ซ์้อ-ขาย Bitcoin เจอหน้ากันใช่ว่าจะไม่โดนหลอก

กระทู้สนทนา
ต่อจากครั้งที่แล้วค่ะ หลังจากที่หลุดพ้นออกมาได้ เราก็ขายรถ เพราะเงินที่มีอยู่เมื่อก่อนหมดไปกับทนายและค่าเดินทางค่ะ ขอย้ำว่าหมดเลยจริงๆ

เรา 2 คนก็ยังเล่น Bitcoin เหมือนเดิม แต่ตอนนี้เริ่ม safe ตัวเองมากขึ้น คือเราจะไม่ขายให้ คิดจะขาย BTC ไม่ควรขายให้กับคนไม่รู้จัก และการโอนเงินซื้อขาย ควรมีการโทรพูดคุย และบันทึกเสียงหาหลักฐานไว้ให้มากที่สุด.

แต่......................................มันก็เกิดขึ้นอีกจนได้ค่ะ ( ขนาดว่าsafe ตัวเองแล้วนะ )

ด้วยความที่มีลูกค้าที่พูดกันปากต่อปากอยู่แล้วเกี่ยวกับเราทำการซื้อ-ขาย Bitcoin สามารถนัดเจอ พูดคุยกันได้ทั้งใน กทม. และ ชลบุรี
เหตุเกิดขึ้นช่วงปลายปี 2561 ค่ะ (ชีวิตยังไม่เข้าที่เข้าทางก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีกตามเคยเพี้ยนเซ็งเป็ด)

มีลูกค้าต่างชาติทักมาเพื่อทำการซื้อ Bitcoin กับเรา ผ่าน app telegram  นัดเจอที่ กทม. นัดกันเสร็จศัพท์ที่ Starbucks EmQuartier  Bangkok
(บอกก่อนนะคะว่าก่อนหน้านี้เราก็เคยนัดซื้อ-ขายกันแบบนี้เหมือนกัน)

ทางเราได้ไปตามนัดเวลา 10.00 น ลูกค้าแชทมาแจ้งว่าติดประชุม (เอาแล้วไง คงเจอพวกเกรียนเข้าแล้ว) แต่ลูกค้าบอกว่าจะให้เพื่อนนำเงินสดมาซื้อ Bitcoin กับเรา ไม่ต้องกังวล ผ่านไป 30 นาที (ในช่วงนี้เราก็มีการ พูดคุยกับลูกค้าตลอดผ่านแอพนะคะ) มีฝรั่งมา 2 คน ถือเงินสดมาซื้อ Bitcoin กับทางเรา มูลค่า 2M ตามที่ตกลงกันไว้.

ทางเราก็แจ้งลูกค้าไปว่าตอนนี้เพื่อนของคุณมาแล้วนะ  แล้วลูกค้าก็บอก Wallet ของเขามาให้เรา เพื่อทำการโอน Bitcoin ให้.

ฝรั่ง 2 คนนั้นให้เรานับเงินว่าครบไหม และบอกให้เราโอน Bitcoin  ให้
ทางเราโอน Bitcoin  ไปตาม Wallet ที่ลูกค้าแจ้งมาค่ะ ผ่านไป 10 นาที ฝรั่ง 2 คนนั้นบอกว่าทำไมยังไม่เห็น Bitcoin เข้ามายัง wallet ของเขา???

ทางเราก็แจ้งว่าได้โอนให้แล้ว และโชว์เให้เขาดู   แต่............ ฝรั่งแจ้งว่า " นี่ไม่ใช่หมายเลข wallet ของเขา"  (เอาแล้วไง มาแบบไหนอีกละทีนี้)

เราก็ให้เขาดูที่คุยกันใน App Telegram และมีการโต้เถียงกันวุ่นไปหมดเลยค่ะ สามีเราใจร้อนก็มีชกต่อยกันด้วย

ผ่านไปหลายชั่วโมง  จบที่ สน. เหมือนเดิมค่ะ เพราะไม่มีใครยอมให้ใครออกไปไหน

พอไปถึงใช้เวลาหลายชั่วโมง ตำรวจก็จะอายัดเงิน 2M ไว้เพื่อตรวจสอบหาที่มาที่ไปของเงิน ว่าทำไมฝรั่งถือเงินสดเยอะขนาดนี้  บลาๆ ตามที่เขากล่าวอ้างละค่ะ แต่เราก็คุยกับสามีว่า ถ้าเขาอายัดเงินไป เชื่อเถอะว่าไม่รู้เมื่อไหร่คุณจะได้เงินคืน และอีกอย่างทางเราก็โอน Bitcoin ไปแล้วด้วย ซึ่งทุกคนคงรู้ว่าคงเอากลับมาไม่ได้ และทางฝั่งนั้นก็ยืนยันว่า เลขที่ Wallet ไม่ใช่ของเขา (จะพูดไปแล้วก็ผิดที่เราสะเพร่าเองละค่ะ ก็ไม่รู้จักทวนขอหมายเลขกับคนที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง เพราะเราคิดว่าเขาคือเพื่อนของลูกค้าจริงๆ )  แต่ในใจคือคิดว่าเขาเป็นพวกหลอกลวง ทำงานเป็นกลุ่ม  แราก็ไม่มีหลักฐานอย่างอื่นเพิ่มเติมว่าเขาหลอกลวงเป็นกลุ่ม จะมีก็แต่ตัวหนังสือที่คุยกันกับลูกค้าผ่านแอพเท่านั้น.

