า เลิกงาน กินเบียร์ อาบน้ำ นอนวันละ 10 ชม เป็นอย่างต่ำ พอวันหยุด ก้อนอนข้ามวันข้ามคืน ตื่นมา ออกกำลังกายที่เค้าชอบ ทำกับข้าวที่ตัวเองชอบกิน โดยไม่สนว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบ แต่เราก้อกินไปไม่อยากเรื่องมาก กินอิ่ม กินเบียร์ แล้วก้อนอน ค่าเบียร์เดือนนึงต้องมี 4000 บาทอ่ะ ขอให้กินน้อยลงก้อไม่ได้ บอกแต่ว่ากินเบียร์ไม่ดีตรงไหน ใครๆก้อกิน ล่าสุดน้องสะใภ้คลอดลูก แล้วตกลงกันไม่ได้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน อยู่ที่คอนโดเค้าแม่ก้อไม่สะดวกไปช่วยดู อยู่ที่บ้านแม่น้องสะใภ้ก้อไม่สะดวกใจ เราก้อเลยให้มาอยูที่บ้านเราซึ่งอยู่ติดกับบ้านแม่ พอบอกภาเค้าก้อไม่พอใจ เราก้บอกนี่น้องนะ นี่หลานแท้ๆนะ จะไม่ช่วยเลยหรอ เค้าก้อไม่ยอมแต่เราก้อไม่ยอมเหมือนกันเราก้อบอกว่าแค่บอกไว้ เค้าก้อบอกเค้าไม่เห็นด้วย แต่ก้อต้องยอม แหงหล่ะ บ้านนี้ก้อบ้านเรา เงินทำบ้านก้อเงินเรา เราว่ายิ่งนับวันเค้ายิ่งแสดงความเห็นแก่ตัวมากขึ้นจนเราไม่รู้ว่าเราจะทนได้อีกแค่ไหน ที่ทนตอนนี้ก้อเพื่อลูกในท้องนะ แต่สุดท้ายแล้วถ้ามันมากเกินไปลูกเราไม่จำเป็นต้องมีเค้าก้อได้นะ เพียงแค่ตอนนี้จะพยายามทนเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดที่มันอาจจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ย้ำนะว่าอาจจะ หรืออาจจะไม่
ปล. เค้าเป็นคนที่ศีลไม่เสมอกับเราเลยแม่แต่นิด ชอบพูดจาหยาบคาย ไม่ชอบไหว้พระทำบุญ ไม่ชอบช่วยเหลือคน ไม่เชื่อในการทำดีเพื่อให้เกิดผล ไม่ศรัทธาในศาสนา ศรัทธาในตัวเองเท่านั้น ไม่เชื่อในกรรมดีกรรมชั่ว เราก้อหวังแต่ว่าบุญที่เราทำจะส่งผลให้เค้ามีสำนึกดีๆขึ้นมาบ้าง หรือถ้าศีลไม่เสมอกันจริงๆก้อให้มีเหตุต้องพลัดพรากกันโดยที่ไม่ต้องมีใครเจ็บ หรือง่ายๆคือเราภาวนาให้หมดกรรมต่อกันแล้วเปลี่ยนชีวิตเราไปในทางที่ดีไม่ว่าทางใดก้อทางหนึ่ง
หากใครอ่านจบก้อขอขอบคุณนะคะที่ปล่อยให้เราระบายจนสบายใจ ขอบคุณจริงๆ
ชีวิตที่บางครั้งก้อไม่รู้ว่าทำอะไรอยู่
เรื่องราวของเรามันก้อเป็นแค่เรื่องที่ไม่รู้จะพูดกับใครได้ เลยแค่ขอระบายและแบ่งปันให้ชาวพันทิปฟัง แค่อยากให้ตัวเองหายอัดอั้นตันใจ ไม่มีเจตนาจะว่าใครหรือพูดให้ใครเสื่อมเสีย หรือโทษว่าใครผิดใครถูกนะคะ
