..."แม้ว"พังทั้งกระดาน เพื่อไทยไม่เปรี้ยง-พรรคอะไหล่ฟัดกันเละ !?
ที่มา :
https://mgronline.com/politics/detail/9620000021732
( เผยแพร่: 4 มี.ค. 2562 01:29 โดย: ผู้จัดการออนไลน์ )
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ใส่ข้อความ
"แม้ว"พังทั้งกระดาน เพื่อไทยไม่เปรี้ยง-พรรคอะไหล่ฟัดกันเละ !?
(เผยแพร่: 4 มี.ค. 2562 01:29 โดย: ผู้จัดการออนไลน์)
ต้องบอกว่านี่อาจเป็นครั้งแรกในรอบสิบกว่าปีนับตั้งแต่ ทักษิณ ชินวัตร ตั้งพรรคไทยรักไทยเมื่อปี 2544 เป็นต้นมา ต่อเนื่องจนถึงในชื่อพรรคเพิ่อไทยวันนี้ที่ในการเลือกตั้งแล้วเครือข่ายของพวกเขาจะอยู่ในภาวะถดถอยหรือไม่ได้"ฮอต"เปรี้ยงปร้างเหมือนเช่นทุกครั้ง
อาจเป็นเพราะต้องมาเจอกับคู่ต่อสู้ที่ไม่ธรรมดาอย่าง "บิ๊กตู่"หรือ"ลุงตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ รู้เท่าทันเกม หรือว่าเป็นเพราะ ทักษิณ ชินวัตรกำลังเข้าสู่"ยุคขาลง"ตามวัฏจักรที่มีขึ้นแล้วก็ต้องมีลง มีลาภเสื่อมลาภไปตามสภาพอะไรประมาณนั้นหรือเปล่า
หากพิจารณากันตามความเป็นจริงก็ต้องบอกว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ เพราะเมื่อมองจากยุทธศาสตร์"แตกแบงก์พัน"ที่หวังว่าจะตามเก็บคะแนนจากผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยในอดีตตามตัวเลขจากการเลือกตั้งคราวที่แล้วเมื่อปี 2544 จำนวน 14 ล้านเสียงให้กลับคืนมาให้ได้มากที่สุดจึงได้มีการแตกออกเป็น"พรรคย่อย"พรรคลูกที่เรียกว่า"ตระกูลเพื่อ"มาหลายพรรค เพื่อหวังแก้จุดอ่อนจากกติการัฐธรรมนูญปัจจุบัน
แต่เมื่อเกิดปรากฎการณ์เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ในพรรคไทยรักษาชาติ ทำให้ทุกอย่างพังทลายทุกอย่างย่อยยับป่นปี้ ทำให้"ไปไม่เป็น"รวนกันทั้งกระบวน และสร้างความระส่ำระสายกันทั้งเครือข่าย ตั้งแต่"บริษัทแม่"ไปยัน"บริษัทย่อย" เพราะสาเหตุมาจากการวางหมากที่หวัง"กินสามต่อ"เข้าฮอส เมื่อทุกอย่างกลับตาลปัตร มันถึงกลับตัวไม่ทัน
หากเริ่มโฟกัสจากพรรคเพื่อไทย ที่ถือว่าเป็นพรรคหลักเป็น"เรือธง"ของเครือข่าย ทักษิณ ชินวัตร แต่มาถึงนาทีนี้ กระแสไม่ได้เปรี้ยงปร้างอย่างที่คิดหวังเอาไว้ตั้งแต่ต้น เพราะเมื่อพิจารณาจากผลสำรวจที่ออกมาตรงกันในระยะหลังจะออกมาในรูปของความนิยมแบบ"เรียบๆ"ไม่ได้ร้อนแรงดังคาด ไม่ว่าจะเป็นตัวแคดิเดตนายกฯอย่าง "เจ๊หน่อย"คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ความนิยมก็เป็นแบบเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง และเริ่มตามหลัง"ลุงตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากพรรคพลังประชารัฐในระยะ"ห่าง"มากขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่แคดิเดตอีกคนของพรรคคือ ชัชชาติ สุทธิพันธุ์ ผลสำรวจจากสำนักเดียวกันกลับมีความนิยมลดลง ส่วนคสามนิยมของพรรคเพื่อไทยนั้นเล่าล่าสุดก็ถูกพรรคพลังประชารัฐจี้ติดแบบ"หายใจรดต้นคอ"มีโอกาสแซงนำได้ทุกเมื่อ เพราะเมื่อพิจารณาจากบรรยากาศภายในเปรียบเทียบกันระหว่างสองพรรคความคึกคักนั้นต่างกันลิบลับ
แน่นอนว่าตัวแปรสำคัญของเครือข่าย ทักษิณ ชินวัตร อยู่ที่พรรคไทยรักษาชาติ ที่ในเวลานี้เหมือนกับอยู่ในภาวะ "ตายทั้งเป็น"กำลังลุ้นอยู่ว่าในวันที่ 7 มีนาคมที่ศาลรัฐธรรมนูญมีกำหนดนัดวินิจฉัยจะออกหัวหรือก้อย จะ"ยุบหรือไม่ยุบ" แต่จากสภาพในปัจจุบันรับรองว่าไม่มีใครอยากเคลื่อนไหวอะไร อีกทั้งเมื่อพิจารณาจากคำแถลงของศาลที่ระบุว่า"มีหลักฐานชัดเจนแล้วไม่จำเป็นต้องไต่สวนเพิ่ม" มันก็ทำให้การยื่นพยานจำนวนถึง 19 ปาก เพื่อหวังให้การพิจารณายืดเยื้อไปหลังเลือกตั้งก็ต้องเป็นหมันไป
