ผมคบกับแฟนมา 3ปีกว่าๆจะ 4ปีแล้วครับ เราเจอกันสมัยที่ยังเรียนมัธยม น่าจะประมาณ ม5 ตอนนั้นเราทั้งคู่ยังเด็กมาก เราเป็นสิ่งแรกๆของกัน แฟนคนแรก รักครั้งแรก ตอนนั้นผมค่อนข้างจะเกเรเหมือนเด็กผชทั่วไป เธอเป็นคนที่คอยช่วยเรื่องงาน(เฉพาะวิชาที่ผมทำไม่ได้) เธอเป็นคนเก่ง ฉลาด ขยันและมีเป้าหมายในชีวิต และเธอก็มักจะหาประสบการณ์ใหม่ๆตลอด
ย้ำว่าตลอด พอเราจบเธอก็ได้สอบเข้ามหาลัยรัฐบาลชื่อดังจนสำเร็จ และได้เรียนคณะและสาขาที่เธอชอบ ส่วนผมนะหรอ ผมเป็นคนมีความสามารถด้านศิลปะ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ผมเลยอยากเรียนเกี่ยวกับศิลปะ แต่ที่บ้านไม่เห็นด้วยเนื่องจากกลัวจะไม่จบและงานหายากคนเรียนเยอะ ไปสอบมาก็ติดแล้ว แต่ที่บ้านไม่สนับสนุน สุดท้ายเลยมาเรียน ม.เอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง แม่อยากให้ผมเรียนคณะท่องเที่ยว ซึ่งผมไม่ได้ชอบเลย ทั้งสังคม ทั้งความคิด ทัศนคติ การแต่งตัว เพลงที่ฟัง วิถีชีวิต คือไม่มีอะไรที่เข้ากับผมเลยสักอย่าง แม้แต่คนนอกยังนึกว่าผมเรียนศิลปกรรมเลย คือทรงมันไม่ได้อ่ะ55555 แต่ทำไงได้ก็ต้องเรียนอ่ะ ผมก็ไม่เป็นไรถือซะว่าเรียนให้มันจบๆไป ระหว่างนั้นเราก็เจอกันทุกอาทิตย์ผมไม่มีรถผมก็อาศัยเธอบ้าง แต่ผมก็เป็นผู้ชายเลยมีความอายๆบ้างที่ให้ผญมาขับรถให้ ตามสัญชาติญาณความเป็นผู้นำ แต่ทำไงได้ มีครั้งนึกเธอเป็นเมนส์ปวดท้องอยู่ห้องแบบชนิดที่ไม่ไหวแล้ว เธออยากไปหาหมอ แต่ทำไงได้ผมขับรถไม่ได้ผมพยามจะเรียกรถให้แต่เธอปฎิเสธบอกให้เพื่อนมารับละ ตอนนั้นผมได้แต่ดูเพื่อนของเค้า4-5 คนพยุงเมียผมขึ้นรถพร้อมพาไปโรงพยาบาล ตอนแรกผมจะไปด้วยแต่ดูแล้วไม่น่าพอจะให้ไปบอกให้คนอื่นลงก็ไม่ใช่เรื่องรถก็ไม่ใช่รถผมถึงจะเป็นแฟนก็เหอะ ผมรู้สึกแย่ทุกครั้งที่เห็นสายตาเพื่อนของเค้ามองผมเหมือนกับผมเป็นไอกระจอกคนนึงที่รถก็ไม่มีขับก็ไม่เป็นได้แต่พึ่งพาเมีย
ขอตรงนี้นึดนึงนะลืมเล่าถึงฐานะเธอกับผม คือเธอคนนี้อ่ะมีฐานะค่อนข้างรวย เป็นลูกเจ้าของกิจการ มีรถ มีหอพักอยู่คนเดียว ใช้ชีวิตค่อนข้างสบาย ส่วนผมหรอเป็นลูกแม่ค้าขายข้าวแกงธรรมดา รถก็ไม่มีขับก็ไม่เป็น เคยเรียนแล้วแต่ก็ไม่มีรถให้ฝึกสุดท้ายก็ลืม ทั้งๆที่อายุก็ 21 ละ
ต่อๆ เราก็คบกันมาเรื่อยๆ จนมีอยู่ครั้งนึงเราเลิกกันไป 3 เดือนได้ เนื่องจากผมน้อยใจตัวเองที่ไม่ดี บวกกับช่วงนั้นนอยด์ชีวิต เวลาอะไรหลายๆอย่างก็ไม่ตรงกัน เนื่องจากเธอต้องไปทำกิจกรรมของคณะอยู่ตลอด แต่สุดท้ายเราก็กลับมาคบกัน เหมือนทุกอย่างค่อยๆดีขึ้นมาก ผมรักเธอมากขึ้น เธอคือความสุขเพียงอย่างเดียวสำหรับผมในชีวิตมหาลัยเลยแหละ เพราะผมไม่ค่อยสุงสิงเพื่อนในคณะเนื่องจากหลายๆอย่างไม่เหมือนกันจริงๆ จะมีก็แต่เพื่อน 2 คนที่ผมสนิทใจด้วยจริงๆ แต่เราก็เรียนกันคนละที่เวลาเจอกันก้ไม่ค่อยมี เธอจึงเป็นเหมือนที่พักทางใจ เป็นคนที่คุยกันได้ทุกเรื่องรู้เรื่องกันทุกอย่าง เรามักจะหาเวลามาเจอกันทุกอาทิตย์