เราอกหักจากผู้ชายเจ้าชู้คนนึง แล้วก้ออยู่เป็นโสดมา 3-4 ปี เราอายุ 33 ปี เราก้อเจอกับผู้ชายคนนึง สมมุติว่าเค้าชื่อ 'ภา' ละกันค่ะ เค้าเข้ามาเป็นลูกน้องใหม่ของเราเอง เค้าก้อดูเป็นคนนิสัยดี ขยัน เราให้ช่วยอะไรที่มากเกินกว่างานก้อช่วยตลอด ดูแล้วเป็นคนชอบช่วยเหลือคนอยู่นะ เราก้อเลยรักและสนิทเป็นพิเศษ ในฐานะลูกน้องนะคะ เราก้อเลยจะไปแฮงค์เอ้าท์ด้วยกันบ่อยๆ โดยในแกงค์ก้อจะมีอยู่ 3-4 คนที่จะไปเที่ยวทั้งกลางวัน กลางคืนด้วยกัน มีไรเราก้จะคอยช่วยเหลือเค้า เค้าเองก้อจะชอบมาปรึกษานู้นนี่ตลอด ด้วยความที่เราไม่มีแฟน ส่วนใหญ่ก้อจะไปเที่ยวคนเดียว วันนึงเรามีโอกาสได้ไปเที่ยวบ้านภาที่ เชียงรายค่ะ ถึงได้รู้ว่าบ้านภาเป็นชาวดอย แต่เค้ามีบัตรประชาชนเป็นคนไทยนะคะ แต่เราก้อว่าน่าภูมิใจในตัวเค้านะ ที่เค้าเป็นคนดอยแต่ก้อพาตัวเองมาในจุดที่เป็นอยู่ซึ่งก้อไม่ได้ดีมากมายสำหรับสังคมของเราเอง แต่มันก้อไม่เลวสำหรับคนดอยคนนึงที่จะมาถึงได้ และได้รู้อีกด้วยว่าเค้ามีลูกสาวคนนึงอายู 7 ขวบ แต่เค้าไม่เคยบอกใคร จะรู้ก้อแค่คนที่บ้านเค้า เค้าก้อเล่าเรื่องแม่ของลูกเค้าให้ฟัง ก้อเป็นเรื่องราวของคนที่ชีวิตไม่ราบลื่นธรรมดาๆ แต่ภาบอกเค้าไม่ยอมให้ลูกกับเมียเค้า เค้าไม่ยอม เค้าจะเลี้ยงเอง เราก้อแบบเออ มีความรับผิดชอบดี เราก้อไปนอนที่บ้านเค้าบนดอย บรรยากาศดีมาก อากาศเย็น ตกกลางคืนก้อดื่มกัน คุยกัน พากันไปเดินเล่นในหมู่บ้านเค้า จังหวะที่เดินเล่นไม่มีคนอยู่แถวนั้น เค้าก้อเค้ามากอดเราจากข้างหลัง แล้วก้อชวนกันมองดาว โคตรโรแมนติกจนเราไม่อยากขัดขืนและปล่อยให้เค้ากอด แล้วก้อเริ่มรู้สึกดีกับเค้า แล้วเค้าก้อมาบอกเราว่าเค้าแอบชอบเรามานานแล้ว พอกลับมากรุงเทพเราก้อคุยกันเรื่องที่เกิดขึ้นว่าต่างคนต่างรู้สึกดีๆให้กัน ต่างคนต่างไม่มีใคร ก้อเลยตกลงคบกัน เราเองก้อประมาณ ผญ สมัยใหม่นะ ทำมาหากินเงินเดือนก้อไม่ถือว่าน้อย ดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี ก้อเลยไม่ได้สนใจเรื่องฐานะ ชาติกำเนิด หรือหน้าที่การงานที่ต่ำหรือสูงกว่า ขอแค่เค้าเป็นคนจิตใจดีมีความรับผิดชอบก้อพอ เราก้อเลยคบกับเค้า