แม้ว่ายังไม่รู้ว่าผลจะออกมาเป็นแบบบวกหรือลบ หากออกมาในทางลบหรือยุบพรรค จะส่งผลให้ผู้สมัครของพรรคไทยรักษาชาติในระบบเขตที่ส่งสมัครราว 150 เขตกลายเป็นฟันหลอทันที คะแนนกลายเป็นโมฆะ
ขณะเดียวกันหากจะให้เทคะแนนไปที่ "พรรคตระกูลเพื่อ"ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อชาติ มันก็ทำได้ยาก เพราะเหมือนกับ"ปลาคนละน้ำ"เพราะผิดแผนมาตั้งแต่แรก เนื่องจากไม่ได้ถูกตั้งให้เป็น"พรรคสำรอง" อย่างมากก็เป็นได้แค่คนรู้จัก เคยเป็นแค่มวลชนคนเสื้อแดงที่เคยอาสาเข้ามารองมือรองเท้าเท่านั้นเอง ไม่ใช่ระดับ"วงใน"อย่างพวกในพรรคไทยรักษาชาติ
ที่สำคัญเวลานี้ภายในพรรคเพื่อชาติมีแต่ข่าว"ความแตกแยก"สาวใส้กันเละ ดังจะเห็นได้จากความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐอดีตรองหัวหน้าพรรค ที่แฉโพย จตุพร พรหมพันธุ์ ผู้สนับสนุนพรรคคนสำคัญว่าเล่นพวก และยังเปิดโปงในเรื่องการซื้อขายลำดับผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ที่เสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีคดีและเสี่ยงถูกยุบพรรคตามมาอีก และนอกเหนือจากนั้นยังมีข่าวทางลบอีกว่า เวลานี้ ยงยุทธ ติยะไพรัช ผู้สนับสนุนคนสำคัญอีกคนหนึ่งก็ไม่พอใจแบบ"ทางใครทางมัน"กันไปแล้ว
หรือหากจะพึ่งพาพรรคแนวร่วมที่เคยมองกันว่าน่าจะหันไปทางพรรคอนาคตใหม่ของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เวลานี้กระแสก็"แผ่ว"ลงไปอย่างไม่น่าเชื่อ ตัวของ ธนาธร ผลสำรวจล่าสุดก็มีความนิยมลดลงเมื่อเปรียบเทียบจากการสำรวจคราวก่อน
ส่วนอีกด้านหนึ่งเมื่อหันไปทางคู่ต่อสู้อย่างพรรคพลังประชารัฐ ที่มีแคดิเดตอย่าง "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่นับวันมีแต่ความคึกคัก ฮึกเหิม ทุกอย่างเป็นใจไปหมด ล่าสุดทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ก็ไฟเขียวให้ ลุงตู่ไปขึ้นเวทีหาเสียงได้ เพียงแต่เตือนให้ระวังในเรื่องการใช้ตำแหน่งหน้าที่ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติทั่วไปอยู่แล้ว แต่นั่นเท่ากับว่าได้เพิ่มช่องทางการหาคะแนนนิยมได้มากขึ้นไปอีก
เวลานี้คะแนนของพรรคพลังประชารัฐกำลังจี้ติดพรรคเพื่อไทยแบบ"หายใจรดต้นคอ" เวลาที่ยังเหลืออีกเกือบ 3 สัปดาห์น่าจะถือว่าเหลือเฟือที่จะแซงนำได้ ดังนั้นอย่าได้แปลกใจที่เวลานี้ทุกพรรคต่างพยายามขัดขวางไม่ให้"บิ๊กตู่"ขึ้นเวทีหรือเดินสายช่วยผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ เพราะหากเกิดขึ้นจริงนั่นเท่ากับหายนะดีๆนี่เอง
ดังนั้นหากสรุปถึงบรรยากาศเปรียบเทียบระหว่างสองฝ่าย เวลานี้ถือว่าหาก"ทักษิณ ชินวัตร"เป็นคนกำหนดเกมก็ต้องบอกว่าเขา"พลาด"ทำให้พังทั้งกระดาน ทุกอย่างถดถอยไปหมด ไม่มีนโยบายใหม่มาขาย คนก็ไม่เปรี้ยง แผนแตกแบงก์พันก็ล้มไม่เป็นท่า
ขณะที่"ฝ่ายลุงตู่"มีแต่ความฮึกเหิมทุกอย่างเข้าทาง ซึ่งอาจเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสิบปีตั้งแต่ปี 44 ที่ตั้งพรรคไทยรักไทย ที่ ทักษิณ ส่อเค้าว่าจะแพ้ย่อยยับ !!
"แม้ว"พังทั้งกระดาน เพื่อไทยไม่เปรี้ยง-พรรคอะไหล่ฟัดกันเละ !?
ที่มา : https://mgronline.com/politics/detail/9620000021732
( เผยแพร่: 4 มี.ค. 2562 01:29 โดย: ผู้จัดการออนไลน์ )
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้