QE // เงินโปะ // OD ........ระบบการเงินจากอดีต ถึงปัจจุบัน

ลองอ่าน แล้วจะรู้ว่าบางทีการอัดฉีดเงินเข้าระบบให้คนมีเงินชั่วคราวมันจะแก้แบบนี้ได้ คนหลายคนที่ทุกข์ก็หายไปกันหมด ได้.....แล้วจึง

เอาเงินออกจากระบบเมื่อหนี้หายไปแล้ว

-----------------------------  แบบนี้

///////////////////////////////// เรื่องนี้น่าคิด หนี้หายไปไหน?

-----------

เรื่องต่อไปนี้ บางคนเข้าใจ แต่บางคนก็อาจจะ งง !

ในตัวเมืองเล็กๆแห่งหนึ่ง ทุกคนต่างเต็มไปด้วยหนี้สิน ต้องอาศัยเครดิต ความไว้ใจ เพื่อความอยู่รอด
วันหนึ่ง มีนักเดินทางผู้ร่ำรวยจากต่างถิ่นคนหนึ่ง เดินทางผ่านเข้ามา เขาได้เดินเข้าไปในโรงแรงแห่งหนึ่ง พร้อมกับนำเงินจำนวน 1000 หยวนออกมา วางบนเคาเตอร์ แล้วกล่าวว่า เขาต้องการจะขอดูห้องพักสักหน่อย เพื่อเลือกห้องพักที่ดีที่สุด และเหมาะสมสำหรับเขาหนึ่งห้อง สำหรับค่ำคืนนี้
ระหว่างที่ นักเดินทางผู้นี้ขึ้นไปดูห้อง เจ้าของโรงแรม ก็รีบคว้าเงินจำนวน 1000 หยวน พร้อมกับรีบวิ่งอย่างรวดเร็วไปที่ร้านขายหมู ข้างๆโรงแรม เพื่อจ่ายเงินค่าเนื้อหมูที่เขาค้างไว้
เจ้าของร้านขายเนื้อหมู เมื่อได้เงิน 1000 หยวน ก็รีบข้ามถนน ไปที่ฟาร์มหมู เพื่อจ่ายค่าหมู ที่เขาซื้อมา
เจ้าของฟาร์มหมู เมื่อได้เงิน 1000 หยวน ก็รีบออกไปจ่ายค่าอาหารสัตว์ ที่เขาเป็นหนี้ไว้
เจ้าของร้านขายอาหารสัตว์ เมื่อได้เงิน 1000 หยวน ก็รีบนำเงิน ไปจ่ายค่าบริการตัดผมที่เขาค้างไว้
เมื่อร้านตัดผมได้รับเงิน 1000 หยวน ก็รีบตรงไปที่โรงแรม เพื่อจ่ายค่าห้องที่ค้างไว้

เจ้าของโรงแรม เมื่อได้รับเงินจากร้านตัดผม ก็รีบนำเงินมาวางไว้บนเคาเตอร์เหมือนเดิม เพื่อไม่ให้นักเดินทางที่ดูห้องอยู่สงสัย

เมื่อนักเดินทาง ผู้ร่ำรวยดูห้องพักเสร็จ ก็เดินกลับลงมาที่ชั้นล่างของโรงแรม แล้วหยิบเงิน 1000 หยวน ที่เคาเตอร์คืน พร้อมกับพูดว่า ไม่มีห้องไหน ที่เขาพึงพอใจเลย จากนั้น เขาก็เก็บเงิน ใส่กระเป๋ากางเกง แล้วก็เดินจากไป.........
ในวันนั้น ไม่มีใครได้ประกอบการอะไร ไม่มีใครได้ใครเสียอะไร แต่ทุกคนที่เป็นหนี้ ต่างก็เคลียร์หนี้สิน ที่ค้างคาของตัวเอง จนหมด ทุกคน ต่างก็รู้สึกมีความสุข

ตกลงหนี้หายไปไหน นักบริหาร นักการเงิน นักบัญชี นักเศรษฐศาสตร์ ช่วยอธิบายหน่อยครับ จะขอบคุณอย่างสูงครับ!

---------เฟดคงคิดแบบนี้ จึงใช้วิธีอัดเงินเข้าระบบ แล้วถอนออก แต่นี่มันนานไปเป็น10จนเงินในกระเป๋าเอาไปทำไม่งอกเงยแล้วมาเสียดอก /// คนกู้ที่ไม่ได้เอาเงินไปหมุนให้เกิดกำไรไงการเสียดอกก็เป็นการสร้างภาระให้ตัวเอง ที่เอาเงินกู้ใส่กระเป๋าไว้เฉยๆๆ

----------ผมจึงมองระบบ OD ดีกว่าการขอกู้ซื้อบ้านหรือรถ พอมีเงินก็โปะ หนี้ให้หมดไม่ได้เลยเอาเงินใส่กระเป๋าไว้เฉยๆๆ .............. บริษัท ที่ให้กู้ไว จึงเอามาโฆษณา ว่าโปะคืนต้นได้ ///คนได้ยิ่งขยันทำงานให้ได้เงินเยอะไวไวได้เอาไปคืนหมดดอก
--------

-------------------- https://www.thairath.co.th/content/1506748

THAIRATH.CO.TH

ลูกหนี้ยิ้มได้ ‘เงินติดล้อ’ สนองรัฐ ปล่อยแคมเปญ “ต้นลด ดอกลด”…

----------เมื่อคนเข้าใจระบบการบริหารเงินมากขึ้นก็เกิดอะไรใหม่ขึ้นเรื่อยๆๆ

------------------- เมื่อก่อนก็มีกู้เงินเอาสมุดฝากไปค้ำ ......(กู้เงินตัวเอง ธนาคารฉลาดให้คนขี้เหนียวอยากมีเงินฝากเยอะ ไม่ยอมเอาเงินตัวเองไปจ่ายอะไรเป็นก้อน ยอมเอาเงินกู้ตัวเองไปจ่าย)

--------------- การโปะเงินกู้ผ่อนบ้าน โปะได้คืนแล้วเอาออกมาใหม่ไม่ได้ //ผิดกับ ODดอกแพงกว่า แต่เอาออกมาแล้วใส่กลับเข้าเท่าไรก็ได้ ดอกคิดตามยอดที่กู้มาสุดท้ายเสมอ จึงมีรายได้มากก็คืนกลับไป พอต้องการอีกก็เอาออกมาอีกได้ กลายเป็นวงเงินยืดหยุนตามที่เราต้องการใช้ไม่แน่นอนในการทำธุรกิจดีกว่ากู้เป็นก้อนแบบผ่อนบ้านผ่อนที่ดิน ///คืนแล้วเอาออกมาอีกไม่ได้ ///

-----------------การทำOD แต่เครดิตดี บอกธนาคารจะซื้อที่ ให้ธนาคารจ่ายเลยแล้วเอาทีเข้าทำODเลย ...........ง่ายและสบาย .......เดี๋ยวนี้ธนาคารกลัวมีปัญหาถ้าตายจับทำประกันชีวิตไว้ด้วยถ้าตายเงินได้ไปปลดหนี้ OD (บริษัทประกันก็ของธนาคารเอง กินเบี้ยประกินอีกทางถ้าไม่ตาย )

ท่านละทำอย่างไรกับระบบ การเงินของท่าน ///


https://www.facebook.com/groups/Derivatives.THAI.and.Offshore/

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่