คบกันแรกๆเค้าดีกับเรามากเลย จะปลุกให้ตื่นแต่เช้าก้อตื่น เดินจับมือ เราไม่สบายก้อรีบเลิกงานมาดูแลเรา ดีกับเราทุกอย่าง เราเองก้อจะซื้อนั่นนี้ที่จำเป็นเข้าห้องให้เค้าตลอด เพราะห้องที่เค้าอยู่ไม่มีไรเลย เราก้อจะคอยซื้อของใช้สบู่ ยาสีฟัน ทีวี ตู้เย็น ดูแลเค้าซักผ้าทำความสะอาดห้อง ดูแลของกินให้ทุกอย่าง คือมีความสุขอ่ะที่ได้ทำ อยู่ด้วยกันก้อจะตลกโปกหา เราก้อจะขับรถพาเค้าไปเที่ยวไหนๆที่เค้าไม่เคยมีโอกาศได้ไป สอนเค้าขับรถ พาเค้าเก็บเงินดาวน์รถ แล้วเราก้อช่วยเค้าออกเงินครึ่งนึงทั้งดาวน์ทั้งผ่อน เวลาพาเค้ากลับบ้านเค้าที่เชียงรายเราก้อจะซื้อของไปแจกคนในหมู่บ้านเค้าพาเค้าขับรถโก้ๆไป ดูแลใช้จ่ายให้ครอบครัวเค้าแบบเต็มที่ อยากพาเค้ามีชีวิตดีๆแบบที่เค้าไม่เคยมี แล้วเราก้อเปิดตัวเค้ากับพ่อแม่เรา
คบกันไปสักพักเค้าก้อเริ่มแสดงด้านมืด แบบพูดจาไม่ดีโวยวาย ใช้กำลัง แต่เราก้อยอมรับนะว่าช่วงนั้นไม่รู้จะรับมือยังไง เพราะเราเคยเป็นคนที่มีแต่คนรัก และไม่จำเป็นต้องยอมใครเนื่องด้วยทางบ้านก้อพอมีฐานะทั้งการเงินและการงาน ก้อเลยรับมือด้วยการแรงมาก้อแรงกลับ แต่มันไม่เป็นผลดีเลย ทะเลาะกันหนักขึ้น ทำร้ายร่างกายและจิตใจกันมาขึ้น ช่วงแรกที่ทำร้ายร่างกายกัน ก้อยังพอมีคำขอโทษ คำว่ารัก จากปากเค้า เราก้อให้อภัย แต่หลังๆแทบไม่มีคำขอโทษออกจากปากเค้าเลย มีแต่คำพูดว่าก้อมันทำไปแล้วให้ทำไง ซึ่งตอนนั้นเราก้อไม่รู้ทำไมเราถึงทน อาจเพราะจากประสบการณ์ความรักหลายครั้งที่เคยมีเราก้อเลยอยากลองทนลองปรับให้มันดีที่สุด อายุเราก้อไม่น้อยแล้ว อยากมีใครสักคนที่อยู่ด้วยกันไปตลอด แต่ความอดทนของเราก้อแทบไม่เป็นผล สุดท้ายเค้าก้อไปกิ๊กกั๊กกับเด็ก ผญ ในที่ทำงานเค้า(พอเราคบกับเค้าเราก้อย้ายที่ทำงาน เพราะที่นั้นเราเป็นหัวหน้าสายตรงของเค้า มันดูไม่เหมาะสม) พอเราจับได้ ก้อบอกเราว่าไม่เอาเด็กคนนั้นหรอก ดูแลตัวเองยังไม่ได้เลย จะมาดูแลเค้าได้ไง แต่สุดท้ายก้อยังสานสัมพันธ์กันต่อนะ ทั้งที่เด็กนั่นก้อมีแฟนเป็นตัวเป็นตน มีเรื่องมีราวกันมาพักใหญ่ ก้อจบที่เค้าเลือกเรา แต่ก่อนจบนี่เค้ากระทืบเราแบบไม่แคร์สื่อแทบตายอ่ะ เราก้อไม่รู้ทำไมเราไม่แจ้งความแล้วเลิกกับเค้าไป แค่คำว่าเค้ารักเรามั้ง แต่ในที่สุดเรื่องนี้มันก้อจบ เด็กนั้นก้อยอมจบ