พอมาถึงช่วงนึง เธอเริ่มมีงานเยอะขึ้น และอยากหาประสบการณ์ให้ชีวิต ทั้งไปอียิป์ ไปเที่ยวต่างประเทศกันสองคนเพื่อนตามประสาสาวๆที่มีกำลังทรัพย์ ส่วนผมก็เดิมๆมีมอไซค์คันนึงขับไปเรียนจากหอแล้วก็กลับ กิน นอน ไปเรียน ขับไปหาเธอบ้างบางครั้ง แต่เธอไม่ชอบเพราะกลัวจะอันตรายเนื่องจากผมมีปัญหาเรื่องตา แต่เราก็เจอกันทุกอาทิตย์ วันสองวันก็ว่ากันไป
แล้วช่วงเวลานี้ก็มาถึง ด้วยความที่เธอเป็นคนขยันเลยมักจะหางานแคสนักแสดง หรือไปออกกองกับเพื่อนสะสมประสบการณ์ ส่วนผมที่บ้านไม่อยากให้ทำงานเนื่องจากเค้าอยากให้โฟกัสเรื่องเรียนเป็นหลักเนื่องจากแม่ผมส่งอยู่คนเดียว ท่านก็อายุ 60ต้นๆแล้ว ท่านจึงอยากให้ผมทำส่วนของผมให้ดีที่สุดก็พอ ผมก็ขยันเรียนเกรดก็ดีมาโดยตลอดเนื่องจากค่าเทอมของมหาลัยผมแพงมาาาาาาาาาาาาาาาาาาก จนตอนนี้เธอก็ได้สอบ work and travel ได้และเตรียมจะไปอเมริกาเร็วๆนี้ ผมยอมรับเลยค่อนข้างหวั่นใจ 3เดือนสำหรับผมผมรอได้ แต่ก็แอบกลัวคนมาจีบเธอ อีกทั้งเธอเป็นพวกชอบค่านิยมพวกตะวันตก เธอมองว่ามันทันสมัยและมีความก้าวหน้ากว่า ค่านิยมไทยๆ
ผมมองว่าเด็กสมัยนี้มองฝรั่งดีไปหมด ละทิ้งวัฒนธรรมและค่านิยมไทยของเราหมด โทษใครไม่ได้ระบบการศึกษาเรามันแย่จริงๆชาติอื่นเค้าปลูกฝังกัน
ให้เด็กรักชาติภูมิใจในชาติตัวเอง พี่ไทยเราหรอเหอะๆ พอถึงวันครบรอบเราก็ไปฉลองกันเสร็จก็เดินกลับไปนอนบ้านผม ตอนขาเดินกลับเราก็เริ่มมี deep conversation ถึงเรื่องที่ผ่านมา เธอบอกว่าเธอรู้สึกว่าเธอให้เวลากับผมได้ไม่เต็มที่ เหมือนเมื่อก่อน เธอบอกว่าเธออยากเลิก(ในคืนวนครบรอบเนี่ยอ่านะ) แต่ผมรั้งเธอไว้สุดท้ายเราก็ตกลงกันได้ว่าจะลองห่างกันดู 2 อาทิตย์ คือไม่คุยกันเลย ผมก็ยอม สุดท้ายแค่อาทิตย์แรกผมก็ไม่ไหว ผมรู้สึกว่าทำไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร กระวนกระวายและคิดมากเปล่าๆ แต่เธอกลับชิลและมีความสุขขึ้น ผมจึงทักไปคุยให้เคลียร์
เธอตกลงว่าจะเลิก แต่ผมยังอยากฟังจากปากเธอจึงไปหาเธอที่หอ และคุยกันสุดท้ายต่อให้รั้งยังไงคนมันจะไปซะอย่าง เธอยืนยันว่าจะเลิก เธอให้เหตุผลว่าเธออยากอยู่คนเดียว อยากโฟกัสกับอะไรเป็นเรื่องๆไป ยังอยากหาประสบการณ์ใหม่ๆ ทำเป้าหมายในชีวิตของตัวเอง เธอยังยอมรับว่าที่เลิกส่วนนึงก็เพราะ ผมดูไม่มีแก่นสาร ไม่มีเป้าหมาย(ง่ายๆคือกูดูไร้อนาคตอ่ะ) ชีวิตผมนิ่งเกินไม่มีอะไรแย่หรือดีขึ้นเลย เธอบอกถ้าเรามีอะไรตรงกันเมื่อไหร่ค่อยกลับมาคบกัน ตอนนี้ผมโคตรเคว้งคว้างเหมือนเสียส่วนนึงของผมไปเลย ผมควรทำไงดีครับ
โดนบอกเลิกเพราะชีวิตนิ่งเกินไป