เกือบ 5 ชั่วโมงคะ เอาวะ กำ...ดีกว่ากำตด เราเลยขอแบ่งเงินคนละครึ่ง เพราะเราโดนหลอกทั้งคู่ ดีกว่าให้ตำรวจอายัดเงินไว้แล้วเราไม่สามารถนำมาต่อยอดในธุรกิจได้อีก.

ทางฝรั่งยินยอมแบ่งครึ่งแต่มันก็ยังมีค่าใช้จ่ายอีกจิปาถะ (คุณเองก็น่าจะรู้ว่าค่าอะไร smileเพราะถ้าไปถึงมือตำรวจแล้ว)

คุณเชื่อไหมว่าหลังจากที่แบ่งเงินกันและแยกย้ายกันไปแล้ว เราก็พยายามหาข้อมูลของลูกค้าคนนั้นที่ติดต่อมาซื้อ Bitcoin กับเรานะคะ

โชคช่วยมากค่ะ เขาใช้ไอดีเดิม (Telegram) ทักไปหาเพื่อนของเราที่ลงขาย Bitcoin ในกระดาน website บอกว่าจะซื้อ Bitcoin กับเพื่อนเราในราคา 1 ล้านบาท และนักเจอกันที่ พัทยา

และในตอนนั้นเรากับเพื่อนเราก็อยู่ด้วยกันค่ะ เราก็เลยใช้ แอคเค้าส์เราเอง และลงว่าจะซื้อ Bitcoin ในราคา 2 ล้านบาท ไม่นานไอดีที่เคยหลอกเราเรื่องเงิน 2M บาทก็ทักมาหาเราค่ะ ( a/c ที่เคยโดนหลอก เป็นของสามี ดังนั้นเขาถึงจำไม่ได้)

โดยคนร้ายได้ใช้วิธีการแบบนี้ค่ะ
1. คนร้ายติดต่อขายจะขายบิตคอยน์ให้เราและนัดแนะสถานที่ในเมืองพัทยา
2.คนร้ายติดต่อเพื่อนของเราเพื่อจะทำการซื้อบิตคอยน์ให้นัดแนะสถานที่เดียวกันในเมืองพัทยา
3.คนร้ายจะให้เราเอาเงินสดไปให้เพื่อนของเราโดยบอกว่าตัวเราเป็นเมจเชนเจอร์ของเขาจะเอาเงินไปให้ค่าซื้อ บิตคอยน์นะ และให้เพื่อนของเราโอนบิตคอยน์ให้ wallet อื่นที่ไม่ใช่ของเรา
4.พอเรารู้ทางคนร้ายเราก็เลยทำไหลไปตามน้ำค่ะ โดยถ่ายรูปเงินส่งไปให้เขาดูและไปตามสถานที่นัดหมาย และได้ส่งข้อความไปว่าทำไมไม่เห็นมีคนมาทำการซือ-ขายกับเราเลย
5.ทางคนร้ายก็พยายามส่งข้อความหาเพื่อนเราใหญ่เลยค่ะ เอารูปเงินที่เราส่งไปให้มาโชว์ให้เพื่อนเราดูและบอกว่าไปถึงที่นัดหมายเรียบร้อยแล้วนะ
6.คุยกันประมาณ เกือบ 2-3 ชั่วโมงได้ค่ะ เราก็เลยเปิดเผยตัวว่าเรารู้แล้วนะว่าคุณหลอกเรา
7.แทนที่เขาจะบล็อคหรือหายไป แต่เขากับชวนให้เราทำงานด้วยกันกับเขาเองซะงั้น และพูดถึงเรื่องฝรั่ง 2 คนที่เป็นเรื่องกัน 2 ล้าน บาท ว่า2 คนนั้นก็ทำงานให้เขาด้วย และเงิน 2 M ที่ฝรั่ง 2 คนนั้นนำมาก็ได้มาจากการหลอกคนอื่นอีกที
8.ซึ่งถ้าทำงานสำเร็จฝรั่ง 2 คนนั้นก็จะได้ค่าคอมฯ 30% จากยอดเงิน ทั้งหมด

ดังนั้นเราจะเห็นว่าตอนที่เราขอแบ่งเงินคนละครึ่งกันกับฝรั่ง 2 คนนั้น เขาถึงได้ยอมแบ่งกับเราง่ายๆ ทั้งๆ ที่เขาก็บอกว่าเขาโดนหลอกมาเหมือนกัน

หลังจากเรื่องนี้เกิดขึ้นทางฝั่งเราก็รวบรวมหลักฐานการพูดคุยกันใน Telegram เพื่อเข้าแจ้งความกับตำรวจ และให้ตำรวจเรียกตัว ฝรั่ง 2 คนนั้นมาสอบสวนเพิ่มเติมค่ะ

สรุปค่ะ ถึงแม้เราจะรอบคอบขนาดไหน สุดท้ายพวกหลอกลวงก็ยังหาช่องโหว่ มาหลอกเราได้อยู่ดี

ปล. พิมพ์ตกหรืออ่านแล้วติดขัดประการใด จขท. ขออภัยด้วยนะคะ  แค่อยากมาแชร์ประสบการณ์และเตือนภัยสำหรับผู้ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับ Bitcoin หรือทุกคนที่อยู่ในวงการนี้ เพื่อให้ทราบและรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมเท่านั้นค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่