ชีวิตเหมือนจะกลับมามีความสุขอีกครั้ง แต่ก้อไม่ซะทีเดียว เค้าชอบกินเบียร์ แล้วออกจะเป็นคนเมาง่าย พอกินแล้วเราว่าก้อจะไม่พอใจทะเลาะกัน พูดจาไม่ดีเลย แบบ กู
จนกระทั่งเรากู้เงินมาได้ก้อนนึง เราก้อเลยตัดสินใจแต่งงานกัน เงินกูเป็นชื่อเรานะ ตอนก่อนแต่งเค้าบอกเค้าจะช่วยเราใช้เอง ตอนที่เตรียมงานเรางี้รับความกดดันเยอะมาก เพราะเค้าดูไม่เหมาะกับเราในทุกๆด้าน ผู้คนติฉินนินทามากมาย พ่อแม่เราต้องคอยตอบคำถาม แต่พ่อแม่เราน่ารักมาก ก้อเป็นกำลังใจให้เราผ่านความกดดันเหล่านี้ไปด้วยกัน เราแต่งงานกันแบบเรียกว่าไม่อายใครเลยที่เดียว เราทำบ้านแยกมาอยู่เป็นส่วนตัว ทั้งหมดใช้เงินที่เรากู้มา และตอนนี้เราช้วยซับพอร์ตที่บ้านโดยการใช้หนี้ให้ที่บ้านเดือนนึงสองหมื่นกว่าบาทด้วย เราทะเลาะกันเรื่องนี้ก้อบ่อย เพราะภาไม่ค่อยชอบใจที่เรารับภาระตรงนี้มาดูแลเอง แต่เราก้อไม่เคยใช้เงินเค้าซักบาทนะ เพียงแต่เราพาเค้าใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยมากไม่ได้แล้ว จนตอนนี้เราท้อง เราคิดว่าลูกของเราจะมาเปลี่ยนการใช้ชีวิตและทัศนคติของเค้าบ้าง เพราะตลอดเวลาเค้าไม่เคยคิดที่จะอดทนทำอะไรเพื่อใคร อยากแค่ใช้ชีวิตของตัวเองตามใจต้องการเท่านั้น ลูกเมียเก่าเค้าที่บอกว่าแย่งกับเมียเค้ามา เค้าก้อแทบไม่เคยได้ดูแล พี่สาว น้องสาวเค้าดูแลมาแต่เล็กจนโต ปล่อยให้ลูกเข้าเรียนโรงเรียนสงเคราะห์ ไม่เคยให้ตังค์หรือซื้ออะไรให้ หรือโทรหาพูดคุยถามไถ่ทุกข์สุขลูกเลย ล่าสุดลูกเค้าผ่าไส้ติ่ง พี่สาวเค้าข้อความมาบอก เราก้อถามไม่โทไปถามลูกบ้างหรอว่าเป็นไงบ้าง เค้าก้อบอกก้อถามแล้วนี้ไง คือ ถามพี่สาวผ่านข้อความแค่นั้นนะ ปากอ่ะบอกเป็นห่วง แต่ไม่เคยเห็นทำไรให้เด็กมันเลย บางทีเห็นแล้วสงสารอยากเอามาเลี้ยงเองเลย นี่เราก้อบอกเค้าว่าให้เค้าเก็บเงินให้ลูกของเราเดือนละ 5000 คำตอบคือเดี๋ยวค่อยเก็บก้อได้ เดี๋ยวคือเมื่อไหร่ก้อไม่มีคำตอบ ทั้งที่เรารับผิดชอบค่าใช้จ่ายในบ้านทุกอย่างเองหมดเลยนะก้อยังไม่อยากเก็บให้ลูกอ่ะ เงินที่กู้มาสุดท้ายเราก้อใช้คนเดียว เค้าไม่เคยมาพูดถึงว่าจะช่วยเราเลย คือเค้าใช้ชีวิตสบายมากอ่ะ ต้นเดือนมาให้เราจ่ายค่านั้น ค่านี่ จัดการนั้นนี่ให้ทุกอย่าง ส่วนเค้า เลิกงาน กินเบียร์ อาบน้ำ นอนวันละ 10 ชม เป็นอย่างต่ำ พอวันหยุด ก้อนอนข้ามวันข้ามคืน ตื่นมา ออกกำลังกายที่เค้าชอบ ทำกับข้าวที่ตัวเองชอบกิน โดยไม่สนว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบ แต่เราก้อกินไปไม่อยากเรื่องมาก กินอิ่ม กินเบียร์ แล้วก้อนอน ค่าเบียร์เดือนนึงต้องมี 4000 บาทอ่ะ ขอให้กินน้อยลงก้อไม่ได้ บอกแต่ว่ากินเบียร์ไม่ดีตรงไหน ใครๆก้อกิน ล่าสุดน้องสะใภ้คลอดลูก แล้วตกลงกันไม่ได้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน อยู่ที่คอนโดเค้าแม่ก้อไม่สะดวกไปช่วยดู อยู่ที่บ้านแม่น้องสะใภ้ก้อไม่สะดวกใจ เราก้อเลยให้มาอยูที่บ้านเราซึ่งอยู่ติดกับบ้านแม่ พอบอกภาเค้าก้อไม่พอใจ เราก้บอกนี่น้องนะ นี่หลานแท้ๆนะ จะไม่ช่วยเลยหรอ เค้าก้อไม่ยอมแต่เราก้อไม่ยอมเหมือนกันเราก้อบอกว่าแค่บอกไว้ เค้าก้อบอกเค้าไม่เห็นด้วย แต่ก้อต้องยอม แหงหล่ะ บ้านนี้ก้อบ้านเรา เงินทำบ้านก้อเงินเรา เราว่ายิ่งนับวันเค้ายิ่งแสดงความเห็นแก่ตัวมากขึ้นจนเราไม่รู้ว่าเราจะทนได้อีกแค่ไหน ที่ทนตอนนี้ก้อเพื่อลูกในท้องนะ แต่สุดท้ายแล้วถ้ามันมากเกินไปลูกเราไม่จำเป็นต้องมีเค้าก้อได้นะ เพียงแค่ตอนนี้จะพยายามทนเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดที่มันอาจจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ย้ำนะว่าอาจจะ หรืออาจจะไม่
ปล. เค้าเป็นคนที่ศีลไม่เสมอกับเราเลยแม่แต่นิด ชอบพูดจาหยาบคาย ไม่ชอบไหว้พระทำบุญ ไม่ชอบช่วยเหลือคน ไม่เชื่อในการทำดีเพื่อให้เกิดผล ไม่ศรัทธาในศาสนา ศรัทธาในตัวเองเท่านั้น ไม่เชื่อในกรรมดีกรรมชั่ว เราก้อหวังแต่ว่าบุญที่เราทำจะส่งผลให้เค้ามีสำนึกดีๆขึ้นมาบ้าง หรือถ้าศีลไม่เสมอกันจริงๆก้อให้มีเหตุต้องพลัดพรากกันโดยที่ไม่ต้องมีใครเจ็บ หรือง่ายๆคือเราภาวนาให้หมดกรรมต่อกันแล้วเปลี่ยนชีวิตเราไปในทางที่ดีไม่ว่าทางใดก้อทางหนึ่ง
หากใครอ่านจบก้อขอขอบคุณนะคะที่ปล่อยให้เราระบายจนสบายใจ ขอบคุณจริงๆ